วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

แรงขายของกองทุนจะเข้ามาแทนปัจจัยหนุนจาก Fiscal Cliff ดังนั้นดีดขึ้นยังมองขาย

SET View

แนวโน้ม SET วันนี้ เรามองว่าการดีดตัวกลับของตลาดหุ้นเอเชีย และไทยในช่วงบ่ายวันศุกร์ เป็นผลกระทบจากการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติตามกระแส Yen Carry Trade ซึ่งเรามองว่าจะเป็นความเสี่ยงในระยะต่อไป หลังจากที่ตั้งแต่ พ.ย.2555 ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง 10% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท และมีโอกาสที่จะได้เห็นค่าเงินเยนดีดกลับในระยะต่อไป หลังจากที่ล่าสุด รมว.คลังญี่ปุ่นแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวน้อยลงต่อ BOJ โดยระบุว่าจะไม่ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของ BOJ

เราประเมินว่าในสัปดาห์นี้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการปรับลดการใช้จ่าย และการขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐจะกลับมาเป็นปัจจัยกดดัน สะท้อนออกมาจากผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุด 2 ม.ค.2556) พบว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะอยู่ใน Bullish Sentiment ลดลง 5.7% WoW มาอยู่ที่ 38.7% สวนทางกับสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะอยู่ใน Bearish Sentiment ที่เพิ่มขึ้นถึง 6.0% WoW มาอยู่ที่ 36.2%

ศุกร์ที่ผ่านมาสถาบันในประเทศขายสุทธิออกมา 1.5 พันล้านบาทในตลาดหุ้นไทย ทำให้เรายังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยกดดันทางฤดูกาล ที่ตั้งแต่กองทุน LTF ครบกำหนด 5 ปีเป็นครั้งแรกในปี 2552 กองทุนในประเทศขายสุทธิใน ม.ค. ออกมาทุกปี โดยเฉลี่ย 4.6 พันล้านบาท ซึ่งเราประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีโอกาสกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้งในปีนี้ จากแรงขายของกองทุน LTF ที่ครบอายุ 5 ปี ณ สิ้นปี 2555 ราว 1.5-2.0 หมื่นล้านบาท

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ “ทยอยขายทำกำไร” ในกรอบ 1,402-1,420 จุดของ SET เพื่อถือเงินสดไปรอซื้อเมื่อ SET ปรับตัวลงมาในกรอบ 1,360-1,320 จุด โดยเน้นลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยเฉพาะตัวแข็งแกร่ง หรือกลุ่ม “CHIC Star” ได้แก่ CK, ROJNA, SAT, STANLY, TCAP, SIRI, TUF, MFEC, BCH ขณะที่หุ้นในกลุ่ม Cyclical Play เราเลือกเพียง TOP, THAI