วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอกรัก "แม่"

แต่ละปีมีวันสำคัญมากมาย ทั้งวันสำคัญด้านศาสนา การปกครอง แต่ที่ดูจะผูกพันกับคนส่วนใหญ่มากที่สุดหนีไม่พ้น "วันแม่" ที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาดๆ

และผู้อ่านทุกท่านคงได้ซึมซับบรรยากาศอันอุ่นของสายใยแม่กับลูกไปบ้างแล้ว

 
ผมเชื่อว่า วันแม่เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้วันสำคัญอื่น เพราะแม่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว นับจากวันอุ้มท้องจนถึงวันที่ดูแลลูกน้อยให้เติบโตขึ้นมา ความรักของแม่จึงเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ การบอกรักแม่ในวันแม่จึงมีความหมายที่สุดแต่หากแม่จากไปแล้วคงเหลือเพียงความทรงจำที่ดีให้เราได้ระลึกถึง
 

ความเป็นแม่ไม่เคยมีเงื่อนไขใดๆ ในการทำทุกสิ่งให้ลูก นับตั้งแต่แรกเกิดที่ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ บทหนักจึงตกอยู่กับแม่ที่ต้องคอยดูแลใกล้ชิด เรื่อยไปถึงวันที่เติบโตก็ต้องสนับสนุนเรื่องอื่นๆ ตามวัยที่มากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
 

แต่ไม่ว่าแม่จะรักเราเพียงใด แม่ก็ไม่อาจฝืนความสัจธรรมของการเกิด แก่ เจ็บ ตายไปได้ ซึ่งในช่วงที่แม่แก่เฒ่าก็น่าจะเป็นโอกาสดีของเราที่จะตอบแทนบุญคุณและแสดงความกตัญญูก่อนที่แม่จะจากเราไป ซึ่งเราไม่สามารถทำอะไรให้แม่ได้อีกแล้ว
 

ในวันแม่นี้ ผมถือโอกาสแบ่งปันเรื่องราวของแม่ในครอบครัวหนึ่ง ที่ผมได้รับรู้มาจากงานบำเพ็ญกุศลงานหนึ่งที่ศาสนาจารย์ได้เทศนาให้ฟัง ที่แม่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร ซึ่งความรักของแม่ในครอบครัวนี้สะท้อนให้เห็นว่าทำไมผมจึงเชื่อว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอ
 

ครอบครัวนี้มีลูกคนเดียว แน่นอนว่า พ่อแม่รักลูกมาก และเหมือนกับครอบครัวส่วนใหญ่ที่แม้จะคอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก จะกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อลูกเติบโตถึงขั้นมัธยมศึกษาที่ลูกสัมผัสได้อย่างชัดเจน จากที่เคยทำอะไรให้ทุกอย่างก็ไม่ทำให้อีกเลย
 

จากตอนที่ลูกยังเล็ก เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว แม่จะเตรียมอาหารไว้ให้ลูกกินเสมอ ก็กลายเป็นว่าลูกต้องทำทุกอย่างเอง ถ้าหิวต้องไปทำอาหารเองจนลูกรู้สึกเหมือนว่าแม่ไม่ใส่ใจ เป็นคำถามที่คาใจลูกมากว่าเพราะอะไร แต่ก็สงสัยได้ไม่นานนักเพราะแม่เสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายหลังจากนั้นไม่นานนัก และเมื่อชีวิตต้องดำเนินต่อไป พ่อแต่งงานใหม่ ลูกเติบโตไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูจะไปได้ดีเพราะแม่เลี้ยงเข้ามาทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องทำอาหารกินเอง ไม่ต้องดูแลบ้าน ฯลฯ จะว่าไปแล้วก็ดีกว่าสมัยที่แม่แท้ๆ ยังอยู่เสียอีก
 

แต่แล้วชีวิตพลิกผัน เพราะเศรษฐกิจย่ำแย่จนพ่อต้องตกงาน เงินเก็บมีไม่มากพอที่จะส่งลูกเรียนต่อได้ เป็นเหมือนด่านทดสอบครั้งสำคัญในชีวิตว่าจะฝ่าฟันไปได้ไหม เพราะแม้ลูกคนนี้จะเรียนเก่ง แต่ไม่มีทางหาเงินมาใช้เรียนต่อไปได้แน่ๆ ท่ามกลางความยากลำบาก พ่อยกเอากล่องใบใหญ่มาให้ลูก และบอกว่านี่คือของที่แม่ฝากไว้ให้ลูกก่อนเสียชีวิต และย้ำว่าให้นำมาให้เมื่อลำบากจริงๆ เท่านั้น กล่องนี้เป็นการเฉลยสิ่งที่ลูกคาใจมาตลอด
 

ในกล่องนั้นมีจดหมาย 1 ฉบับ จดหมายเริ่มต้นด้วย แม่รักลูกนับตั้งแต่ให้กำเนิดลูก และแม่ต้องขอโทษที่ไม่สามารถดูแลลูกได้ตามที่แม่ตั้งใจไว้ให้ยาวนานที่สุด เพราะแม่ได้ไปหาหมอช่วงแม่ป่วย และพบว่าแม่เป็นมะเร็งอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 ปี สิ่งที่แม่ทำช่วงสุดท้ายของชีวิต คือ สร้างความเข้มแข็งให้ลูก แม้จะรู้ว่าลูกเจ็บและไม่เข้าใจ แต่เป็นทางเดียวที่แม่ทำได้เพื่อมั่นใจว่าลูกจะอยู่ต่อไปได้หลังไม่มีแม่ ในกล่องยังมีเงินที่ยายให้มาเป็นค่ารักษา แต่แม่ไม่อยากใช้ เพราะต้องการเก็บให้ลูกเพราะแม่รู้ว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน บางทีต้องเจออุปสรรค เงินที่มีอยู่นี้ หากลูกเจออุปสรรคก็ให้นำเงินไปใช้ และจำไว้เสมอว่าต้องเป็นคนดีของแม่ แม่รักลูกเสมอ
 

เมื่ออ่านจบแล้วลูกก็ร้องไห้ และเพิ่งเข้าใจว่าทำไมแม่ไม่ทำอาหารให้กิน ทำไมแม่จากไปโดยไม่บอกเหตุผล นี่เป็นความยิ่งใหญ่ของแม่ ที่อยู่ในหัวใจของแม่ทุกคน
 

สำหรับคนที่แม่ยังอยู่ใกล้ๆ นี่คือ โอกาสดีที่สุดที่จะตอบแทน ไม่จำกัดว่าต้องเป็นวันแม่เท่านั้น จำไว้เสมอว่ามีแม่นั้นเป็นบุญ เป็นความสุข และความสุขที่เรามีอยู่ทุกวันนี้เพราะแม่ สำหรับคนที่แม่ไม่อยู่ด้วยแล้วก็ให้ระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่แม่ทำไว้ เพราะความหวังสูงสุดของแม่เพียงอย่างเดียว คือ ขอให้ลูกเป็นคนดีของสังคมสืบทอดสิ่งดีๆ ของแม่ต่อไป
 

เรื่องราวนี้ทำให้ผมน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว แม้เป็นเรื่องทั่วไปของครอบครัว แต่สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ของความรักของคนเป็นแม่ได้เป็นอย่างดี