แทนที่จะทำตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และคำสอนพระพุทธองค์ เพียงเพื่อให้พรรคของตนเองชนะการเลือกตั้ง
พรรคเพื่อไทยจึงกำหนดนโยบายเร่งด่วนสำคัญ 3 เรื่อง คือ ค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาท ปริญญาตรีหนึ่งหมื่นห้าพันบาททั้งประเทศ (ทั้งที่ในอดีตค่าแรงขั้นต่ำและค่าจ้างปริญญาตรีจะขึ้นกับค่าครองชีพในจังหวัดนั้นด้วย) ประกันราคาข้าวเปลือกเกวียนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท (สูงกว่าราคาตลาดเกือบเท่าตัว) และซื้อรถคันแรกได้เงินคืนหนึ่งแสนบาท (ทั้งที่รถติดหนักอยู่แล้ว)
นับเป็นแผนหาเสียงที่ดีที่สุด เพราะทั้งสามนโยบายได้เสียงสนับสนุนทั้งจากกรรมกร ปัญญาชน และเกษตรกร จนมีส่วนนำไปสู่การชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และนโยบายทั้งสามนี้ก็เพิ่งบรรจุผลในทางปฏิบัติปลายปีที่ผ่านมาจนตั้งแต่ต้นปี 2556 นี้
ทันทีที่ขึ้นศักราชใหม่ ข่าวการปิดโรงงานเพราะไม่อาจสู้ค่าแรงขั้นต่ำก็เริ่มเกิดขึ้น นี่ยังไม่ได้คิดถึงผลกระทบทางอ้อม ที่จะทำให้แรงงานวิชาชีพอื่นๆ แม้กระทั่งแม่บ้าน ยาม ฯลฯ จะต้องเรียกร้องขอเพิ่มค่าแรง หรือลาออกไปทำงานโรงงานแทน (หากหาตำแหน่งได้) ผมเชื่อว่าจะมีกิจการจำนวนมากที่จะปิดกิจการหรือลดคนงานลงในปีนี้ แถมยิ่งมีแรงงานต่างด้าวแอบเข้าเมืองมาหางานทำในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ชาวนาก็จะเร่งปลูกข้าวกันเพิ่มขึ้น เพราะได้ขายข้าวในราคาสูงเหลือเชื่อ ทั้งที่ฝนก็แล้งจัดในปีที่ผ่านมาจนแทบไม่มีน้ำให้ทำนาปรังในปีนี้ ส่วนข้าวที่รัฐบาลไปรับซื้อมา นอกจากเกิดการทุจริตแล้ว ก็ยังต้องขายขาดทุนมหาศาล
นี่ยังไม่คิดถึงปัญหาที่จะตามมาจากรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายหาเสียงนี้อีกนับล้านคัน ไม่ว่าปัญหารถติด ปัญหาหนี้เสีย ปัญหาจะหาเงินที่ไหนและใช้ใครทำเรื่องคืนเงิน ปัญหาการผลาญน้ำมันแห่งชาติ ฯลฯ
ฟันธงได้เลยครับ... ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นมากมายในปีนี้ เพราะแค่เริ่มปีใหม่ไม่กี่วัน ก็เริ่มเห็นเค้าลางความหายนะแล้ว ท่านนายกฯ ลองตอบคำถามไม่กี่ข้อนี้ดูซิครับ ได้แก่
1. จะทำอย่างไรไม่ให้มีการปิดโรงงานหรือลดคนงาน หรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ?
2. บัณฑิตจบใหม่มากมายรวมทั้งที่ตกงานเดิม จะหาตำแหน่งงานที่ไหนให้ทำ ?
3. จะหาน้ำที่ไหนมาให้ทำนาปรังในปีใหม่นี้ และจะเอาเงินที่ไหนมารับซื้อข้าวเกวียนจะหมื่นห้าได้อีก ?
4. ข้าวที่ซื้อมาแพงและเก็บสต็อคไว้มหาศาล จะขายให้ใครโดยไม่ขาดทุน ?
5. จะแก้รถติดแบบแทบไม่ขยับใน กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ได้อย่างไร ?
6. จะเอาเงินที่ไหน และใช้ใครมาคืนเงินเกือบแสนล้านบาท จากนโยบายรถคันแรก ?
และหากท่านแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ แน่นอนครับว่า การชุมนุมปิดถนนหรือศาลากลางจังหวัดก็คงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ถึงเวลานั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะแก้ตัวหรือกรรเชียงหนีปัญหาอย่างไร ?









