ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ที่กีฬาอาชีพ จะนำเรื่องของ "เทคโนโลยี" เข้ามาเป็นองค์ประกอบของเกมการแข่งขัน
เช่น ในกีฬาเทนนิส เรามี hawk-eye technology ที่สามารถแสดงผลกราฟฟิกย้อนหลังเมื่อถูกผู้เล่นทักท้วงได้ว่าลูกที่ถูกกรรมการขานว่าออกนอกเส้นเมื่อครู่ ที่จริงแล้วตกอยู่บนเส้นอยู่ครึ่งลูก
ในกีฬาว่ายน้ำสำหรับโอลิมปิกเกมส์ที่ลอนดอนเดือนหน้า แบรนด์นาฬิกาดังที่เป็นพาร์ทเนอร์จับเวลาของการแข่งขันก็ได้นำระบบที่สามารถบันทึกในแต่ระยะของผู้เข้าแข่งขันพร้อมกันได้ถึง 16 คน ด้วยความละเอียดถึงเศษหนึ่งส่วนล้านวินาที พร้อมทั้งแป้นสัมผัสที่ขึ้นไฟแสดงผลทันทีว่าใครว่ายเข้าเป็นอันดับหนึ่งถึงสามเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสิน
เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะปัจจุบันศักยภาพของนักกีฬาถูกพัฒนาขึ้นมาก แพ้-ชนะกันแค่เสี้ยววินาที
ทว่าในเกมฟุตบอล ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงในเรื่องทำนองนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์ฟุตบอล FIFA หรือ UEFA เท่าไหร่นัก เห็นได้จากความดึงดันที่จะไม่นำเอา goal-line technology มาใช้ในกรณีที่ไม่ชัดเจนว่าลูกฟุตบอลได้ล้ำเส้นประตูเข้าไปทั้งลูกหรือยังสำหรับการแข่งขันทัวร์นาเมนท์นี้ ซึ่งสำหรับกีฬาฟุตบอลแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่สามารถพลิกรูปเกมจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทีเดียว
นอกจากนี้ เรามักเห็นกันประจำถึงการแจกใบแดงใบเหลืองที่ผิดพลาดของกรรมการ หรือบางครั้งการทำฟาวล์นอกสายตากรรมการก็เกิดขึ้นบ่อยโดยไม่ถูกลงโทษแต่บรรดาผู้ชมนับล้านๆ คนที่ดูผ่านจอโทรทัศน์กลับเห็นชัดเจนจากการฉายรีเพลย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะอะไรที่ทาง FIFA และ UEFA ยังคงมีแรงต่อต้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตัดสิน บางส่วนผมเชื่อว่าผู้บริหารทั้ง FIFA และ UEFA มองว่ากีฬาฟุตบอลยังต้องการความผิดพลาดจากการตัดสินใจของมนุษย์อยู่ เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่า controversy ที่เกิดจากการตัดสินใจของกรรมการ เป็นส่วนสร้างกระแสความน่าสนใจของเกมฟุตบอลให้มากขึ้น และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนพูดถึงเกมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านอกเหนือไปจากประตูที่เกิดในเกม
ขณะที่อีกความเห็นต่างมองว่า ปัจจุบันมีกีฬาหลายประเภทที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการตัดสินด้วยการขึ้นจอฉายซ้ำและฟันธงได้ทันทีอย่าง เช่น รักบี้ใช้มานานแล้วก็ไม่เห็นว่าเสน่ห์และความนิยมของกีฬาประเภทนี้จะหายไปแต่อย่างใด
ท่านลองนึกดูสิครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ถูกพัฒนาย่อส่วนและถูกนำมาใช้ในแง่ของ personal มากขึ้น การประยุกต์เอาข้อมูลต่างๆ จากผลการแข่งขันในอดีต ไม่ว่าจะเป็นของทีมหรือของบุคคลมาประมวลผล เมื่อก่อนเราทำง่ายๆ ด้วยการเก็บในเชิงตัวเลขและสถิติ ก่อนจะมาวิเคราะห์ด้วยตัวเอง หรืออาจวิเคราะห์เกมหรือแทคติกด้วยประสบการณ์ของโค้ชหรือผู้จัดการทีม
แต่ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ยักษ์ของโลก ล้วนแล้วแต่มีอุปกรณ์ที่สามารถทำหน้าที่เก็บข้อมูลและแสดงผล รวมถึงวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคธรรมดาๆ อย่างเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาแชร์หรือนั่งวิเคราะห์ดูด้วยตัวเองได้แล้วครับซึ่งเจ้าอุปกรณ์เหล่านี้ ตอนนี้ผู้บริโภคสามารถเดินไปซื้อจากหิ้งสินค้ากีฬาเหมือนกับสินค้าอื่นๆ ทั่วไปได้เลยครับ
ถ้าท่านเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อุปกรณ์ไฮเทคประกอบอาชีพของท่านเหล่านี้ ถือว่าเป็นของจำเป็นทีเดียวที่จะทำให้ท่านพัฒนาขีดความสามารถและถีบตัวเหนือคู่ต่อสู้ได้ นี่ยังไม่รวมถึงรองเท้าที่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ขนาดเบามากที่สุด มีจุดสัมผัสที่ใช้วัสดุเฉพาะทำให้เตะได้แรงขึ้น เสื้อผ้าชุดแข่งของท่านก็สามารถระบายความชื้นและไม่อมน้ำทำให้มีน้ำหนักเบา แถมยังทำจากวัสดุที่ลื่นมือ ทำให้คู่ต่อสู้ของท่านยากจะดึงท่านให้ช้าลง
ในขณะเดียวกัน วัสดุที่ถูกนำมาผลิตเป็นลูกฟุตบอลก็มีความยืดหยุ่นสูง ไม่อมน้ำ มีความเสถียรในวิถีการเคลื่อนไหว และสามารถสะท้อนแรงปะทะของเท้าได้อย่างดี ทำให้ลูกพุ่งด้วยความเร็วสูง
แต่ปรากฏว่า ทุกเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อผลักดันให้เกมฟุตบอลเป็นเกมที่สนุกขึ้น รวดเร็วขึ้น มีความตื่นเต้นและ dynamic มากขึ้นแต่กลับถูกตัดสินแพ้ชนะด้วยความล้าสมัยขององค์ประกอบอื่นๆ อย่างกรรมการในสนามที่แทบไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำหน้าที่เลย ยกเว้นที่ผมเห็นก็แค่วิทยุสื่อสารของกรรมการ 3 คนในสนาม แต่ภายหลังเกมระหว่างอังกฤษกับยูเครน กรรมการออกมายอมรับว่า ทางประธาน FIFA ได้ออกปากแล้วว่า goal-line technology คืออนาคตที่ทาง FIFA ต้องพิจารณา
ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว "เทคโนโลยี" จะเข้ามามีส่วนสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกของกีฬาทั้งส่วนศักยภาพของนักกีฬาและความบันเทิงของผู้รับชม









