สื่อญี่ปุ่นประโคมข่าว รัฐบาลใหม่เตรียมประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าราว 136,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ
หนังสือพิมพ์โยมิอูริ และสำนักข่าวเกียวโด รายงานวานนี้ (7 ม.ค.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่าประมาณ 12 ล้านล้านเยน หรือราว 136,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับช่วงเวลาที่เหลือในปีงบประมาณปัจจุบัน ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. นี้
ในวันเดียวกันนั้น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น ก็ได้เผยต่อแกนนำภาคธุรกิจ ว่า หวังที่จะจัดทำมาตรการดังกล่าวให้สำเร็จภายในสัปดาห์นี้
มาตรการใช้จ่ายดังกล่าว อาจช่วยเร่งให้ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากภาวะถดถอย หลังจากที่นายอาเบะได้ให้คำมั่นถึงการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยุติภาวะเงินฝืดของประเทศ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
นายมาซามิจิ อาดาจิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จาก เจพี มอร์แกน ซิเคียวริตีส์ ในญี่ปุ่น และอดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) แสดงความเห็นว่า มูลค่าของมาตรการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลของนายอาเบะจริงจังเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในระยะสั้นมาตรการนี้จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ปัญหาน่าจะอยู่ตรงที่ว่า ญี่ปุ่นจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรออกไป ในช่วงระยะกลาง ถึงระยะยาว
ข่าวการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว หนุนให้ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นระยะ 10 ปี ทะยานขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 0.84 % แตะระดับสูงสุดนับแต่วันที่ 21 ส.ค. เป็นต้นมา ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 30 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% สูงสุดในรอบ 13 เดือน
หนี้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี นายโชทาโร โมริตะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่กลยุทธ์สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ ขอ บาร์เคลย์ส ในกรุงโตเกียว เตือนว่า การจัดทำงบประมาณพิเศษมูลค่า 12 ล้านล้านเยนนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะต้องออกพันธบัตรพิเศษเพื่อระดมทุนราว 8-9 ล้านล้านเยน
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงของนางยูโกะ โอบูจิ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เผยในวันเดียวกันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกพันธบัตร เพื่อระดมทุนสนับสนุนงบประมาณพิเศษ
ในร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่เผยแพร่ออกมานั้น กระทรวงการคลังจะเสนอเงินกู้มูลค่าราว 100,000 ล้านเยน เพื่อช่วยเหลือบริษัทท้องถิ่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยที่ภาคธุรกิจจะออกเงินสมทบ 50,000 ล้านเยน ทั้งกระทรวงจะสนับสนุนเงินทุนราว 70,000 ล้านเยน เพื่อช่วยเหลือบริษัทญี่ปุ่นดำเนินการควบรวมกิจการในต่างแดน โดยจะดำเนินงานผ่านทางธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นในไตรมาส 3 หดตัวลงในอัตรา 3.5% ต่อปี หลังจากหดตัวมาต่อเนื่อง 3 เดือน ซึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่นี้ ยังรวมถึง การใช้จ่ายเงินมากกว่า 4 ล้านล้าน สำหรับงานสาธารณะ และกันเงินราว 2.6 ล้านล้านเยน สำหรับการจ่ายเงินบำนาญ
เทขายทำกำไรทำหุ้นเอเชียร่วง
ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ร่วงลงเกือบทั้งภูมิภาค หลังการทะยานขึ้นต่อเนื่องมาเกือบทั้งสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักลงทุนพากันนำหุ้นออกมาเทขายทำกำไรในการเปิดซื้อขายเป็นวันแรกของสัปดาห์นี้ โดยไม่ให้ความสนใจกับการทะยานขึ้นของตลาดสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (4 ม.ค.) และสถานการณ์ว่างงานสหรัฐที่ดีขึ้น
ดัชนีนิกเคอิ ตลาดญี่ปุ่น ปิดตลาดลดลง 0.83% หรือ 89.10 จุด มาอยู่ที่ 10,599.01 จุด ส่วนตลาดเกาหลีใต้ ลดลง 0.68 จุด ที่ 2,011.26 จุด เช่นเดียวกับดัชนีหั่งเส็ง ตลาดฮ่องกง ที่การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง ขยับลง 1.34 จุด มาอยู่ที่ 23,329.75 จุด
ทางด้านหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 0.22% หรือ 6.96 จุด มาอยู่ที่ 3,218.26 จุด ตลาดจาการ์ตา อินโดนีเซีย ปรับลง 0.40% หรือ 17.64 จุด ที่ 4,392.38 จุด และตลาดกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ขยับขึ้นเพียง 1.58 จุด ที่ 1,694.16 จุด
ส่วนในตลาดเงินนั้น ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน มาอยู่ที่ 87.74 เยนต่อดอลลาร์ ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.3067 ดอลลาร์
คาดอีซีบีตรึงดอกเบี้ยต่อ
นักเศรษฐศาสตร์ คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุด 0.75% ต่อไปในการประชุมนโยบายครั้งแรกของปี 2556 ในวันพฤหัสบดีนี้ (10 ม.ค.) ตามที่อีซีบีเคยให้สัญญาไว้เมื่อปีที่แล้วว่า จะทำทุกสิ่งในขอบเขตอำนาจของตัวเองเพื่อยุติวิกฤติทางการเงิน
ขณะที่การซื้อพันธบัตรอย่างไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ ช่วยขยายเวลาให้อีซีบีในช่วงที่ผ่านมา ให้สามารถเพ่งความสนใจไปยังการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งกำลังก่อตัวได้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท ไดวา แคปปิตอล กล่าวว่า มาตรการการรับซื้อพันธบัตรอย่างไม่จำกัดจำนวนของอีซีบีได้ผล นักลงทุนต่างชาติค่อยๆ หันกลับมาให้ความสนใจลงทุนในยุโรปอีกครั้ง
ช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารอีซีบีพยายามสยบกระแสข่าวลือเรื่องลดดอกเบี้ย แต่ขณะเดียวกันก็มีดัชนีหลายตัวที่บ่งบอกว่าบรรยากาศเศรษฐกิจดีขึ้น เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของยูโรโซนที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อวันศุกร์ (4 ม.ค.) หรือตัวเลขเศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปดีกว่าที่คาด ถึงขนาดที่รัฐมนตรีคลังเยอรมนีมั่นใจว่า ยูโรโซนพ้นจุดต่ำสุดของวิกฤติหนี้ที่ดำเนินมานาน 3 ปีแล้ว
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของเดกาแบงก์ เชื่อว่า นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี จะไม่ประกาศนโยบายผ่อนปรนทางการเงินในการแถลงข่าวครั้งแรกของปีนี้ เนื่องจากนโยบายดอกเบี้ยต่ำเริ่มเห็นผลแล้วในประเทศขอบนอกของยูโรโซน อีซีบีจึงยังไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้






