คนเก่งจริง เขามองกันยาวๆ ดูกันไกลๆ ไม่ได้แค่ผิวๆ เราจึงต้องขยัน และทำให้ใครต่อใครเห็นต่อว่าเราคือเพชรแท้ที่องค์กรต้องการ
ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวครับ แต่ไม่กล้าเรียกตัวเองว่า “กูรู” เพราะไม่เคยเขียนบล็อก ไม่ชอบโพสต์รูป ไม่แชร์ประสบการณ์ ที่ทำไป ก็เพราะใจรักมากกว่า
ที่สำคัญ ผมเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้ ต่อให้ใครพูดแค่ไหน ก็ไม่ดีกว่าการได้ไปเอง เรื่องเที่ยว ผมขอยกไว้ เราต้องไป เพื่อให้ “ใจ” ได้รู้สึก
แต่ไม่รู้ใครจะเป็นอย่างผมบ้างครับ ในวันสุดท้ายของทุกทริป ผมจะรู้สึกเหงาๆ อย่างบอกไม่ถูก ลึกๆ ในใจ นึกตำหนิตัวเองที่แพลนมาน้อยไป เกิดดื้อ ไม่อยากกลับ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากลุยจะต่ออีกสักพัก
ยิ่งกว่านั้น ผมมักจะใช้เวลาขณะเดินทางกลับ กดรูปถ่ายจากกล้อง ค่อยๆ ดูอย่างช้าๆ ไปทีละรูป หวนนึกถึงทุกที่ๆ ได้ไป เก็บเป็นความทรงจำดีๆ ติดกระเป๋ากลับบ้าน
ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะตั้งคำถาม จุดหมายต่อไปคือที่ไหน? อะไรคือสิ่งที่ผมต้องค้นหาต่อ?
ไหนๆ พูดถึงเรื่องนี้ ผมขอต่ออีกสักเรื่องนะครับ ถ้ายังจำช่วงชีวิตตอนจบม.ปลาย และกำลังจะก้าวเข้ารั้วมหาลัยได้ วินาทีนั้นใครต่อใคร ย่อมรู้สึกเศร้า เหงาเป็นธรรมดา และอาการที่ว่าจะไปสุกงอมเอาวันสุดท้ายก่อนปิดเทอม
พูดตรงๆ ใจหนึ่งก็ไม่อยากไปครับ เพราะยังยึดติดกับรสสัมผัสเดิมๆ เพื่อนคนเดิม ที่เคยเล่น เคยแก็งค์ ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน แต่อีกใจก็อยากจะบินสู่อิสรภาพใหม่ ไปเจออีกโลก ที่ไม่ต้องอยู่ในกรอบของเด็กหัวเกรียนต่อไป
มันจึงเป็นส่วนผสมที่ไม่ลงตัว เป็นความรู้สึกจบแบบไม่จบ
หรือเพราะจริงๆ แล้ว ผมเริ่มคิดว่า ในทุกการจบย่อมมีจุดสตารท์ของเรื่องใหม่ๆ เสมอ
ไม่นานมานี้ ทีมผมต้องสูญเสียน้องที่รักไปถึงสองคน ด้วยเหตุผลที่ยอมรับได้ ทั้งคู่ต้องการหลุดจาก Comfort Zone ไปเผชิญโลกใหม่ที่ท้าทายกว่า และที่สำคัญยังได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
แวบแรกก็ตกใจครับ แต่ก็ได้บอกไปว่า แม้โลกจะกว้างใหญ่แค่ไหน แต่เชื่อเถอะ มันก็แคบพอที่เราจะโคจรกลับมาเจอกันได้อีก ตราบที่ใจต้องการ
การจากไม่ได้แปลว่าจบ มิตรภาพที่มีไม่ได้เลือนหาย เรายังคงเป็นพี่น้อง เพื่อนพ้องที่พร้อมช่วยเหลือกันเสมอ
จงเริ่มต้นเขียน Story เรื่องใหม่ เตรียมปรับตัว และใช้ความรู้ที่มีให้เกิดคุณค่ากับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน องค์กรและตัวเองให้มากที่สุด อย่าทำให้ใครผิดหวัง
ข้างฟากของหัวหน้าเก่า ผมก็ต้องปลุกเร้า สร้างขวัญ เพื่อไม่ให้เสียกำลังใจ ผมเชื่อว่าแม้เราต้องเสียทหารราบไปถึงสองนาย แต่กองทัพก็ต้องเดินหน้า วินาทีนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งจมความเศร้า
ถ้าเรามองในอีกแง่มุม นี่ก็คือประโยชน์ของการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ได้ด้วย
ง่ายที่สุดครับ ขณะที่ต้องทำ Transition Plan ถ่ายทอดงาน เราจะได้เรียนรู้และตระหนักได้ว่า งาน Detail ที่น้องๆ เราทำอยู่มากมายก่ายกองแค่ไหน มีอะไรที่ไม่เข้าท่า ต้องปรับใหม่หรือไม่?
ของบางอย่าง บางที เมื่อเราอยู่กับมันนานๆ ก็อาจเกิดอาการ Take For Granted จนหลงเลย ละลืม ครั้งนี้จะได้ถือโอกาสปรับ และแก้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
อีกมุมหนึ่ง เจ้านายจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการสอนงานอีกครั้ง ซึ่งกลไกนี้เสมือนบังคับให้เราได้ฝึกฝนการเป็นครู เป็นโค้ช ไปในตัว ช่วยให้ Skill และเทคนิคในการบริหารลูกน้องแก่กล้ามากขึ้น
คนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารสูงสุด เมื่อมองลงมา ก็จะได้เห็น People Management ทั้งระบบ
ที่น่าสนใจยิ่งกว่า ผมมองว่านี่คือโอกาสอันดีที่เราจะได้เปิดให้คนใหม่ๆ มาร่วมงานกับเรา ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราเลือกมาเก่ง สอบข้อเขียนหรือสัมภาษณ์เข้ามาดีๆ อนาคตของทีม และองค์กรก็จะไปได้สวย เพราะประสบการณ์จากที่เดิม ไม่ได้เสียเปล่า สามารถเอามาแชร์ มา Contribute ให้เราได้
ถ้าจะพูดว่าเป็นการเอาเลือดเก่า ผสมเลือดใหม่ ก็ไม่ผิดนัก ผมว่าดูดีออก เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการปรับตัวโดยปริยาย
สมการนี้มันจึงไม่สูญเปล่า เพราะมี “Give” and “Take” ในตัว
ผมเริ่มสนุกและคิดต่อ ก็พบว่า เรื่องนี้ยังประยุกต์ใช้ในการประเมินผลปลายปีได้ด้วย
ทุกๆ ปี ผมเชื่อว่าเมื่อพนักงานทุ่มเท ความรู้ ลงแรง ลงใจ ก็หวังให้องค์กรเติบโตมีผลกำไร และแชร์ส่วนหนึ่งกลับมาในรูปของการขึ้นเงินเดือน โบนัส หรือแม้แต่การโปรโมทเลื่อนตำแหน่ง
ใครสักคนบอกผมว่า ถ้าเราโชคดี เกิดได้ขึ้นมา ก็หยุดพักได้ ปีหน้าฟ้าใหม่ โอกาสจะไม่ใช่ของเรา เพราะต้องใช้หลักการหมุนเวียน สับเปลี่ยน ตามหลักกระจายผลประโยชน์
ผมไม่เคยเชื่ออย่างนี้ครับ ทันทีที่การประเมินผลจบ วันใหม่ก็เริ่มทันที
อย่าลืมว่าผู้บริหารเขาเก่งพอ และมองคนออก คนเก่งจริง เขามองกันยาวๆ ดูกันไกลๆ ไม่ได้แค่ผิวๆ เราจึงต้องขยัน และทำให้ใครต่อใครเห็นต่อว่าเราคือเพชรแท้ที่องค์กรต้องการ
ขณะเดียวกัน คนที่ยังไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าชาตินี้ จะไม่มีวันได้ ยิ่งต้องขยัน และเริ่มปีใหม่ให้เข้มขึ้น และพิสูจน์ให้ผู้บริหารเชื่อว่า เราเองเป็นคนเก่ง และสุดท้ายจะได้รับในสิ่งที่เพื่อนเคยได้เช่นกัน
พุทธศาสนาสอนว่า ตราบที่เรายังไม่นิพพาน ชีวิตก็ย่อมต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นธรรมดา
วินาทีที่เราหลุดจากภพหนึ่ง ก็ต้องเดินทางสู่ภพใหม่ ภูมิใหม่ทันที ขึ้นอยู่กับบุญทำกรรมแต่งที่สะสมในชาติปัจจุบัน
ผมไม่ปฎิเสธ เพราะสัจธรรมนี้ยังสอนให้ผมเห็นว่า แท้จริงแล้ว ในทุกจุดจบ ก็ย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอ…









