ธุรกิจโรงแรมหวังผลักดันรายได้เฉลี่ยห้องพักโตเทียบเพื่อนบ้าน คาดปรับขึ้นอีก 40-60% ชี้ปัจจัยสนับสนุนสำคัญรอมหาดไทยแก้กฎหมาย
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวถึงความคืบหน้าจากการผลักดันให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการให้บริการที่พักได้เข้ามาจดทะเบียนอย่างถูกต้องว่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยประกาศแก้ไขปรับปรุงเกี่ยวกับที่จอดรถยนต์สำหรับโรงแรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว โดยระบุว่าโรงแรมที่มีพื้นที่ห้องโถง (ล็อบบี้) หรือพื้นที่ใช้สอยเชิงพาณิชย์รวมกันตั้งแต่ 300 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องเข้ามาจดทะเบียนธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากกฎเดิมที่ระบุว่าต้องเป็นโรงแรมที่มีห้องพัก 30 ห้องขึ้นไปเท่านั้น
นอกจากนี้ กฎที่แก้ไขครั้งนี้ ยังยกเว้นให้โรงแรมที่เข้าข่ายอาคารขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตามธรรมชาติซึ่งไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ เช่น อยู่บนเกาะต่างๆ ไม่จำเป็นต้องจัดให้มีที่จอดรถยนต์ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่าภายในช่วงต้นปี 2556 มหาดไทยจะทยอยแก้กฎกระทรวงใน 2 เรื่องสำคัญคือ แก้ไขเรื่องการโซนนิ่ง โดยเปิดให้โรงแรมในทุกพื้นที่จดทะเบียนได้ จากเดิมที่มีบางพื้นที่ถูกกำหนดเป็นเขตที่มีสามารถสร้างโรงแรมได้ ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่มีผู้ประกอบการให้บริการอยู่แล้ว รวมถึง การอนุญาตให้โรงแรมขนาดเล็กไม่เกิน 80 ห้องสามารถมาจดทะเบียนได้ภายใต้ข้อกำหนดโครงสร้างเสมือนเป็นที่พักอาศัย
ทีเอชเอ คาดว่า การผลักดันมาตรการเชิงกฎหมาย จะช่วยส่งเสริมธุรกิจโรงแรมคู่ขนานไปกับการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2555 เพราะแม้กระแสการเดินทางของชาวต่างชาติจะดีมาก แต่ราคาเฉลี่ยห้องพักในไทยยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เพราะเฉลี่ยสำหรับ 5 ดาวอยู่ที่ 97 เหรียญสหรัฐ (ราว 2,910 บาท) ขณะที่โรงแรมระดับเดียวกันในกลุ่มอาเซียนอยู่ที่ 150-200 เหรียญสหรัฐ (4,500-6,000 บาท) ดังนั้น ถ้ามีกฎหมายที่เข้ามาช่วยจัดการเรื่องอุปทานห้องพักให้อยู่ในความดูแลภายใต้เกณฑ์เดียวกัน ก็จะทำให้ผู้ประกอบการน่าจะมีโอกาสทำรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ และขายสินค้าได้ในระดับราคาที่ควรจะเป็น และค่อยๆ ปรับตัวไปสู่ระดับเดียวกับเพื่อนบ้านคือ ตั้งราคาขายเพิ่มจากปัจจุบันได้ราว 40-60% เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ ธุรกิจโรงแรมในไทยน่าจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 10-15% ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ในส่วนรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) คาดว่าจะไปปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ เพราะราคาขายในปัจจุบันผ่านการเจรจาล่วงหน้าไปแล้ว






