ดิฉันได้มีโอกาสฟังผู้บริหารและหัวหน้างานในองค์กรหลากหลาย ซึ่งต่างมักส่ายหน้า ทำท่าเซ็ง พร้อมตัดพ้อต่อว่า
ฟ้าดินว่าส่งข้ามาเกิด แล้วทำไมต้องส่งทีมงานมือใหม่มาให้ดูแล
ดิฉันจึงสอบถามความเห็นท่านของทั้งหลาย ว่ามีประเด็นใดที่อยากชี้แนะคนทำงานมือใหม่ ที่อาจยังไม่จัดจ้าน ไม่เก่งทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องคนและองค์กร ต้องสอนกันอีกมาก
ท่านๆ ต่างมีประเด็นพรั่งพรู ลองดูคำเตือนจากมือเก่าฝากให้มือใหม่ใช้พิจารณาค่ะ
1.หากมือใหม่ในองค์กรไม่อยากก้าวหน้า กรุณามั่นใจว่ารู้ทุกอย่าง คิดให้ได้ว่า ระดับป้าๆ ลุงๆ นั่นแหละเชยแฉะ และไม่เข้าใจในสิ่งที่เราร่ำเรียนมาสดๆ ร้อนๆ
เอาเป็นว่า หากเรามั่นใจว่ารู้จริง ทั้งยังรู้ดีกว่าคนรอบข้าง กรุณาแกล้งโง่บ้างก็ได้ในบางกรณี อย่าทำให้พี่ๆ เพื่อนๆ กังวลจนถึงเบื่อหน่าย เพราะคนส่วนใหญ่อาจไม่กลัวคนเก่ง แต่เกลียดคนกร่าง
หรือในกรณีที่เรารู้ว่าเราไม่รู้ทุกอย่าง แต่กังวลว่าจะถูกมองว่าไร้ความสามารถ จึงต้องแกล้งอวดฉลาดไปก่อน เขาจะได้ไม่รู้ ว่าเราไม่รู้
ลุงๆ ป้าๆ ฝากบอกว่า "รู้จ้ะ" และที่สำคัญ ไม่มีหัวหน้างานที่ปกติดีคนไหน จะคาดหวังให้มือใหม่รู้ทุกเรื่อง
ดังนั้น มือใหม่ต้องทุ่มเททำการบ้าน พยายามรู้จริงในสิ่งที่ควรรู้ อาทิ รู้ให้ลึกด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์ที่เรียนมา แต่เมื่อเข้าตาจน เช่นไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายต่างๆ จึงไม่ให้ความร่วมมือกับเรา กรุณาตระหนักว่าเก่งงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก่งคน รู้หนทางประสานความร่วมมือ ไม่ถือว่าเราเก่งเกินใคร
ป้าๆ ลุงๆ มีชั่วโมงบินสูงกว่า กรุณานอบน้อมเข้าหาเพื่อขอเรียนรู้และคำแนะนำในมิติที่ลึกล้ำในการทำงาน
คำเตือน กรุณาใช้ศิลปะแห่งความพอดี ทำทีรู้มากไปย่อมไม่เหมาะ แต่ทำท่าไม่รู้ ไม่มั่นใจในทุกกรณี พี่ๆ ลุงๆ คงกลุ้มใจไปอีกแบบ ร่ำๆ อยากขอให้ผู้ปกครองกรุณารับกลับไปดูแลต่อจนพอพึ่งตนเองได้ก่อน
ความยากของการทำงานคือศิลปะของความพอดี ที่ไม่ใช่ศาสตร์ ไม่มีมาตรวัด จึงต้องเล็งอย่างสุขุม และต้องใช้คำแนะนำข้อต่อไป
2.หากอยากดับอับแสง กรุณามาแรงและแซงทุกคนพูด มือใหม่แท้หรือใหม่เทียมเพราะเก๋าจากที่เก่า ต้องสื่อสารเสมือนมี 2 ปาก 1 หู ใครพูดอะไรไม่ต้องฟัง ย้ำซ้ำๆ ว่าที่เดิมของฉันเขาทำอย่างนี้จึงดีเลิศ ที่มหาวิทยาลัยผม เขาไม่ใช้ระบบนี้ตั้งแต่ปีมะโว้ โอ! พระเจ้า
ข้อแนะนำคือ ในช่วงต้นของการทำงาน กรุณาใช้เวลาฟังเป็น 2 เท่าของการพูด ตามจำนวนหูและปากที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ในอัตราส่วนที่พอดี
“รู้เขา” ยิ่งมากยิ่งดี จะได้ไม่ทำอะไรผลีผลาม หรือหลงเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน กวนอารมณ์คนรอบข้างเกินจำเป็น
3.หากอยากตั้งหลักในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กรุณาตกเป็นเหยื่อการเมืองในองค์กร ทุกองค์กรมีการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา มีความขัดแย้ง มีแบ่งค่าย มีแดนอันตราย มีขั้วอำนาจ
ความเป็นคนใหม่ย่อมได้เปรียบ เพราะเราไปด้วยความใส ไม่ต้องเหยียบตาปลาใคร
ดังนั้น หากอยากดวงตกตั้งแต่ยกแรก กรุณาร่วมวงนินทา ใครถามว่าคิดอย่างไรกับคนโน้นคนนี้ ก็ร่วมใส่ไข่ระบายสีอย่างจริงใจ
ป้าๆ ลุงๆ แนะนำให้เราหนักแน่น สุขุม เป็นกลาง ฟังหูไว้หู ดูจนแน่ใจ จะลงมือบริหารการเมืองในองค์กรอย่างไร ต้องทำเมื่อมั่นใจว่ามีข้อมูลพอเพียง
4.หากไม่อยากให้ใครไว้วางใจ กรุณาทำตัวเหลาะแหละ เพราะใครๆ เขาก็ทำ จะเก่งไม่เก่งอย่างไรในช่วงต้นคนยังไม่เห็นชัด แต่ประเด็นที่จับต้องมองเห็นได้ ต้องพลาดซ้ำซากเข้าไว้ โดยเฉพาะวินัยในการทำงาน อาทิ เข้าประชุมไม่ตรงเวลา มาไม่ทันเข้างาน รับปากแล้วไม่ทำ
ข้อแนะนำคือ คนอื่นจะเหลาะแหละหรือไม่ มิใช่เรื่องของเรา
หลายอย่างในชีวิตคนทำงานควบคุมลำบาก แต่ส่วนที่ไม่ยากในการคุมเพราะอยู่ในอำนาจเรา ต้องเอาให้เป๊ะ!
5.หากไม่ต้องการให้ใครเอ็นดูเมตตา กรุณาทำตนเป็นคนอินเตอร์ ไปไม่ต้องลา มาไม่ต้องไหว้ ในมุมมองของมือใหม่ ป้าๆ ลุงๆ ยังคงถือวัยวุฒิ ถืออาวุโส อภิโถ! ยุคนี้มันเข้ายุค Cloud เขาจะเข้าใจไหมนี่
ข้อแนะนำคือ มือใหม่ ต้องฉลาดที่จะอ่านสถานการณ์ให้ขาด ว่าผู้บริหารจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน ยังอาจเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมที่ต่างจากเรา เขายังให้ความสำคัญกับสังคมและประเพณีอันดีงามของไทยในการมีสัมมาคารวะ และอ่อนน้อมถ่อมตน รู้เด็กรู้ผู้ใหญ่
ถ้าเราทนรับและปรับพฤติกรรมพื้นฐานเช่นนี้ไม่ได้ ไฉนเลยจะปรับรับอะไรที่ยากเย็นยิ่งกว่า ที่จะมาเป็นบทให้ทดสอบฝีมือและความอดทนของคนทำงานอีกหลายระลอก
6.หากอยากเป็นกระเทียมลีบ กรุณาอย่าคบหาสมาคมกับใคร ยิ่งแล้งน้ำใจได้ ยิ่งดี ทำตัวห่างๆ เพื่อนร่วมงานเข้าไว้ ทานข้าวต้องทานคนเดียว เราไม่เกี่ยวกัน ใครมีงานให้ช่วย ต้องรู้หลบเป็นปีก หลีกให้ทัน ก็เขาจ้างมาให้ทำอะไร ก็ทำแค่นั้น จะเอาอะไรกับฉันอีก
ลุงๆ ป้าๆ บอกว่ามีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู ความสัมพันธ์อันดีในที่ทำงานต้องลงทั้งเวลา ลงทั้งแรง ลงทั้งใจ
ทั้งหมดเป็นการ “ให้” เพื่อ “ได้” เพราะพลังที่ทุ่มไป ไม่หายไปไหน เดี๋ยวก็กลับมา เป็นความช่วยเหลือยามเราลำบาก เป็นความสุขใจในการทำงานท่ามกลางเพื่อนที่รักและสมัครสามัคคี
สรุปว่า จุดเริ่มต้นในที่ใหม่ ต้องยืนให้มั่น เพราะเป็นก้าวสำคัญ
อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่สะดุดขาตนเองค่ะ






