หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของบริษัท เทนเซ็นต์ (Tencent) อยู่บ้าง จากการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของสนุกดอทคอม เว็บไซต์อันดับหนึ่งของบ้านเรา
หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของบริษัท เทนเซ็นต์ (Tencent) อยู่บ้าง จากการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของสนุกดอทคอม (Sanook.com) เว็บไซต์อันดับหนึ่งของบ้านเรา แต่หลายคนก็อาจไม่ทราบว่า เทนเซ็นต์ เป็นใครมาจากไหน มีอะไรน่าสนใจ ทำไมผมต้องเขียนถึงบริษัทนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวสารที่เต็มไปด้วยเรื่องของแอ๊ปเปิ้ล และความตกต่ำของหุ้นไอพีโอ เฟซบุ๊ค
เทนเซ็นต์เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของจีนและเอเชีย มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากกูเกิล (มูลค่าทางตลาด 185,000 ล้านดอลลาร์) อะเมซอน (มูลค่าทางตลาด 96,000 ล้านดอลลาร์) และเฟซบุ๊ค (มูลค่าทางตลาด 55,000 ล้านดอลลาร์) ส่วนเทนเซ็นต์เองมีมูลค่าทางตลาด 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะขึ้นไปแทนที่อันดับ 3 อย่างเฟซบุ๊คที่มูลค่าหุ้นดิ่งลงทุกวัน
เริ่มน่าสนใจขึ้นไหมครับ ถ้าบอกว่า เฟซบุ๊คกำลังจะถูกเขี่ยตกอันดับความยิ่งใหญ่โดยบริษัทจากเอเชีย
ผลประกอบการในไตรมาสแรกปี 2555 เทนเซ็นต์อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น รายได้ถึง 1,532.8 ล้านดอลลาร์ เติบโตเพิ่มขึ้น 52.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2554 และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เติบโต 21.8% คิดเป็นกำไรสุทธิ อยู่ที่ 470.6 ล้านดอลลาร์
ส่วนรายได้ของเฟซบุ๊ค ไตรมาสแรกที่ผ่านมา 1,058 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไรสุทธิ 205 ล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่า ไม่ถึงครึ่งของกำไรสุทธิที่เทนเซ็นต์ทำได้
รายได้หลักส่วนใหญ่มาจากบริการเสริม (Internet Value-Added Services หรือ IVAS) คิดเป็นสัดส่วนถึง 76.5% ของรายได้ทั้งหมด โดยมีบริการเด่นๆ ได้แก่ บริการ QZone ซึ่งเป็นบริการโซเชียล เน็ตเวิร์คอันดับ 1 ของจีน ที่ล่าสุดมียอดสมาชิกแตะ 1 พันล้านบัญชี QQMusic เป็นแพลตฟอร์มเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน QQLive บริการดูคอนเทนท์ทีวี ภาพยนตร์ ละคร กีฬาและการถ่ายทอดสดต่างๆ
“Weixin” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ “WeChat” เป็นแอพแชทตัวล่าสุดจากเทนเซ็นต์ เพื่อออกมาตอบโจทย์การติดต่อสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟน
การแชทบนมือถือ (Mobile Messaging) เป็นพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารที่นิยมมากที่สุดอันดับต้นๆ ในการใช้โทรศัพท์ จนกล่าวได้ว่าถ้าไม่ใช้มือถือในการคุย หรือส่งเอสเอ็มเอสก็ต้องเป็นการแชท และมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ใช้งานแชทมากกว่าการคุยด้วยเสียงแบบปกติซะอีก
ยิ่งในตลาดเอเชียที่มีพฤติกรรมชอบแชทเป็นทุนเดิม และด้วยค่าบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถืออยู่ในอัตราไม่แพง ทำให้การแชทบนมือถือได้รับความนิยมสูงมาก ทำให้แอพแชทเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเทนเซ็นต์ ในการนำคอนเทนท์และบริการต่างๆ มาผนวกกับการสื่อสารวิธีนี้
ตลาดจีน WeChat ได้รับการตอบรับดีมาก จนกลายเป็นแอพแชทบนมือถืออันดับ 1 ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนครับ เป็นการเติบโตอยู่บนฐานผู้ใช้ QQ เดิมที่มีจำนวนกว่าพันล้านบัญชี และมีการผลักดันอย่างเต็มที่ผ่านบริการอื่นๆ
เมื่อลองมองจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในจีนมีอยู่ประมาณ 1 พันล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 74% ของประชากรทั้งประเทศ รวมกับสัดส่วนยอดขายสมาร์ทโฟนในจีน ไตรมาสแรกปี 2555 ที่คิดเป็น 22% ของยอดขายทั้งหมดของสมาร์ทโฟนทั่วโลก ทำให้จีนกลายเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐอเมริกา จึงมองได้ว่า WeChat ยังโตได้อีกมหาศาลในตลาดจีน
หมากตาต่อไปของเทนเซ็นต์ คือ การนำ WeChat รุกตลาดโลก โดยเริ่มจากประเทศแถบเอเชีย เนื่องจากมีพฤติกรรมในการใช้งานแชทที่เหมือนๆ กันทั้งภูมิภาค
กลยุทธ์การทำตลาดของเทนเซ็นต์น่าสนใจมากครับ ใช้โซเชียล มีเดีย เป็นสื่อหลักในการสื่อสารการตลาด เพราะเชื่อว่าถ้าโปรดักท์ดีจะเกิดการบอกต่อในโลกออนไลน์โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีโฆษณาในสื่อ Above The Line อย่างแอพคู่แข่งจากเกาหลีอย่างไลน์ที่ยิงโฆษณาทางทีวีในไต้หวัน
ทางผู้บริหารของเทนเซ็นต์ เชื่อว่าการสร้างฟีเจอร์เพื่อตอบโจทย์ด้านการติดต่อสื่อสารสำคัญที่สุดและไม่เชื่อว่าการมีลูกเล่นอย่าง Sticker ในไลน์ ระยะยาวจะสร้างความแตกต่างได้ เพราะเมื่อผู้ใช้เบื่อก็จะกลับมามองที่ตัวฟีเจอร์หลักของแต่ละแอพ ว่าตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองมากน้อยแค่ไหน ทำให้ WeChat ถูกสร้างขึ้นมาเป็นคอมมิวนิเคชั่น แพลตฟอร์มมากกว่าเป็นแอพแชททั่วไป โดยผสมผสานฟีเจอร์ด้านโซเชียลเน็ตเวิร์คมาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มและยังอนุญาตให้นักพัฒนาเขียนปลั๊กอิน เพื่อเพิ่มลูกเล่นต่างๆ ให้ WeChat อีกด้วย
เรื่องบิซิเนส โมเดล อาจจะยังเร็วไปที่จะพูดถึง เพราะแอพแชทปัจจุบันก็ยังคงโฟกัสไปที่การขยายฐานผู้ใช้ให้มากที่สุด แต่ส่วนของเทนเซ็นต์จะเน้นการสร้างโลคอล คอมมูนิตี้สำหรับแต่ละประเทศ นำฟีดแบ็คการใช้งานของแต่ละที่กลับมาพัฒนาโปรดักท์ให้ตอบโจทย์และตรงความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด
สำหรับเทนเซ็นต์แล้ว WeChat เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าหากันด้วยการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มของ WeChat และอาจส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้ไม่แพ้เฟซบุ๊คเลยก็เป็นได้









