งานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ของปี 2556 ได้ผ่านไปแล้ว หวังว่าทุกท่านคงได้มีความสุขและได้พักผ่อนในวันหยุดยาวที่ผ่านมา
สิ่งที่ผ่านไปในปี 2555 มีทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดีแต่ในปีใหม่นี้ และทุกๆ ปีไปต่อไปก็ขอเชิญชวนให้เริ่มต้นในสิ่งที่ดีๆ กันนะคะ สิ่งที่น่าเสียใจยิ่งคือการเกิดอุบัติเหตุซึ่งทำให้มีการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก นับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากในแต่ละปี ในช่วงของเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โดยสาเหตุหลักของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมึนเมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทั้งๆ ที่มีการรณรงค์ของหน่วยงานและองค์การต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงเห็นว่าปฏิญญาที่สำคัญของคนไทยสำหรับปีใหม่นี้และตลอดไปก็คือ การรณรงค์ให้เมาไม่ขับขี่ยานยนต์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุและการเสียชีวิตมากที่สุด หรือรถยนต์ทุกประเภท และมีข้อมูลที่น่าสนใจว่าประชาชนไทยที่มีอยู่ประมาณ 67 - 68 ล้านคนนี้ (จากประชากรโลกที่มีอยู่ประมาณ 7,000 ล้านคน) นิยมเสพสุราและเครื่องดื่มมากชนิดที่มียอดการดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นลำดับที่ 3 ของโลก ดังจะเห็นได้ว่าคนไทยจะดื่มได้ทุกเทศกาลทั้งที่เป็นงานมงคลหรืองานเลี้ยงฉลองต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด หรืองานฉลองต่างๆ ไปจนถึงเมื่อทุกข์โศก เช่น เมื่อมีความกลัดกลุ้มใจ นับเป็นค่านิยมทางสังคมที่ควรจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และหากมีการดื่มแล้วก็จะไม่ขับขี่ยานยนต์ เพราะคนเมานั้นไม่ได้ทำร้าย ทำลายเฉพาะตนเองเท่านั้นแต่ยังทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ที่เคราะห์ร้ายเพราะเขาเหล่านั้นใช้ถนนหนทางร่วมกับท่าน
การดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาทั้งหลายนั้น นอกจากทำให้ขาดสติสัมปชัญญะจนทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองแล้ว ยังเป็นทางแห่งความเสื่อมที่จะทำลายสุขภาพของตนเองที่เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ แล้ว ยังทำให้เสียทรัพย์สินไปโดยไม่จำเป็น ในซอยบ้านของผู้เขียนทุกตอนเย็นจะมีกลุ่มวัยรุ่น ที่เป็นคนวัยแรงงานระดับล่างนับหลายสิบคนนั่งจับกลุ่มตั้งวงกินเหล้ากันทุกวัน ซึ่งเมื่อเห็นแล้วก็อดคิดเสียดายแทนเขาไม่ได้ว่า เงินที่ใช้ดื่มเหล้ารายวันนี้หากนำไปเก็บออมหรือให้ครอบครัวใช้จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทั้งครอบครัวและต่อประเทศชาติบ้านเมือง
ปฏิญญาที่อยากจะฝากไว้เป็นข้อคิดอีกประการ คือ วันเวลาที่ผ่านไปทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน และทุกปี ทำให้คนเราทุกคนจะมีอายุมากขึ้น คนไทยเรานั้นจะมีอายุอยู่ในโลกนี้ได้เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 30,000 วัน (อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ประมาณ 78 ปี และ 1 ปีมี 365 วันก็จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ 28,470 วัน) ดังนั้น จงพึงตระหนักว่าชีวิตจะสั้นลงทุกวัน จึงไม่ควรประมาท หมายถึงว่าให้คิดว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้อย่างไรให้มีคุณค่ามากที่สุด และคนจำนวนมากยังมีความโลภโมโทสันอยู่มากในการกอบโกย หรือแสวงหาเงินทองทรัพย์สินโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชั่วดี
ปัญหาหนักหนาสาหัสที่เป็นมะเร็งร้ายของประเทศไทยในปัจจุบัน คือ การทุจริตคอร์รัปชัน และแหล่งใหญ่ที่สุดก็คือ งบประมาณแผ่นดินอันเป็นเงินภาษีของประชาชนที่ดูเหมือนว่าจะแตะไปถึงโครงการใดของการใช้งบประมาณแผ่นดิน ก็จะพบว่ามีการโกงกินทั้งเป็นการเรียกเก็บเงินค่าหัวคิว หรือในระยะหลังนี้จะมีการทุจริตจากนโยบายที่เอื้ออำนวยแก่ตนเองและพวกพ้อง การทุจริต คอร์รัปชันจะเกิดขึ้นได้นั้นก็ต้องประกอบไปด้วย นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจและพ่อค้า และยิ่งนับวันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ชื่อเสียงของประเทศไทยจากการจัดลำดับของหน่วยงานและองค์กรระหว่างประเทศก็เสื่อมถอยลงทุกวัน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ได้มีการปราบปรามและเอาจริงเอาจังในปราบปรามผู้ประพฤติทุจริต คอร์รัปชัน
การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยที่มีความเบ่งบานรุนแรงมากขึ้น เพราะเหตุหลายประการ นับตั้งแต่ค่านิยมที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า “โกงก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้ตนเองมีส่วนได้บ้าง” หรือ ค่านิยมที่ยกย่องคนรวยโดยไม่สนใจว่าคนนั้นจะคดโกงประเทศชาติบ้านเมืองมากอย่างไร ถ้าค่านิยมนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนที่จะสังคมจะไม่ยอมรับคนคดโกง ก็จะทำให้คนคดโกงเหล่านี้ไม่มีที่ยืนในสังคม และปัจจัยอีกประการคือ กฎหมายที่มียังไม่มีความเด็ดขาด ที่ไม่สามารถจะเอาผิดคนโกงเหล่านี้ได้เพราะคนมีเงินก็จะสามารถใช้เงินในกระบวนการฟ้องร้องไต่สวน หรือเราจะเห็นนักการเมืองหรือนักธุรกิจส่วนหนึ่งเมื่อมีคดีก็จะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศจนหมดอายุความ
ก็คงของฝากข้อคิดไว้ด้วยนะคะ ชีวิตของคนเราคงไม่ได้อยู่ที่สมบัติและเงินทองแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเราจะสร้างคุณงามความดีให้คนรุ่นหลังระลึกถึงท่านอย่างไร จะทำอย่างไรในการสร้างอนาคตให้กับประเทศในการสร้างบ้านเมืองให้กับคนรุ่นลูกหลานให้มีที่อยู่ ที่ทำกิน และมีสังคมที่มีความเป็นธรรมแก่ทุกคน หากท่านทุจริต คดโกง จนบ้านเมืองเสื่อมถอยลงไปอย่างต่อเนื่องแล้ว จะมีที่อยู่ที่อาศัยให้กับคนในอนาคตอย่างไร คิดว่าคงไม่มีใครอยากให้คนก่นแช่งด่าท่านและวงศ์ตระกูล








