วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เหนือเมฆ 2 สู่อาณาจักรแห่งความกลัว

การถอดละครเหนือเมฆ 2 โดยสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เพราะไม่เหมาะสมได้บานปลายไปเป็นประเด็นทางการเมือง

และประเด็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปแล้ว!!

สาเหตุที่ละครเหนือเมฆถูกถอดออกจากรายการ เนื่องจากมีเนื้อหาคำพูดบางตอนไม่เหมาะสม และละครเรื่องนี้ก็ถูกทดแทนโดยละครที่นางเอกโชว์เต้าและร้องกรี๊ดๆ ตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งทางสถานีคงเห็นว่าน่าจะเหมาะสมกว่า

ละครเรื่องเหนือเมฆ เป็นละครที่มีส่วนผสมของไสยศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ แม้จะมีจุดอ่อนที่การก๊อบปี้คาแรกเตอร์บางตัวจากสตาร์วอร์สก็เถอะ แต่ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนับสนุนทั้งในเรื่องการถ่ายทำ ตัดต่อภาพ และเอฟเฟ็กต่างๆ แนวปรัชญาเรื่องของละครเหนือเมฆก็มุ่งเน้น “ความดีย่อมชนะความชั่ว” การผูกเรื่องที่ให้ตัวละครแต่ละตัวมีเส้นทางชีวิตของตนเอง ไม่ใช่มีแค่พระเอกนางเอกงอนกันไปงอนกันมาทั้งเรื่องเหนือเมฆจึงจัดว่าเป็นละครมีคุณภาพ และสมควรให้กำลังใจผู้จัดรวมทั้งช่อง 3 (หากไม่ถอดใจไปก่อน)

ถ้าปล่อยละครสนุกๆ เรื่องหนึ่ง ให้จบไป อีกไม่นานคนไทยก็จะลืมละครเรื่องนี้ไปทั้งหมด เพราะเนื้อหาของละครไม่ใช่ละครชวนคิด แต่เป็นละครบู๊เด็ดเผ็ดมันมากกว่า การที่ทีมตระกูลนกผู้จัดและผู้แสดงอุตส่าห์สอดแทรกศีลธรรม และจริยธรรม ก็ต้องขอชมว่าทำได้อย่างไม่น่าเบื่อ

แล้วช่อง 3 และ/หรือ อิทธิพลเหนือเมฆมากลัวอะไรกับละครวันศุกร์ ?!

อะไรคือความไม่เหมาะสมในละครเรื่องนี้ทั้งๆ ที่ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีเลิฟซีน ไม่มีภาพวับๆ แวมๆ มีแต่ยกย่องนายกฯ ที่เป็นนักการเมืองน้ำดี และประณามนักการเมืองเลว เชิดชูคุณธรรมความดี และให้กำลังใจคนไทยยึดมั่นในการทำความดี (เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยเริ่มถอดใจ) ดุลยพินิจและดุลยภาพของช่อง 3 ว่าด้วยความเหมาะสมอยู่ที่ไหน ช่อง 3 ต้องแถลงออกมา การถอดละครออกโดยไม่มีเหตุผลเป็นการทรยศต่อผู้ชม และเป็นการเข้าไปลิดรอนสิทธิของประชาชนหรือรังแกชาวบ้านในห้องนอนของเขาเองยิ่งมายกมาตรา 37 โดยไม่มีหลักฐานยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เหมือนกับรัฐเผด็จการสมัยเก่าที่ยัดข้อหาคอมมิวนิสต์ให้ใครต่อใครที่ไม่ชอบ

ถ้ากลัวอิทธิพลที่มาจากการเมือง อิทธิพลที่ว่านั้น ไม่ชอบใจอะไร หรืออยากจะแกล้งใคร โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าของวาทกรรมเรื่องบ้านของพ่อ จริงอยู่ ละครเรื่องเหนือเมฆ 2 เต็มไปด้วยวาทกรรมสีเหลืองว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน แต่การแก้ไขปัญหานี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นและเหมาะสมไม่ใช่หรือ ส่วนวาทกรรมสีแดงที่ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ สองมาตรฐานก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องร่วมกันแก้ไขเช่นกัน มัวมาแบ่งสีแบ่งฝ่ายเสียดสีกันเมื่อไหร่เราจะปรองดองและก้าวเดินต่อไปร่วมกันได้

มีผู้ชมทางบ้านบางท่านประชดประชันผ่านอักษรวิ่งบนจอว่า “ทีละครถูกแบนเดือดร้อนกันนัก ทีทหารปฏิวัติไม่เห็นรู้สึก” ผู้เขียนอยากจะอธิบายว่า มันคนละเรื่องกันระหว่างสิทธิส่วนบุคคลที่จะเลือกชมทีวีในเคหสถานของเขากับอุดมการณ์ทางการเมือง อย่าไปเหมารวมว่าทุกคนที่ดูละครทีวีไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยมันคนละเรื่องกันนะคะ

อย่าเอาเรื่องเล็กๆ อย่างละครเรื่องหนึ่งมาเติมความขัดแย้งในสังคมไทยให้มากไปกว่านี้อีกเลยหากไม่มีอิทธิพลเหนือเมฆจริง รัฐบาลก็ควรสั่งให้ช่อง 3 นำละครชุดนี้ออกมาฉายใหม่

การประท้วงเรื่องเหนือเมฆไม่ใช่เรื่องของคนคลั่งละครหรือหมากแฟนคลับ เพราะเดี๋ยวนี้ทีวีไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิง แต่เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการสร้างเยาวชน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขัดเกลาทางสังคมทุกวันนี้การขัดเกลาทางสังคมเกิดขึ้นทุกชั่วโมงผ่านสื่อโทรทัศน์ การขจัดละครดีออกไปให้เหลือแต่ละครกุ๊กกิ๊ก วี้ดว้าย กระตู้วู้ เมียน้อยเมียหลวง ตบตีกันจนตกบันได ลูกสะใภ้ขึ้นคร่อมแม่ผัวแล้วตบไม่ยั้ง พระเอกฉุดนางเอกไปกักขังหน่วงเหนี่ยวชำเรา แล้วยังมาได้แต่งงานกันอีกตอนจบ หากเด็กไทยดูแต่ละครพวกนี้นานๆ ไปก็จะขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อนั้นสังคมไทยคงวุ่นวายและดูไม่จืดเป็นแน่ ในอาณาจักรแห่งความกลัว (อะไรก็ไม่รู้) ที่ช่อง 3 กำลังพาสังคมไทยเข้าไป จะมีแต่ละครกุ๊กกิ๊ก มีละครที่พระเอกชอบตบจูบ มีข่าวเรื่องที่รัฐบาลอยากให้แถลง นานไปคนไทยก็จะไม่คิดมาก สมองกลวง และขาดความรับผิดชอบในสังคมกันไปหมด

อย่าเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นสังคมที่พูดความจริงไม่ได้ พูดได้แต่โกหกสีขาว ให้เป็นสังคมที่มีแต่ยอวาที แต่ลึกๆ แล้ว อาณาจักรแห่งใหม่นี้เป็นอาณาจักรแห่งความกลัว!!