วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเมินผลงาน เพื่อการปรับปรุงงาน (ตอนจบ)

ประสานงานและให้ความร่วมมือในการทำงานด้วยดีตามหน้าที่ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามควร แต่ส่วนใหญ่ยังยึดถือความคิดเห็นของตนเป็นหลัก

 สองครั้งที่ผ่านมาได้อธิบายถึงการประเมินผลในภาพกว้าง และลงรายละเอียดใน 3 ปัจจัยแรกไปแล้ว ครั้งนี้เรามาต่อตอนจบกับอีก 5 ปัจจัยที่เหลือ ดังนี้


 (4) ความไว้วางใจในการทำงาน พิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่และการรักษาความลับ สามารถทำงานได้โดยลำพังโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด


 - ระดับที่ 1 ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ และความลับของลูกค้า(องค์กร) ไม่สามารถทำตัวให้เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไว้วางใจได้ จำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลหรือตรวจสอบอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา
 - ระดับที่ 2 มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความลับของลูกค้า ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ยังจำเป็นต้องกระตุ้นเตือน หรือให้คำแนะนำอยู่บ่อยๆ รวมทั้งจำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลหรือตรวจสอบอยู่บ่อยครั้ง
 - ระดับที่ 3 มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และรักษาความลับของลูกค้าได้ดี ยังต้องกระตุ้นเตือนหรือให้คำแนะนำอยู่บ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานตามหน้าที่เป็นไปได้โดยราบรื่น
 - ระดับที่ 4 มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และรักษาความลับของลูกค้าได้ดี สามารถทำงานได้เอง โดยมีการให้คำแนะนำและตรวจสอบควบคุมเป็นครั้งคราว
 - ระดับที่ 5 มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ และความลับของลูกค้าในเกณฑ์สูงมาก เป็นที่ไว้วางใจในการทำงาน งานสำเร็จโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ โดยให้คำแนะนำน้อยมากหรือไม่จำเป็น


   (5) การแก้ไขสถานการณ์ พิจารณาความสามารถในการจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและกล้าตัดสินใจ

 - ระดับที่ 1 ไม่มีความสามารถในการจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น ไม่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์หรือสถานการณ์ มักไม่กล้าตัดสินใจ เมื่อพบเหตุการณ์ผิดปกติจะหลีกเลี่ยงหรือพยายามปัดความรับผิดชอบอยู่เป็นประจำ
 - ระดับที่ 2 สามารถแก้ไขเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เองเล็กน้อย ยังลังเลและไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องส่วนใหญ่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ต้องให้ความช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาอยู่เป็นประจำ
 - ระดับที่ 3 สามารถแก้ไขเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เองเป็นบางเรื่องหรือเป็นครั้งคราว ยังมีความลังเลในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเอง ต้องอาศัยความช่วยเหลือหรือการชี้แนะจากผู้บังคับบัญชาหรือจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติอยู่บ่อยครั้ง
 - ระดับที่ 4 มีความกล้าที่จะจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยมองว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ ควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ดี จัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เองเป็นส่วนใหญ่ โดยที่อาศัยคำแนะนำหรือการชี้แนะน้อย
 - ระดับที่ 5 มีความสามารถสูงในการจัดการเหตุการณ์ผิดปกติ ควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม สามารถตัดสินใจดำเนินการเพื่อระงับเหตุการณ์ผิดปกติได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาและผู้อื่น


 (6) ความคิดริเริ่ม พิจารณาถึงความสามารถหรือความกระตือรือร้นในการปรับปรุงงาน หรือการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ความสามารถในการเสนอข้อคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหา หรือเรื่องที่ก่อประโยชน์กับหน่วยงาน
 - ระดับที่ 1 ไม่มีความคิดริเริ่มและไม่พยายามที่จะปรับปรุงงานหรือวิธีการทำงาน พอใจอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่เดิม ไม่สนใจปัญหาและวิธีการแก้ไขแม้จะได้รับการกระตุ้น ต้องให้คำแนะนำหรือสั่งอยู่ตลอดเวลา ทำงานตามสั่ง
 - ระดับที่ 2 ยังขาดความกระตือรือร้นในการคิดริเริ่ม น้อยครั้งที่จะมีความคิดใหม่ๆ หรือมีข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงาน ส่วนใหญ่ต้องรอจนกว่าจะได้รับคำแนะนำหรือคำสั่ง จึงจะลงมือปฏิบัติหรือแก้ไขปัญหา
 - ระดับที่ 3 มีความคิดริเริ่มในการทำงานอยู่บ้างโดยไม่จำเป็นต้องสั่งทุกครั้ง สามารถคิดวิธีการปรับปรุงงานหรือวิธีการทำงานได้เอง แต่ยังต้องอาศัยการกระตุ้นและการชี้แนะจากผู้บังคับบัญชาเป็นส่วนใหญ่
 - ระดับที่ 4 มีความคิดริเริ่มที่เป็นประโยชน์ดีในการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงวิธีการทำงาน ซึ่งนำไปใช้ปฏิบัติได้เป็นส่วนใหญ่ โดยอาศัยคำชี้แนะเพียงเล็กน้อย
 - ระดับที่ 5 มีความคิดริเริ่มในการทำงานดีมาก มักจะมีความคิดแปลกๆใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงงาน ซึ่งสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้เสมอโดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่ง


 (7) การปฏิบัติตามนโยบายและกฎข้อบังคับ พิจารณาถึงการปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับนโยบาย กฏระเบียบข้อบังคับหรือคำแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน
 - ระดับที่ 1 ไม่สนใจหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคำแนะนำ ก่อให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ ต้องตักเตือนบ่อยๆ
 - ระดับที่ 2 รับฟังคำสั่ง คำแนะนำ และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังบกพร่องในการทำความเข้าใจคำสั่งให้ดี ทำให้การปฏิบัติงานมักจะผิดพลาด ต้องตักเตือนเป็นครั้งคราว
 - ระดับที่ 3 ตั้งใจรับฟังคำสั่ง คำแนะนำด้วยความเต็มใจ เข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ผลถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะยังมีความผิดพลาดอยู่บ้าง ปฏิบัติตามนโยบาย กฏระเบียบข้อบังคับในการทำงานในเกณฑ์ปกติ
 - ระดับที่ 4 สามารถเข้าใจคำสั่งได้ดีและรวดเร็ว นำไปปฏิบัติอย่างเต็มใจและถูกต้อง บ่อยครั้งที่ได้ผลงานรวดเร็วกว่าที่คาดหมาย มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน รอบรู้เข้าใจและปฏิบัติตามนโยบาย กฏระเบียบข้อบังคับในการทำงานอย่างเคร่งครัด
 - ระดับที่ 5 สามารถเข้าใจคำสั่งได้ดีและรวดเร็ว นำไปปฏิบัติอย่างเต็มใจและถูกต้องเสมอ ได้ผลงานรวดเร็วกว่าที่คาดหมายอยู่เป็นประจำ ไม่เคยทำผิดกฏระเบียบข้อบังคับในการทำงาน เป็นตัวอย่างที่ดีและคอยแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติตามอยู่เสมอ


 (8) การให้ความร่วมมือ พิจารณาถึงความเต็มใจให้ความร่วมมือ การรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้อื่น ความมีน้ำใจ คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น หลีกเลี่ยงความแตกแยก มีความสามารถในการติดต่อประสานงาน หรือทำงานร่วมกับผู้อื่น
 - ระดับที่ 1 มีปัญหาและข้อขัดแย้งในการติดต่อประสานงานอยู่เป็นประจำ มักไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จิตใจคับแคบมองความคิดของตนว่าถูกต้องเสมอ บ่อยครั้งที่เกิดการโต้เถียงกับเพื่อนร่วมงาน ต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
 - ระดับที่ 2 ไม่ค่อยเต็มใจร่วมมือหรือประสานงานกับผู้อื่น มีเรื่องขัดแย้งบ่อยครั้งทั้งกับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน แต่ยังรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอยู่บ้าง คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นน้อย มีการโต้เถียงหรือปัดความรับผิดชอบจนทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
 - ระดับที่ 3 ประสานงานและให้ความร่วมมือในการทำงานด้วยดีตามหน้าที่ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามควร แต่ส่วนใหญ่ยังยึดถือความคิดเห็นของตนเป็นหลัก ทำให้มีความขัดแย้งหรือการโต้เถียงกับผู้อื่นบ้างเป็นครั้งคราว
 - ระดับที่ 4 ประสานงานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานดีมาก รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเสมอ มักจะคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นและพยายามประนีประนอม หรือหาทางออกที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสามัคคีและความร่วมมือที่ดีในการทำงาน
 - ระดับที่ 5 ประสานงานและให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม มีสำนึกในการทำงานเป็นทีม ทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายโดยราบรื่นเสมอ รับฟังและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น พยายามสร้างความร่วมมือและความเข้าใจที่ดี เพื่อป้องกันความแตกแยก


 ผู้อ่านลองนำไปประยุกต์ใช้ โดยจัดทำแบบฟอร์มที่ง่ายในการใช้งาน และชี้แจงพนักงานผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินให้รับทราบก่อนที่จะนำไปทดลองใช้ สอบถามความคิดเห็นหลังการใช้งาน เพื่อปรับแก้ให้มีความสมบูรณ์ตรงกับบริบทขององค์กรมากที่สุด