วันนี้ ยูทูบ ได้ชื่อว่าเป็นเสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้งานเป็นอันดับสองของโลก โดยมีผู้ใช้งานมากถึง 800 ล้านค
วันนี้ ยูทูบ ได้ชื่อว่าเป็นเสิร์ชเอนจินที่มีผู้ใช้งานเป็นอันดับสองของโลก โดยมีผู้ใช้งานมากถึง 800 ล้านคน รองจาก กูเกิล และโซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ค ที่มีสมาชิกกว่า 900 ล้านคน
หลังจากที่ ยูทูบ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้าง ยูทูบ แชนแนล พร้อมทั้งสามารถหารายได้จากวีดิโอที่ผลิตขึ้น ก่อให้เกิดความหลากหลายของเนื้อหาที่ช่วยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาอยู่ในสังคมโซเชียล และดูวีดิโอออนไลน์มากกว่าทีวี
เมื่อรูปแบบธุรกิจชัดเจนมากขึ้น และเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นมีเดียแพลตฟอร์มที่สำคัญแห่งยุค ยูทูบ ก็จะก้าวสู่การเป็น "สื่อคลื่นลูกที่สาม" (The Third Wave of Media) ต่อจากโทรทัศน์ และเคเบิลทีวีแล้ว
สร้างรายได้ง่ายๆ จากยูทูบ
ในปี 2550 ยูทูบ ริเริ่มโครงการ "พาร์ตเนอร์ โปรแกรม" ขึ้น โดยแบ่งสัดส่วนรายได้จากโฆษณาให้กับพาร์ตเนอร์ที่มีผู้คลิกโฆษณาที่ติดตั้งไว้ที่วีดิโอของตัวเอง ปัจจุบันมีผู้ผลิตคอนเทนท์ที่เป็นพาร์ตเนอร์กว่า 30,000 รายใน 27 ประเทศ มีการติดตั้งโฆษณา 3 ลักษณะ ได้แก่ Pre-roll Ads โฆษณาก่อนเริ่มชมวีดิโอ Overlay Ads หรือป๊อปอัพที่ปรากฏด้านล่างของวีดิโอ และ Banner ads ที่ปรากฏอยู่ด้านขวาของวีดิโอ
พาร์ตเนอร์บางรายทำเงินได้ไม่น้อย ตัวอย่างเช่น เชน ดอว์สัน จากช่อง ShaneDawsonTV ทำรายได้กว่า 315,000 ดอลลาร์จากวีดิโอกว่า 191 คลิปในปีที่แล้ว หรือ The Annoying Orange ทำรายได้กว่า 288,000 ดอลลาร์จากวีดิโอกว่า 135 คลิป เป็นต้น
จากข้อมูลพบว่าพาร์ตเนอร์ที่ประสบความสำเร็จและมีผู้ติดตามจำนวนมาก จัดอยู่ในกลุ่มตลกขบขัน (Comics) และเจ้าของคอนเทนท์เหล่านี้ก็ต้องใช้วิธีโปรโมทวีดิโอของตัวเองในโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน
เรียกว่า 1,650 ล้านดอลลาร์ ที่ กูเกิล ทุ่มทุนซื้อกิจการเว็บไซต์แบ่งปันวีดิโออย่าง ยูทูบ ภายหลังก่อตั้งได้เพียงปีเดียว สร้างรายได้คุ้มค่าไปแล้ว และคาดกันว่า ยูทูบ อาจสร้างรายได้ให้กับ กูเกิล ถึง 2,400 ล้านดอลลาร์ เมื่อหักยอดเงินที่จ่ายให้กับพาร์ตเนอร์หรือผู้สร้างคอนเทนท์แล้ว
"ยูทูบไพร์มไทม์" รายการที่ต้องติดตาม
ปลายปีที่แล้ว ยูทูบ เปิดตัวโครงการ "ยูทูบไพร์มไทม์" (YouTube PrimeTime) ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายการ (Content Creator) คุณภาพกว่า 100 ราย ร่วมผลิตวีดิโอคลิปเพื่อฉายใน YouTube's Signature Amateur Clip โดยให้เงินลงทุนแก่ผู้ผลิตรายการเหล่านี้รวม 100 ล้านดอลลาร์ พร้อมข้อเสนอในการออกอากาศให้กับคนทั่วโลกชมพร้อมกันทันทีซึ่งทีวีทำไม่ได้ รวมถึงการได้เป็นเจ้าของวีดิโอคลิปที่สร้างขึ้น มีอิสระในการสร้างเนื้อหาอย่างเต็มที่และไม่ถูกบังคับด้วยฟอร์แมตหรืออุปกรณ์ต่างๆ
จึงไม่น่าแปลกใจที่รายชื่อคนดังอย่าง แอนโทนี ซุยเกอร์ ผู้สร้างซีรีส์ CSI โทนี ฮอว์ก นักสเกตช์บอร์ดมืออาชีพ รวมถึงนักแสดงชื่อดังอย่าง แอชตัน คุตเชอร์ หรือแม้กระทั่งค่ายหนัง ไลออนส์เกต ต่างตบเท้าเข้าร่วมกันคับคั่ง
เพียงเวลาไม่นาน Thrash Lab ของ แอชตัน คุตเชอร์ นักแสดงผู้คว่ำหวอดในโซเชียลมีเดียเป็นอย่างดี ก็มีสมาชิก 8,000 ราย และมีการชมวีดิโอถึง 2 ล้านครั้ง เช่นเดียวกับ BeFit จาก ไลออนส์เกต ซึ่งรวมเอาวีดิโอออกกำลังกายของ เจน ฟอนดา จิลเลียน ไมเคิลส์ และบิลลี แบลงส์ จูเนียร์ มาเผยแพร่ในแชนแนล ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกแล้วกว่า 53,000 ราย และมีการชมวีดิโอเกือบ 8 ล้านครั้ง
ยูทูบ : มีเดียแพลตฟอร์ม
ข้อมูลจาก คอมสกอร์ ระบุว่า ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กูเกิล หรือ ยูทูบ ครองอันดับหนึ่งของเว็บไซต์ที่มีผู้ชมวีดิโอสูงสุด 157.7 ล้านคน จากจำนวนรวม 180 ล้านคน ขณะที่ เฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 4 ด้วยผู้ชม 44.2 ล้านคน รองจาก ยาฮู และ วีโว
หาก ยูทูบ สามารถผลิตวีดิโอคลิปให้มีคุณภาพได้เหมือนกับรายการทีวีที่รับชมกันอยู่ในขณะนี้ ผู้ชมอาจติดตามชมจนลืมรายการทีวี และความฝันที่จะสร้างแชนแนลทีวีนับล้านแชนแนลผ่านคนทั่วโลกตามคำโฆษณาที่ว่า "Broadcast Yourself" ก็ดูจะไม่ไกลเกินเอื้อม
มีเดียกับช่องทางใหม่สู่ผู้บริโภค
นอกจาก ยูทูบ แล้ว ยักษ์ใหญ่ค่าย อะเมซอน ก็ผลิตรายการของตัวเองเช่นกัน โดยสร้าง อะเมซอน สตูดิโอ ซึ่งเป็นบริการดิจิทัลวีดิโอสตรีมมิ่ง ที่แข่งขันอยู่กับ เน็ตฟลิกซ์ และ ฮูลู โดยเน้นรายการซีรีส์ของเด็กและรายการตลกเป็นหลัก
การที่เว็บวีดิโอเริ่มมีความบทบาทและเข้าแย่งชิงเวลาจากผู้ชมที่เคยติดตามรายการทางทีวี กลายเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมอินเทอร์เน็ตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีวีหรือแม้แต่มือถือ เป็นสัญญาณที่บอกให้นักการตลาดทุกคนต้องสนใจต่อรูปแบบการโฆษณาและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง ความหลากหลายของเนื้อหาซึ่งตรงกับความนิยมของผู้บริโภคผ่านเว็บวีดิโอ
เวลาของสื่อคลื่นลูกที่สามคงมาถึงแล้วในแพลตฟอร์มและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เปิดช่องทางใหม่ให้กับผู้ผลิตรายการและผู้กำกับ ที่ต้องการยึดพื้นที่ออนไลน์ เพียงแต่ยังรอเวลาให้นักการตลาดได้เข้าใจและเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง






