ความพยายามในการรณรงค์ป้องกันอุบัติภัยทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2556 ที่หลายหน่วยงานมีความมุ่งมั่น
ที่จะช่วยกันทำให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตของผู้คนลดลงจากปีที่แล้ว ภาครัฐมีการตั้งเป้าที่จะดูแลมิให้จำนวนผู้เสียชีวิตเกินกว่า 320 คน ในขณะที่บางองค์กรพยายามที่จะกระตุ้นจิตสำนึกของสังคมด้วยการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายไปมากกว่านั้นอย่างมากๆ โดยตั้งเป้าหมายว่า “ตายเป็นศูนย์” ในส่วนของการทำงานรณรงค์ของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการ เอ็นจีโอ และองค์กรอิสระต่างๆ ที่มีความตั้งใจทำงานหนักในช่วง 7 วันอันตรายที่ผ่านมาก็ต้องขอแสดงความชื่นชมไว้ ณ ที่นี้
แต่อย่างไรก็ตาม หากประเมินถึงประสิทธิผลของการรณรงค์ในปีนี้ก็ต้องยอมรับว่าประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ในเมื่อตัวเลขทางสถิติยืนยันออกมาชัดเจนว่า การเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 83 ครั้ง (2.68%) ส่วนยอดผู้บาดเจ็บแม้จะลดลงจากปีก่อน 46 ราย (1.3%) แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจทีเดียวกล่าวคือ มียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 365 รายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 29 ราย ซึ่งมากขึ้นถึง 8.63 % เลยทีเดียว (ดูตารางประกอบ)
นอกเหนือไปจากนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิต 365 รายนั้น นับเป็นตัวเลขที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 ปีของการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนนับตั้งแต่ ปี 2553 มาจนถึงปัจจุบันโดยในปีเทศกาลปีใหม่ ปี 2553 มีจำนวนผู้เสียชีวิต 347 ราย ปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 358 ราย มาลดลงในปี 2555 เหลือเพียง 336 ราย แต่พอขึ้นปีใหม่ 2556 ยอดผู้เสียชีวิตกลับทะลุขึ้นไปถึง 365 ราย ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุก็ยังคงเป็นสืบเนื่องมาจากการเมาสุรา ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุเดิมๆ เหมือนๆ กับปีก่อนๆ
จริงอยู่แม้บางท่านอาจให้ข้อสังเกตในอีกแง่มุมหนึ่งว่า เนื่องจากจำนวนประชากรของประเทศเพิ่มขึ้น จำนวนรถยนต์ใหม่ก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.2 ล้านคัน ไม่รวมกับรถยนต์ใหม่ที่ไม่เข้าโครงการรถคันแรกอีก ซึ่งการที่ประชากรเพิ่ม รถยนต์ที่วิ่งในถนนเพิ่ม ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจึ่งไม่น่าแปลกใจที่จำนวนการเกิดอุบัติเหตุต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา ฟังดูผิวเผินก็ดูจะเป็นข้ออ้างได้บ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุแล้วพบว่า อันดับแรกยังเป็นสาเหตุจากการเมาแล้วขับ ตามมาด้วยการขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ซ้ำซาก นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนั้นยังไม่ได้ผล ทั้งๆ ที่งบประมาณในการรณรงค์ก็มากขึ้น สื่อหรือช่องทางการสื่อสารรณรงค์ก็มีหลากหลายมากขึ้น มีช่องทางสื่อใหม่ๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เพิ่มขึ้นอีกมากมาย แต่เหตุไฉนการรณรงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัยแก่ผู้คนทั้งหลายจึงยากนักยากหนา
ไม่ต้องดูอะไรมาก แค่การรณรงค์ให้งดการดื่มสุราในระหว่างขับรถก็ยากแสนยาก การออกกฎหมายหรือประกาศเพื่อควบคุมการบริโภคสุรา เช่น การห้ามขาย-ห้ามดื่มในทางสาธารณะ ห้ามดื่มบนท้ายรถกระบะ ห้ามดื่มในอุทยาน เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีในเชิงป้องกันไม่ให้เข้าถึงสุราได้ง่ายเกินไปอันอาจนำไปสู่การดื่มจนมึนเมาและเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ ทั้งแก่ตนเองละผู้อื่นได้ง่าย ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้กว่าจะผ่านการอนุมัตินั้นยากแสนยาก พอฝ่าฟันอุปสรรคจากการเมืองมาได้ก็ต้องมาเจอกระแสต่อต้านจากภาคอื่นๆ อีก รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่ค่อยเข้มงวดนัก มีการฝ่าฝืนกันตลอดมา ในขณะเดียวกันในช่วงเทศกาล ภาคธุรกิจก็โหมกระหน่ำด้วยกิจกรรมการโฆษณาและการสื่อสารการตลาดต่างๆ นานาเพื่อจูงใจให้ผู้คนสนใจ และจดจำแบรนด์ของตนให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การเพิ่มยอดขายอีกต่อหนึ่ง
ดังนั้น โจทย์ของการรณรงค์เพื่อป้องกันอุบัติภัยทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ดูจะเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นทุกทีและท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐต้องตระหนัก และตื่นตัวให้มากกว่านี้ในการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การให้ความสำคัญกับการควบคุมการบริโภคสุราด้วยวิธีการที่หลากหลาย และการเข้มงวดกวดขันอย่างจริงจังกับการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่น่าจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลไปได้มากทีเดียว
ฝากวอนรัฐบาลว่า อย่าทุ่มเทกับโครงการประชานิยมจนมากเกิน น่าจะหันมาห่วงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนให้มากขึ้นจะดีกว่า มิฉะนั้นในทุกเทศกาลประชาชนก็จะต้องเจอกับปัญหา “ตายเป็นสูญ..” อีกเช่นเคย
ใช่แล้ว! เมื่อมีความตายเกิดขึ้นย่อมมีแต่ความสูญเสียตามมา สูญเสียทั้งบุคคลอันเป็นที่รัก เสียทั้งทรัพย์สิน เสียใจ เสียความรู้สึก รวมไปถึงการสูญเสียศรัทธาและความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย









