ครองตนก่อนครองคนอื่น

ครองตนก่อนครองคนอื่น

สังคมไม่ว่าจะเป็นสังคมใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแล้วแต่ต้องการผู้นำ เพื่อจะเป็นบุคคลที่ช่วยชี้แนะและนำทางให้แก่ผู้คนในสังคมนั้นๆ

ในทุกๆ สังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมใหญ่หรือเล็กก็ล้วนแล้วแต่ต้องการผู้นำ เพื่อจะเป็นบุคคลที่ช่วยชี้แนะและนำทางให้แก่ผู้คนในสังคมนั้นๆ  คนทุกคนไม่ได้เกิดมาและจะมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำได้ทั้งหมด การเป็นผู้นำได้มักจะมาจากบุคลิกภายในของแต่ละคน  ซึ่งผู้นำที่ดีนั้นควรรู้จัก “การครองตนเอง” ให้ดีเสียก่อน  นั่นคือต้องรู้จักความเหมาะสม  มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตใจเมตตากรุณา มีความรักลูกน้อง  และมีความประพฤติปฏิบัติที่เหมือนเมื่อยังไม่ได้ก้าวขึ้นสู่บทบาทของผู้นำ แต่ในความเป็นจริงหลายคนที่ผมได้พบ เมื่อได้เป็นผู้นำแล้ว  ลักษณะนิสัยมักจะเปลี่ยนแปลงไป  เมื่อตอนที่ยังไม่ได้เป็นผู้นำก็ประพฤติตัวดี คิดดีทำดี แต่เมื่อได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแล้วการประพฤติปฏิบัติก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การเป็นผู้นำก็เสมือนกับการมีอำนาจ และไม่ค่อยมีคู่แข่ง สามารถตัดสินใจอะไรต่างๆ ด้วยตนเองโดยไม่ค่อยมีใครกล้ามาทักท้วง ดังนั้นสิ่งแวดล้อมจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่เอื้อให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปเมื่อได้เป็นผู้นำแล้ว  

 

คำสอนของขงจื๊อที่ผมได้เกริ่นเอาไว้ในข้างต้นว่า “ควรจะครองตนเองเสียก่อนแล้วค่อยครองผู้อื่น” นั่นหมายถึงว่า การที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้นั้นต้องรู้จักที่จะเข้าใจจิตวิทยาของการชนะใจผู้อื่น  และรู้ว่าการเป็นผู้นำนั้นจะต้องวางตัวอย่างไร แต่เรามักจะได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในสังคมไม่ว่าจะเป็นโลกของธุรกิจหรือโลกของการเมืองก็ตามว่า คนเราเมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูง ก็มักจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง ผู้บริหารบางคนเมื่อยังไม่ขึ้นมาในตำแหน่งสูงเคยเป็นคนมาทำงานแต่เช้า แต่เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วกลับมาทำงานตามสบาย ไม่ใส่ใจต่อระเบียบวินัยและไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ใต้บังคับบัญชาอีกต่อไป ดังนั้นคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำนั้นต้องมีการเตรียมพร้อมทางด้านจิตใจ และคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเราเป็นผู้นำแล้ว เราจะต้องรักษาความดีเอาไว้ ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยึดถือเป็นตัวอย่างและประพฤติปฏิบัติตาม คุณพ่อของผม ดร.เทียม โชควัฒนา เองก็ได้เคยพูดให้ผมฟังว่า sale ที่ดี  เมื่อได้เลื่อนตำแหน่งเป็น supervisor แล้วก็อาจจะเป็น supervisor ที่ไม่ดีก็ได้

 

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2555 ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวและร่วมเป็น Sponsor ในการนำ series ขงจื๊อที่มีความยาว 35 ตอน มาฉายทางโทรทัศน์ในช่องThe Nation ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 18.00-19.00 น. เริ่มวันเสาร์ที่ 16 มิ.ย. จนถึงวันเสาร์ที่ 13 ต.ค. นับได้ว่าเป็น series ที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่งที่จะช่วยสอนและแนะนำให้เราเป็นคนมีคุณธรรม มีความกตัญญู รู้จักให้ความนับถือบุคคลต่างๆ เช่น “ผู้ปกครอง  หากปฏิบัติตรงไปตรงมา ถึงแม้จะไม่ออกคำสั่ง ประชาชนยังปฏิบัติตาม หากผู้ปกครองปฏิบัติตนไม่ซื่อตรง ชาวประชาย่อมไม่เชื่อฟัง”

 

นอกจากนี้ยังมีคำสอนดีๆ อีกมากมาย ผมจึงอยากแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านได้ดูกัน เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพราะขงจื๊อเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศจีนซึ่งเป็นที่ยอมรับมาเป็นเวลานานนับพันๆ ปี ทั้งยังเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากองค์กรสหประชาชาติ (UN) ให้เป็นผู้ที่เขียนหลักการ หลักคิดต่างๆ ทั้งในด้านของการดำรงชีวิตและการทำงานไว้ได้ดีมากๆ  ขงจื๊อเป็นนักปราชญ์ที่ถือกำเนิดเมื่อ 8 ปีก่อนพุทธศักราช ทั้งยังเป็นนักวิชาการ  นักการเมืองและนักปกครองที่เฉลียวฉลาด เดินทางไปเกือบทั่วทุกแคว้นของประเทศจีนในยุค “ชุนชิว” ได้แนะนำการปกครองที่มีคุณธรรม จริยธรรมต่อเจ้าเมืองในแคว้นต่างๆ ได้ให้คำสอน และได้เขียนตำราไว้ให้คนรุ่นหลังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา การเมือง การทหารและเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อคิดที่มีคุณค่าสูงส่งเหมาะกับการนำมาปรับใช้ในสังคมปัจจุบัน เพื่อช่วยกันทำให้สังคมเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น