วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ยิ่งลักษณ์"เหนือเมฆ

พลันที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 3 ถอดละคร"เหนือเมฆ 2 ตอนมือปราบจอมขมังเวทย์"หลังจากออนแอร์ไปไม่กี่ตอน ก็เป็นที่โจษจันกันไปทั่ว

โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ที่วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา

บ้างก็ว่าเนื้อหาละครอาจไปกระทบกล่องดวงใจของผู้มีอำนาจ เนื้อหาเสียดสีนักการเมืองและการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการสั่งแทรกแซงจากรัฐบาลให้แบนละคร "เหนือเมฆ"

ขณะที่รัฐบาลโดย วราเทพ รัตนากร รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลอสมท. ได้ออกมาปฎิเสธความเกี่ยวข้องไปแล้ว แต่กระแสสังคมต้องการเห็นความกระจ่างจากกรณีนี้

สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความเห็นส่วนตัว"ว่า"ทางกฎหมาย กสทช.คงไม่อาจไปสั่งให้สถานีฉายหรือไม่ฉายละครเรื่องอะไร เพราะเป็นการตัดสินใจของสถานี แต่ถ้าถูกแทรกแซงทางการเมืองจริง ก็กระทบเสรีภาพ จะเสนอเรื่องนี้เข้าบอร์ด กสทช.

"ส่วนตัวคิดว่าเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพสื่อ ถ้าช่อง 3 ถูกแทรกแซง แล้วร้องเรียนมาที่ กสทช. เราพิจารณาได้ แต่ถ้าช่อง 3 เซ็นเซอร์ตัวเองก็คงไม่ร้องเรียนมา ดังนั้นผู้เสียหายจะเป็นคนดู เมื่อคนดูร้องเรียน กสท.ต้องดูว่าขัดกฎหมายข้อไหน ถ้าไม่ขัดกฎหมายแต่เป็นเรื่องจรรยบรรณ ก็ต้องส่งเรื่องให้วิชาชีพสื่อตัดสิน แต่จะรับเรื่องนี้ไปเสนอบอร์ด กสท.และจะตามเรื่องให้"

สุภิญญายังทวิตอีก ว่า "รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี กสทช.มากำกับดูแลสื่อ เพื่อให้สื่อเป็นอิสระจากรัฐบาล ดังนั้นถ้า กสทช.ไม่ได้สั่งแบน สื่อก็ไม่จำเป็นต้องกลัว แต่ยังกลัว ส่วนตัวคิดว่า แบนตัวเองเพราะความกลัวมือที่มองไม่เห็น"

ขณะที่ผู้บริหารช่อง 3 แจงไปยังกสทช.ว่าเนื้อหาละครเรื่องนี้เกรงงว่าจะขัดต่อมาตรา 37 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งเนื้อหาของมาตรานี้ระบุข้อห้ามใน 3-4 ประเด็นหลัก เรื่องแรกคือเนื้อหาที่มีลักษณะล้มล้างการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องที่สองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน เรื่องที่สามที่เข้าลักษณะลามกอนาจารหรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อม ทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

ถ้าใครไปอ่านเรื่องย่อของละครเหนือเมฆ 2 ก็จะชัดเจนขึ้นว่าแทบไม่มีเนื้อหาส่วนใดที่ไปขัดกับมาตรา 37 ดังที่ว่า ส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีความชั่ว การต่อสู้กับอำนาจมืดในบ้านเมือง การคอรัปชั่น

ความจริงละครที่มีเนื้อหาลักษณะนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น่าจะฉวยโอกาสส่งเสริม หรือ แสดงนำเป็นตัวเอก หรือเป็นพรีเซนเตอร์เสียเองในการต่อสู้กับอิทธิพล อำนาจมืด ต่อต้านคอรัปชัน ที่เนื้อร้ายกัดกินสังคมไทยรุนแรงขึ้นทุกขณะ

เพื่อแสดงให้เห็นความจริงจังของรัฐบาล ในการปราบคอรัปชัน ต่อต้านทุกรูปแบบ ควรสนับสนุนให้สื่อผลิตเนื้อหาประเภทนี้มากขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักเหมือนที่เครือข่ายต้านคอรัปชัน ออกมาระบุว่า"ถ้าปล่อยให้คอรัปชันกันมากมายเช่นนี้ประเทศไปไม่รอด"

ต้องเชื่อ ต้องทำเหมือนกับบางตอนของบทละครเรื่องนี้

ฤทธานุภาพแห่งความดีงาม ไม่มีวันหลอมรวมเพื่อความชั่วร้าย !
ความดีงามจะคงสถิตย์อยู่ ณ จุดที่ถูกต้องตลอดไป !