ฝุ่นใต้พรมการศึกษา

ฝุ่นใต้พรมการศึกษา

ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ผมมีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการศึกษาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมหรือเสวนาก็ตาม

หัวข้อใหญ่ที่มักจะหยิบยกมาหารือกันมักจะหนีเรื่องของ “นักเรียนตีกัน” ไปไม่พ้น น่าเสียดายว่าเวทีของนักวิชาการศึกษาซึ่งเป็นงานที่รวบรวมเอาผู้บริหารและนักวิชาการชั้นนำของประเทศหลายๆ งานที่น่าจะต้องถกกันด้วยเรื่องยุทธศาสตร์และเป้าหมายการศึกษาของชาติ กลับต้องใช้เวลาไม่น้อยไปกับปัญหานักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน
 

ผมเองไม่ใช่คนในแวดวงการศึกษา เพียงแต่มีใจอยากช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีให้ลูกหลาน ซึ่งก็คือคนรุ่นใหม่ ซึ่งการศึกษาน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และผมเชื่อว่าสิ่งที่สังคมเราได้เห็นได้เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ล้วนมาจากการหารือเรื่องการศึกษาเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วเป็นหลักซึ่งเพิ่งส่งผลมาถึงในวันนี้เอง
 

เช่นเดียวกับปัญหามากมายที่เกิดขึ้น ก็อาจจะมาจากระบบการศึกษาในอดีตที่มีจุดอ่อนอยู่และรอให้เราเข้ามาแก้ไขเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องใดผมก็เชื่อว่าน่าจะไม่เกินความสามารถของเราในการบริหารจัดการไปได้
 

ด้วยฐานความคิดเช่นนี้ ก็เท่ากับว่า “อนาคต” ของบ้านเราจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการจัดการด้านการศึกษาและระบบการเรียนรู้ของเด็กๆ ในวันนี้ ซึ่งจะต้องตอบคำถามง่ายๆ ว่าการศึกษามีไว้เพื่ออะไร ซึ่งเราจะพบคำตอบอยู่ไม่กี่ข้อใหญ่ๆ เท่านั้น คือ
 

1. คำตอบที่เกี่ยวข้องกับสังคม ว่ามีการศึกษาแล้วทำให้คนอยู่ในสังคมร่วมกันได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตในที่ทำงาน การทำมาหาเลี้ยงชีพ การดูแลครอบครัว ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของตัวเองและคนในสังคม
 

2. คำตอบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจก็คือ การศึกษาทำให้คนรู้เรื่องระบบการทำงาน การบริหารงานของทั้งภาครัฐและเอกชน การจัดการอุตสาหกรรม การค้าขายทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
 

3. คำตอบที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การนำงบประมาณแผ่นดินก้อนใหญ่ของประเทศมาบริหาร ดังนั้นนักการเมืองการปกครองจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถ หาวิธีจัดการบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสะท้อนภาพกว้างของประเทศว่าธุรกิจ อุตสาหกรรม แข็งแรงไหม ประชาชนกินดีอยู่ดีไหม คุณภาพของนักการเมืองนักการปกครองเป็นเช่นไรย่อมส่งผลให้การปกครองมั่นคง มีขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทำให้ประเทศมั่นคงได้
 

คำตอบทั้ง 3 ข้อนี้จึงเป็นเหมือนรากฐานในการสร้างประเทศ เพราะการศึกษาจะเกี่ยวข้องและมีอยู่ในทุกๆ ส่วน จึงเป็นผลของวันนี้ใน 30 ปีที่แล้ว และสิ่งที่ทำในวันนี้จะมีผลต่อสังคมในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำในวันนี้เช่นกัน หรือนักการเมืองจะดีหรือไม่ก็อยู่ที่ตรงนี้เช่นกัน
 

แต่ก็ต้องยอมรับค่านิยมทุกวันนี้ทำให้นักศึกษาต้องการแค่ปริญญาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะปริญญากลายเป็นใบเบิกทาง ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีวศึกษาและเมื่อไม่มีทางออกให้เขา เขาจึงหาทางออกโดยการยกพวกตีกัน เพื่อให้สังคมรับรู้ ซึ่งเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของปัญหาเท่านั้น