จากยุควินเทลปี 2525-2550 การผนึกกำลังสร้างอาณาจักรระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ของไมโครซอฟท์ กับไมโครโปรเซสเซอร์ ของอินเทล
ที่ครอบครองตลาดไอทีจนแทบไม่มีใครหาญกล้าขึ้นต่อกร หากหลังปี 2550 มนต์ขลังเริ่มคลายตัว แอ๊ปเปิ้ลก็กลับผงาดขึ้นมารุกตลาดคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ครั้งใหญ่ด้วย ไอพอด ไอโฟน และไอแพด ที่จุดประกายให้ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่ยักษ์ที่เคยแข็งแกร่งก็มีวันล้มให้คู่แข่งเบอร์สอง หรือสามขึ้นแทนที่ได้เสมอ ตั้งแต่ต้นปี 2555 เราได้เห็นการเปิดตัวนวัตกรรมที่หวังจะมาช่วงชิงตลาดจากแอ๊ปเปิ้ลมากมาย ทั้งอัลตราบุ๊ค แพลตฟอร์มใหม่ของอินเทล ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 ที่ไมโครซอฟท์ตั้งความหวังเอาไว้เต็มที่
ภาวะตลาดไอทีโลกซึมเซามาพักใหญ่ แต่กลับมีแทบเล็ตและสมาร์ตโฟนทำยอดขายได้มหาศาลทั่วโลก ผูกขาดโดย 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ แอ๊ปเปิ้ล กับซัมซุง ซึ่งผมเชื่อว่านับจากนี้ไปเราจะเห็นการขับเคี่ยวทางการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นเช่นเดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่นสมาร์ทโฟนที่ทุกวันนี้ดูเหมือนจะมีเพียงไอโอเอสของแอ๊ปเปิ้ลและแอนดรอยด์ของกูเกิลเท่านั้น แต่ช่วงปลายปีเราจะเห็นการกลับคืนสู่สังเวียนของวินโดว์ส 8 ที่มีลูกเล่นไม่แพ้กัน ขณะที่กูเกิลก็บรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการกับโมโตโรล่า จึงน่าจะมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาดได้อีกมาก
ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกมากขึ้น เช่นทุกวันนี้ที่เราได้เห็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่บางลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่บางรุ่นทำหน้าที่เป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊ค หรือแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนในเครื่องเดียวกัน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ และมีราคาถูกลงเรื่อยๆ
ในฐานะผู้บริโภคก็คงต้องจับตาดูการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทิศทางไหนคนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด ก็คือ ผู้บริโภคที่ได้เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ง่าย มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ราคาลดลง ซึ่งผลของการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้แชมป์เก่าอาจมีโอกาสพลาดให้แก่ยักษ์ใหญ่เบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 ขึ้นมาแทนที่ได้
อุตสาหกรรมไอทีและคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ในทุกวันนี้จึงเปรียบเสมือน “สามก๊ก” ที่ทุกฝ่ายพร้อมจะเพลี่ยงพล้ำให้คู่แข่งได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับแบล็คเบอร์รี หรือเอชทีซีที่เคยขึ้นมาเป็นที่ 1 และถูกแทนที่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ทุกรายก็รอโอกาสที่จะกลับมาเป็นที่ 1 อีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมในช่วงเวลานั้นๆ เช่น งานคอมมาร์ต ครั้งล่าสุดนี้ที่สินค้าขายดีไม่ได้มีเพียงแค่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แต่จอแอลอีดีทีวีก็ขายได้ไม่แพ้กันเพราะกระแสฟุตบอลยูโรและมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึง
ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะถือเป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมไฮเทค แต่ทุกวันนี้ การเปลี่ยนแปลงนั้นหนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ขณะที่ผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้นจึงต้องใช้เวลาตัดสินใจนานกว่าเดิมว่าอะไรควรซื้อก่อน/หลัง
การปรับตัวให้เข้ากับทิศทางของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจึงถือเป็นเรื่องท้าทายที่สุด แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นการปักไมล์สโตนของธุรกิจให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งจะทำไม่ได้หากเรายังมองไม่เห็นว่าอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าจะปรับตัวเองไปในทิศทางใด
การจับพฤติกรรมผู้บริโภคจึงไม่ใช่เป็นแค่การเพิ่มยอดขายหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด แต่อาจหมายถึงอนาคตของบริษัทว่าจะแซงหน้าคู่แข่งขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง หรือต้องถดถอยเพราะหลงกับความสำเร็จในอดีตจนอาจต้องปิดตัวลงในที่สุด






