วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิดานศ.อินเดีย ยืนยันไม่อนุญาตให้เผยชื่อบุตรสาว

บิดาของนักศึกษาเหยื่อข่มขืนในอินเดีย ยืนยันว่าไม่ได้อนุญาตให้เผยชื่อบุตรสาว หลังแท็บลอยด์อังกฤษเผยชื่อเหยื่อและภาพของครอบครัว

หนังสือพิมพ์ฮินดูสถาน ไทม์ส ของอินเดีย รายงานว่า บิดาของนักศึกษาแพทย์วัย 23 ปี ที่เป็นเหยื่อแก๊งข่มขืนบนรถเมล์ในกรุงนิวเดลี ปฏิเสธว่า ไม่ได้ยินยอมให้เปิดเผยชื่อลูกสาว หลังจากแท็บลอยด์ ซันเดย์ พีเพิล ในเครือของเดอะ มิร์เรอร์ ของอังกฤษ เปิดเผยชื่อของเธอ โดยยืนยันว่า จะยอมให้เปิดเผยชื่อเธอก็ต่อเมื่อเอาไปตั้่งชื่อกฎหมายเท่านั้น

ซันเดย์ พีเพิล ได้รายงานอ้างคำกล่าวของบาตรี ซิงห์ ปันเดย์ วัย 53 ปี บิดาของนักศึกษาสาวเคราะห์ร้ายว่า เราต้องการให้โลกรู้ชื่อจริงของเธอ ลูกสาวของเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเสียชีวิตในขณะป้องกันตัว เขาภาคภูมิใจในตัวเธอ
นอกจากเปิดเผยชื่อจริงของบิดา มารดา และน้องชายอีก 2 คน ที่อยู่ในวัย 15 ปีและ 20 ปี ของของเหยื่อสาวแล้ว ซันเดย์ พีเพิล ยังได้ลงภาพของครอบครัว ในเว็บไซท์ พร้อมบทสัมภาษณ์เขา ที่หมู่บ้านในเมืองบัลเลีย รัฐอุตระประเทศด้วย บิดาของเหยื่อสาว ได้อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวได้ดูภาพของครอบครัว และขอร้องไม่ให้เผยแพร่ภาพของบุตรสาว ส่วนมารดาตกยังตกอยู่อาการช็อคจนไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้


ซันเดย์ พีเพิล อ้างว่า บิดาของนักศึกษาสาว ได้กล่าวว่า การเปิดเผยชื่อของเธอจะช่วยหยิบยื่นความกล้าหาญให้ผู้หญิงคนอื่น ที่รอดชีวิตจากการถูกประทุษร้ายในแบบเดียวกัน สื่อในอินเดีย ไม่เคยเปิดเผยชื่อของเหยื่อสาว แม้จะรายงานข่าวกันอย่างต่อเนื่อง


บิดาของเหยื่อสาว ได้เล่าเหตุการณ์วันที่ลูกสาวคนเดียวเผชิญชะตากรรมที่แสนสาหัสว่า เขากลับถึงบ้านตอน 4 ทุ่มครึ่งของวันเกิดเหตุ หลังเสร็จงานประจำคือกรรมกรขนของที่สนามบินนิวเดลี ภรรยาของเขาเป็นห่วงลูกสาวที่ยังไม่กลับบ้าน พวกเขาพยายามโทรเข้าโทรศัพท์มือถือและเพื่อนชาย แต่ก็ไร้ผล จนกระทั่งได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเมื่อเวลา 5 ทุ่ม 15 นาที นาทีแรกเขาเห็นลูกสาวคือ เธอนอนบนเตียง ดวงตาปิดสนิท เขาวางมือบนหน้าผากเธอ และเรียกชื่อเธอ เธอค่อย ๆ ลืมตา และเริ่มร้องไห้บอกว่าเจ็บปวด เขาพยายามกลั้นน้ำตาและปลอบโยนลูกสาว ตอนแรกเขาไม่ทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว จนกระทั่งได้รับคำธิบายจากตำรวจ

เขาบอกด้วยว่า เพื่อนชายที่ถูกทำร้ายพร้อมกับลูกสาว ไม่ได้เป็นแฟนของเธอ แต่เป็นเพื่อนกันจริงๆ พวกเขาต้องตกอยู่ในนรก โดยมีฝีมือคนขับรถเมล์ ผู้ช่วย และผู้โดยสารชายอีก 4 คน ลูกสาว ของเขาถูกตีด้วยท่อนเหล็ก ถูกรุมข่มขืน ถูกถอดเสื้อผ้า ก่อนถูกโยนลงจากรถเมล์ บนถนนที่มุ่งหน้าไปยังสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่ทำงานของเขาแค่ไม่กี่หลา

เขาบอกด้วยว่า ในช่วง 10 วันแรก ลูกสาวของเขารู้สึกตัวบ้างไม่รู้สึกตัวบ้าง ซึ่งมันเป็นความหวังว่าเธอจะรอดชีวิต แพทย์พยายามช่วยเธออย่างดีที่สุด เธอพูดได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ภาษามือ แพทย์สอดท่อเข้าไปทางปาก ทำให้เธอพูดลำบาก

เธอเขียนบอกว่า อยากมีชีวิตอยู่กับครอบครัวต่อไป เธอให้ปากคำกับตำรวจ 2 ครั้ง แต่บิดาของเธอเจ็บปวดเกินกว่าจะนั่งฟังอยู่ด้วย มารดาของเธอนั่งฟังอยู่ด้วยและร่้ำไห้ตลอดเวลา เขาได้รับฟังเรื่องราวจากภรรยา และคิดว่า คนเหล่านี้ ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่แม้กระทั้งสัตว์ พวกเขาไม่น่าอยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ


ลูกสาวของเขาร่ำไห้อย่างหนัก ด้วยเพราะเจ็บปวด และยิ่งเห็นแม่กับน้องชายร้องไห้ เธอก็ยิ่งร้องหนักขึ้น แต่เธอก็เป็นเด็กสาวที่กล้าหาญ ที่พยายามพยายามปลอบโยนพ่อ แม่และน้อง แพทย์ต้องตัดลำไส้บางส่วนของเธอทิ้ง ทำให้อาการของเธอทรุดลง ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่สิงคโปร์ ตอนนั้น ลูกสาวของเขายังตื่นเต้น และยิ้มอย่างดีใจ ที่คิดว่าจะหายและได้กลับบ้าน

บิดาของเธอยอมรับว่า เขาอยากให้เธอรอดชีวิตแม้จะต้องเผชิญความทรงจำที่เจ็บปวด เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่ปราศจากลูกสาว ส่วนเพื่อนชาย ไม่ใช่คนรักของเธอ เพราะเธอไม่คิดจะแต่งงาน เธอต้องการมุ่งมั่นกับการเรียนและอยากทำงานเป็นอันดับแรก ตามความฝันที่อยากจะเป็นแพทย์ อยากมีเงินมาก ๆ และอยากไปต่างประเทศ เขาขายที่ดินและพยายามประหยัดเงิน แม้จะมีรายได้เพียงวันละ 85 บาท แต่ก็สามารถเก็บเงินส่งลูกสาวเรียนได้เดือนละกว่า 3 พันบาท

บิดาของเหยื่อสาว ได้เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ฮินดูสถาน ไทม์ส เมื่อเย็นวันอาทิตย์ว่า เขาบอกแต่เพียงว่า ไม่ขัดข้อง ถ้ารัฐบาลใช้ชื่อของลูกสาวของเขา เป็นชื่อกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมต่อสตรีฉบับใหม่ ที่เข้มงวดและดีกว่าที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

นักศึกษาแพทย์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกเป็นนักกายภาพบำบัด ได้ถูกรุมข่มขืนและทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยชาย 6 คน บนรถเมล์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ก่อนจะถูกโยนลงจากรถ และเธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ครอบครัวของเธอเดินทางกลับไปยังหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา และอยู่ไกลจากกรุงนิวเดลี เพื่อไว้ทุกข์เป็นการส่วนตัว ซึ่งบิดาของเธอยืนยันว่า ไม่เคยอนุญาตให้เปิดเผยชื่อลูกสาวในฐานะเหยื่อของแก๊งข่มขืน แต่ต้องการให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งบุคคลที่อาจนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมและกฎหมาย ไม่ใช่ในฐานเหยื่ออาชญากรรมที่ป่าเถื่อน

บิดาของเหยื่อสาว บอกด้วยว่า เขาต้องการให้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกตัดสินประหารชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของเขา เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่เขาหวังจะไม่มีใครต้องเผชิญกับความทุกข์
ทรมานแบบเดียวกับเธออีก