ในระหว่างสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เดินทางขึ้นเหนือและได้ใช้สนามบินดอนเมืองเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ย้ายสายการบินต่างๆไปสุวรรณภูมิหมดแล้ว
ยกเว้นก็แต่ให้ “นกแอร์” สายการบินต้นทุนต่ำ เพียงสายเดียวที่เป็นบริษัทลูกของการบินไทย ให้ยังคงบินที่ดอนเมืองต่อได้
จากสภาพที่เห็น สนามบินดอนเมืองยังดีอยู่ แต่เงียบและความมีชีวิตชีวาได้หายไป อาจเพราะการมีนกแอร์สายเดียว จำนวนเครื่องและกิจกรรมจึงพลอยมีน้อยเกินไป
ดอนเมือง ถือเป็นที่ที่ดีสุดของเมือง พื้นที่กว้าง ทำเลดี ทำให้รัฐบาลต่างสมัย อยากได้ซึ่งสุดแล้วแต่กระแสของการเมืองฝ่ายไหนเป็นใหญ่
แต่สำหรับผม เคยแสดงความคิดไว้ก่อนหน้านานแล้วว่า ขอให้ "สงวนสนามบินดอนเมืองให้เป็นสนามบินเพื่อการบินของสายการบินในประเทศเฉพาะของการบินไทยที่บินในประเทศเท่านั้น" ทั้งนี้ โดยไม่รู้ว่าถูกหลักวิชาแค่ไหน แต่ที่ถือว่าชอบธรรมอย่างยิ่ง ที่จะทำเพื่อมุ่งให้เป็นประโยชน์แก่คนไทยให้มากที่สุด ทั้งการเดินทาง การจัดเก็บรายได้ และวิธีการใช้ทรัพย์ผืนนี้ของชาติ แนวทางเลือกของการฟื้นคืนดอนเมือง ที่ผมคิดไว้ คือ
ก. การให้เป็นสนามของการบินไทย ในการบินสายในประเทศ ทั้งราคาปกติและที่เป็นต้นทุนถูก โดยที่ไม่รวมสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ ที่ควรจะไปจัดหาวิธีลดต้นทุนต่างๆ กันเอาเองและให้ไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิกันจะเหมาะกว่า เพราะส่วนมากบินเชื่อมโยงกว้างกว่าขอบเขตประเทศไทย
ข. ทางเลือกที่สอง คือ ที่รัฐบาลนี้เพิ่งจะมีมติไป ให้ “ดอนเมือง” เป็นที่ใช้งานสำหรับ สายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งเท่ากับว่า สายการบินต่างชาติจะเข้ามาใช้ดอนเมืองได้เต็มที่เช่นเดียวกับการบินไทยหรือนกแอร์
ค. การให้ดอนเมืองเป็นสนามบินสากลนานาชาติแห่งที่ 2 คู่กับสุวรรณภูมิ โดยขยายให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการปรับที่ทางกับทางกองทัพอากาศ ให้ผลรวมดีขึ้น เป็นสนามบินเท่าเทียมสุวรรณภูมิก็ทำได้ และอาจทำได้ดีกว่าด้วย ทั้งนี้ ปัญหาวิธีหลังนี้คือ การต้องใช้เวลานานในการดำเนินการ แต่สามารถตั้งเป้าได้
อย่างไรก็ตาม การจะดำเนินการแก้ไขเรื่องสนามบินในขณะนี้ ให้ได้ผลดีที่สุดในระยะสั้นแล้ว ผมมีความเห็นและยืนยันว่า ควรฟื้นฟูดอนเมืองตามทางเลือกแรก จะดีที่สุดด้วยประการทั้งปวง นั่นคือ ก. คนไทย โดยเฉพาะ เพื่อช่วยสนับสนุน ด้านการลงทุนและเศรษฐกิจของคนในภูมิภาคที่ได้ลงทุนลงแรงไปมากแล้วให้เติบโตคึกคักขึ้น จึงถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องให้สายการบินของไทยมีความพร้อม ขยายบริการเอื้อมไปให้ความสะดวกกับหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค กับคนไทยในแผ่นดิน เจ้าของประเทศให้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องให้คนไทยเป็นคนที่ผูกติดกับการเดินทางเป็นทาสรถยนต์ตลอดชีพ
เหตุผลทั้งหมดของผมที่ยืนยันขอให้ใช้ทางเลือกนี้ เพราะ ก. ยุคนี้ ผมถือว่า คนในภูมิภาคต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ข. สายการบินไทย ควรได้โอกาสรับใช้คนไทยให้มากเป็นพิเศษ ด้วยเป็นของรักของเคยใช้ที่ถูกกันท่ามานาน ค. ที่สำคัญ ผมอยากจะให้ทั้งดอนเมืองและการบินไทย เป็นสมบัติสาธารณะของชาติ มากกว่าปล่อยให้ไปเป็นของต่างชาติ หรือโดยเฉพาะ กับเอกชน คนไทย ที่ใช้วิธีตีโอบเข้ามาหาประโยชน์ ผ่านกระแสเสรีการค้า โดยขนเงินไปลงทุนที่เขาแล้ว เข้ามาเอาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง ทั้งนี้ ตามข้อตกลง AEC สายการบินก็จะมีการเปิดเสรีด้วยเช่นกัน แต่การสงวนสนามบินดอนเมืองให้กับการบินไทยและคนไทยใช้กันในประเทศ ก็ไม่ได้ผิดตรงไหน เพราะได้เปิดให้เขาบินเข้าไทยได้อยู่แล้ว ทั้งสายการบินต้นทุนต่ำและสายปกติ โดยมีสุวรรณภูมิ ให้ใช้ได้เต็มที่และไม่อั้นอยู่แล้ว และควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลต่อไป ต้องหันมาเอาใจคนไทยกันให้มาก เพื่อชดเชยการมองข้ามดูแคลน กับ “จัดหนัก” ให้แต่กับคนต่างชาติ โดยคนไทยมีความหมายเป็นได้แค่ “เบี้ย” ของนักธุรกิจการเมืองและนักการเมืองเท่านั้น
เหตุนี้ สายการบินต่างชาติจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมา “แจม” หรือคึกคักรักคนไทย
ความคิดเช่นนี้ ถ้าจะหาว่า ผมเห็นแก่ตัว ผมก็ขอยอมรับว่า ใช่ หรือ ถ้าจะว่าผมระแวงมากเกินไป จึงกันท่าสายการบินต้นทุนต่ำสายอื่นๆ ทั้งหลายนั้น เพราะเชื่อแน่ว่า กิเลสการเงิน จะทำให้มีการใช้อำนาจการเมือง "เจาะ" เข้ามาหาประโยชน์อย่างเป็นนิสัย ทั้งนี้ โดยจะใช้วิธีไปแอบจับมือและซื้อหุ้นสายการบินต้นทุนต่ำอื่นๆ สะสมไว้เต็มกำมือแล้วก็เข้ามาตักตวงได้ตามสบาย เรื่องนี้เป็นจริงอย่างไร ทำจริงดังที่ผมว่าหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ถ้าเชื่อแบบผมว่า “พ่อค้าไม่ใช่นักบุญ” แล้ว รับรองว่า ไม่ผิด ที่น่าติดตามดูกันต่อไป
เรื่องน่าแปลกที่ออกมาสัปดาห์ที่แล้ว คือ รัฐบาลได้มีมติให้ใช้สนามบินดอนเมืองสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ (ทุกสาย) ทั้งนี้เหตุผลที่อ้าง คือ เพื่อหวังเร่งเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ได้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาว่า ส่งออกไทยลดลง จึงต้องเร่งหารายได้ด้านการท่องเที่ยวเข้ามาแทน ซึ่งเหตุผลฟังดูดี กับน่าจะต้องยอมรับและให้ทำได้ และดูจะเป็นการให้บริการแก่ลูกค้าคนไทยได้มากขึ้นด้วยนั้น เอาเข้าจริงไม่คุ้มกัน สายการบินต่างชาติ จะทุ่มบินเข้ามาใช้ดอนเมือง และที่จะได้ประโยชน์คือ เจ้าของผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็จะออกลวดลาย ใช้สิทธิพิเศษให้บินเข้ามาใช้ดอนเมืองเพื่อเข้าถึงใจกลางได้ ขณะเดียวกัน ก็อาจมีการกันท่าให้การบินไทย ไปบินทางไกล รับใช้ไปตามที่นักการเมืองที่ต้องการให้ไปทำ
ที่น่าแปลกใจสุดๆ คือ ขณะเขียนบทความ ได้ข่าวกรณีไฟฟ้าขัดข้องที่สนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินขึ้นลงไม่ได้นานถึงสองชั่วโมงครึ่ง กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ผมเอง ทั้งไม่ทราบและไม่อยากเชื่อว่า ทำไมไฟฟ้ามาขัดข้องเอาตอนซึ่งไม่อยากจะเชื่อจริงว่า เป็นการจงใจทำให้เกิด แล้วนำมาใช้เป็นข้ออ้างที่จะกลับมาใช้ดอนเมืองได้เต็มที่หรือเปล่า
ความจริงแล้ว เหตุผล ที่จะให้ "ดอนเมือง" เป็นสนามบินของสายการบินต้นทุนต่ำนั้น ไม่ผิด แต่หากเข้าใจถึงกระแสตลาดเงินเสรีที่กำลังเกิด การสะสมทุนไปซื้อหุ้นถือหุ้นใหญ่แล้วเข้ามาหาประโยชน์จากมติอันนี้แล้วจะทำได้ง่าย มตินี้จึงเป็นรูรั่วใหญ่ ที่พ่อค้านักธุรกิจการเมือง ชอบจะเล่นกลเกมการเงิน หาทางเข้ามาครอบงำจนมีอำนาจเหนือและทำร้ายคนไทย แต่ให้ประโยชน์แก่ต่างชาติก็จะอาจเกิดขึ้น ทำนองเดียวกับเรื่องอื่นๆ ที่ทำมามากแล้ว
ในอีกด้าน ที่เกี่ยวข้องทางอ้อม คือ การปลด ดี ดี การบินไทย ด้วยเพราะประเมินแล้วไม่ดีพอ แต่ลึกๆ แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า มันอาจโยงกันหรือไม่
ทั้งหมดนี้ ที่ผมมองเห็นแปลก คือ อยู่ๆ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เกิดมือขึ้น ทำงานเก่ง หยิบเอาเรื่องนี้ที่เงียบมานานออกมติที่ดูคล้ายกับเจตนาดี ที่จะได้แก้ปัญหาเรื่องรายได้เข้าประเทศ ทั้งที่ปัญหาเรื่องใหญ่กว่า คือ ปัญหาราคาสินค้า ตามด้วยการเกิดวิกฤติการเงินในยุโรป ซึ่งถูกโยนไปให้รองนายกฯ และ รมต.คลัง พูด ซึ่งฟังแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำอะไร รู้เรื่องดีแค่ไหน
ระยะนี้ ที่การเมืองยุ่งๆ แต่ไม่วายมีการ “จัดหนักงานประจำ” ด้วย เช่น กรณีการปลด ดี ดี การบินไทย นั้น ไม่ทราบว่ามีการหวังผลในด้านการจัดซื้อและหาเครื่องบินใหม่หรือไม่ หรืออยากให้มีใครกระตุ้นการบินไทย ให้ย้อนกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองให้เร็วขึ้นหรือกลับกัน
ดูภาพรวมแล้ว ขณะนี้ ดูจะมีการเดินเกมด้านงานประจำ ด้วยการออกมติใหม่ๆ แต่มีผลมากในด้านนโยบาย ซึ่งอาจทำให้ผลประโยชน์ที่ทำท่าว่าจะให้แก่คนไทยให้มากขึ้นนั้น ในทางปฏิบัติอาจส่งผลกลับตาลปัตร โดยเปลี่ยนทิศทาง ไปเอื้อให้กับกลไกด้านเงินทุนเสรี ที่จะสามารถไปครอบงำและกลืนกินกิจการ ด้วยกลเกม การซื้อกิจการ และเข้าถือหุ้นใหญ่ ในขอบเขตภูมิภาคหรือระดับโลก ที่เข้าสู่การเปิดเสรีมากขึ้นนั้น
สุดท้าย ขณะกระแสการค้าเสรีขยายตัว บางคนกลับเก่ง ที่จะขยายพลังอิทธิพลผ่านตลาดเงินทุนเสรี ที่จะสามารถนำไปครอบงำ แสวงหาประโยชน์ได้สูงกว่า ตามแนวคิด Merger Endgame หรือทางรวยสุดขอบฟ้าที่บางคนชอบเป็นพิเศษ






