ควันหลงหลังโอลิมปิก 2012 เรื่องหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ คือ อยากรู้ว่าเงินรางวัลที่เหล่านักกีฬาขวัญใจมหาชนได้รับจะมากสักเพียงใด
ควันหลงหลังโอลิมปิก 2012 ที่ปิดฉากไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เรื่องหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ คือ อยากรู้ว่าเงินรางวัลที่เหล่านักกีฬาขวัญใจมหาชนได้รับจะมากสักเพียงใด พอได้ยินว่าเป็นตัวเลขหลายสิบล้าน หลายคนอาจคิดในใจว่ามีเงินเท่านี้สบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่จริงๆ แล้วมีฮีโร่โอลิมปิกหลายคนใช้เงินที่ได้มาหมดภายในเวลาไม่กี่ปี และไม่ใช่แต่นักกีฬาโอลิมปิกที่ไม่รู้วิธีจัดการกับเงินก้อนใหญ่แบบนี้ คนทำงานทั่วไปจำนวนมากก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน คนเกษียณจำนวนมากที่ได้เงินก้อนใหญ่มาหลายล้านเมื่อวันเกษียณ ก็อาจใช้เงินหมดภายในไม่กี่ปี เพราะเมื่อมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาแต่จัดการไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยเพิ่มพูนจนมีใช้ไปตลอด
เงินมีเยอะแต่จัดการไม่เป็น
แนวทางการจัดการรายได้ก้อนใหญ่แบบไม่สม่ำเสมอ ควรต้องมองเรื่องของอนาคตในระยะยาว มากกว่าเหตุการณ์เฉพาะหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมวางแผนเพื่อเกษียณ เพราะการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกนั้น ช่วงเวลาที่จะสร้างรายได้มีจำกัด ไม่เหมือนคนทำงานทั่วไปที่เกษียณเมื่ออายุ 60 หรือ 65 ปี อย่าง Michael Phelps นักกีฬาว่ายน้ำที่ได้เหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในโลก เริ่มคว้าเหรียญทองโอลิมปิกตั้งแต่อายุ 15 ปี ล่าสุดที่ลอนดอนเกมส์ Phelps ประกาศอำลาสระด้วยวัยเพียง 27 ปี เชื่อกันว่าเขาทำรายได้จากการว่ายน้ำและการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าต่างๆ มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินมหาศาลสำหรับคนทั่วไป แต่ก็ไม่มากเกินกว่าจะใช้หมด เพราะในอดีต นักชกดังอย่าง Mike Tyson เคยหาเงินได้ราว 300-400 ล้านดอลลาร์ แต่กลับกลายเป็นบุคคลล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะเขาซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า แถมยังไม่รู้จักวิธีบริหารเงินที่ถูกต้อง
บริหารเงินก้อนใหญ่โดยใช้มืออาชีพ
การบริหารเงินไม่ใช่การได้เงินมาแล้วเก็บไว้เฉยๆ แต่หมายถึงการรู้จักใช้ รู้จักออม รู้จักลงทุน เพื่อต่อยอดเงินให้เกิดดอกออกผลด้วย นักกีฬาระดับทีมชาติจะต้องทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนและใช้ทักษะไปกับการแข่งขัน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องของการบริหารเงินเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน และเมื่อพวกเขาไม่มีความรู้พอที่จะทำด้วยตัวเอง จึงต้องใช้บริการจากมืออาชีพเข้าช่วยในเรื่องนี้ นักวางแผนการเงินในอเมริกาบอกว่า คนดังอย่าง Phelps จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้บริการมืออาชีพ เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามามาก เพื่อนฝูงและคนรู้จักทั้งใกล้และไกลตัวก็จะกรูเข้าหา เพื่อขอเงินรวมถึงเสนอเงื่อนไขการลงทุนต่างๆ ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องลำบากใจที่จะปฏิเสธ และเจ้าตัวเองก็ไม่มีความรู้ในธุรกิจเหล่านั้น การลงทุนในเรื่องที่ไม่รู้หรือไม่มีเวลาติดตามผลนับว่าเสี่ยงมากเช่นกัน แต่หากใช้บริการจัดการเงินจากมืออาชีพ Phelps สามารถตอบคนที่เข้ามาขอเงินได้ว่า ให้ไปคุยกับที่ปรึกษาด้านการลงทุนของเขา
ในอดีตการใช้บริการจากนักวางแผนการเงินส่วนบุคคลหรือที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพในบ้านเรายังไม่ค่อยแพร่หลาย นักกีฬาของเราจึงต้องดูแลเรื่องการเงินด้วยตัวเองซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างประสบการณ์ของนักกีฬาดังหลายคน เขาทราย กาแล็กซี่ เล่าว่า นักชกและนักกีฬาที่ได้เงินมาคราวละมากๆ มักจะนำเงินไปลงทุนหรือร่วมหุ้นทำธุรกิจตามที่มีคนมาชักชวน แต่ตัวเขาเองไม่มีความรู้จึงมักจะหลีกเลี่ยงไป ขณะที่สมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของคนไทย บอกว่า เขานำเงินไปลงทุนในธุรกิจหลายอย่างตามที่คนชักชวน ทั้งบ้านจัดสรร ปั๊มน้ำมัน และรถทัวร์ แต่ทุกอย่างขาดทุนหมด เพราะลงทุนแล้วให้ญาติๆ ดู ไม่ได้ติดตามการลงทุนด้วยตัวเอง
อีกทางเลือกกับ “กองทุนส่วนบุคคล”
หากวันนี้คุณตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายคลึงกับเหล่าบรรดานักกีฬาดัง มีเงินก้อนใหญ่เข้ามาแบบไม่คาดคิด และไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การใช้บริการมืออาชีพบริหารเงินในรูปของกองทุนส่วนบุคคล หรือ Private Fund มืออาชีพที่จะให้บริการนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลจาก ก.ล.ต. ซึ่งอาจเป็นธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
มืออาชีพจะสอบถามข้อมูลทางการเงินของลูกค้า เช่นวัตถุประสงค์ในการลงทุน ระยะเวลาที่ต้องการใช้เงิน ความกลัวหรือความกล้าที่จะรับผลขาดทุน ผลตอบแทนที่ต้องการ เป็นต้น และทำประเมินเพื่อหาระดับความสามารถในการรับความเสี่ยง หรือ suitability test เพื่อวิเคราะห์หารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม สำหรับลูกค้าแต่ละคน ข้อดีของกองทุนส่วนบุคคล คือ การมีมืออาชีพช่วยดูแลจัดการบริหารเงินให้คุณเป็นการส่วนตัว เพิ่มโอกาสในการลงทุน มีความเป็นส่วนตัว คล่องตัวและยืดหยุ่นในเรื่องนโยบายการลงทุน และยังสามารถยกเลิกสัญญาได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ถ้าคุณอยากเริ่มต้นจริงจังกับการวางแผนการเงินเพื่อบริหารเงินให้ดีขึ้น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากมืออาชีพ โดยลองถามจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณสะดวก หรือเข้าไปดูรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจาก www.sec.or.th ค่ะ
***บทความนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนแก่สาธารณชน การนำข้อมูลไปอ้างอิง ควรตรวจสอบความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย









