วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันรณรงค์งดสูบบุหรี่โลก ผมจึงถือเป็นโอกาสที่จะข้ามเรื่อง เศรษฐกิจและการบริหาร
โดยมาพูดถึง “การบริหารชีวิตส่วนตัว” หรือเรื่อง คุณภาพชีวิตของเราดีกว่า ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เราควบคุมได้ ดีกว่าไปสนใจการเมืองกับธุรกิจหาความมั่งคั่งที่ควบคุมกันไม่ได้เป็นไหนๆ
เป็นที่ทราบกันทั่วว่า โลกยุคโลกาภิวัตน์ ได้มีนวัตกรรมใหม่จากเทคโนโลยี ที่ให้คุณค่ากับมนุษย์มากมาย ช่วยทำให้ชีวิตสะดวกสบายไร้ปัญหา หากเข้าใจ ใช้ถูกและอยู่กับมันได้อย่างมีสติ
ก่อนอื่นต้องขอยอมรับว่า เพื่อน อาจารย์จุฬาฯ ได้แนะให้ผมหัดใช้คอมพ์พิมพ์ Words กับ Power Point ซึ่งช่วยให้ผม ซึ่งทำงานขีดเขียนและเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ได้ประโยชน์มากมาย ยาวนาน ไม่มีวันหมด เนื่องจากเป็นเครื่องมือส่งข้อมูลข่าวสารข้อมูล ข้ามโลก ทำงานได้ตลอดทุกขณะอย่างไร้ความแตกต่างของเวลาและสถานที่ โดยสิ่งสำคัญ คือ เพียงแค่ต้องมีสติ เข้าใจและรู้จักใช้และอยู่เหนือมัน แต่ไม่ใช่ทาสของเทคโนโลยีจนกลายเป็นนักบริโภคนิยมที่กินใช้และสะสม หามากเกินจำเป็นอย่างไร้สติ
ในกรณีของบุหรี่ สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ทำลายสุขภาพ และเป็นภัยต่อคนข้างเคียง กับทำให้ต้องเสียค่าจ่ายมากโดยไม่จำเป็น ทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ทราบชัดว่า การสูบบุหรี่มีโทษกับเป็นการเพิ่มปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่ย่ำแย่อย่างปัญหาโลกร้อน และพิษภัยต่างๆ ที่มาพร้อมกับการพัฒนาและยังแก้ไขกันไม่ทัน จึงชี้ชวนให้งดสูบบุหรี่กันดีกว่า แท้จริงบุหรี่ คือ ใบยาสูบ ที่เป็นพืชสมุนไพรอย่างหนึ่ง ที่สามารถใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ที่ไม่ดี คือ การทำเป็นบุหรี่ที่สะดวกในการสูบ กับเพื่อความสบายทางอารมณ์ หรือความเท่ในมาดและท่าทาง
ในท่ามกลางโลกข่าวสารที่เจริญ พบว่า คนไทยอายุผู้สูบลดลงไปและรวมถึงวัยรุ่นและสตรีก็สูบมากขึ้นด้วย สะท้อนว่า ในอนาคตจะมีคนป่วยเป็นภาระแก่การรักษามากขึ้น พร้อมกับคุณภาพและสุขภาพที่ย่ำแย่
แม้จะรู้กันแล้วว่าบุหรี่ทำลายสุขภาพกับทำให้เสียทรัพย์ แต่คนติดบุหรี่ก็ยังสูบต่อไป โดยที่ไม่เกรงกลัว โดยบ้างก็เชื่อว่า ทำให้สมองแล่นดี คิดออกและทำงานได้ ซึ่งเป็นข้ออ้างโดยแท้
หากยังสูบบุหรี่ในวันนี้ ที่ “ข้าวยาก หมากแพง” ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ที่มีปัญหา รายได้ “ชักหน้า ไม่ถึงหลัง” ย่อมลำบาก การเปิดใจหันมาคิดเรื่องเลิกสูบบุหรี่ ผมว่า น่าทำที่สุด เพราะทุกวันนี้ พอทราบราคาบุหรี่แล้ว ให้ต้องตกใจที่แพงกว่าสมัยก่อนมาก
ผมอยากเริ่มต้นว่า คนติดบุหรี่นั้น เป็นปัญหามาจาก การที่เพื่อนชวน หรือคึกคะนอง และทดลองสูบ กับ อยากเท่ เหมือนเพื่อนที่จะได้เข้าสังคม มีบทบาทเท่าเทียมกับเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งเมื่อสูบจนติดแล้วก็เลิกยาก แล้วต้องสูบเรื่อยมาเลิกไม่ได้ กลายเป็นคนติดบุหรี่เรื้อรัง แล้วจากนั้นก็คิดเข้าข้างว่า ไม่จำเป็นต้องเลิก โดยคิดว่าเสียหายไม่มากนัก ซึ่งตรงข้ามกับเหตุผลความเป็นจริงว่า ควรเลิกยาก ซึ่งบางคนได้พยายามแล้ว แต่ทำไม่ได้
เรื่องนี้ผมมีประสบการณ์มากับตัวเอง ผมเชื่อว่า คนติดบุหรี่ เพราะ 2 เหตุผลข้ออ้าง คือ 1. สูบเพื่อแก้เหงา โดยเฉพาะการคลายเครียด กับ 2. การเอาอย่างเพื่อนกับเพื่อเข้าสังคม รวมถึงการเป็นที่ยอมรับของกลุ่มด้วย และถ้าจะแถม ก็คือ เชื่อว่าสูบแล้วหัวสมองแจ่มใส ช่วยคิดออก และผ่อนคลายอารมณ์ได้ ซึ่งผมขอบอกว่า ไม่จริงทุกข้อ ผมเองเริ่มต้นสูบบุหรี่ขณะเรียนนอก ด้วยเหตุเรียนหนัก และเหงา รวมถึงอากาศที่หนาวเย็น กับหาซื้อง่าย จึงเริ่มต้นสูบ แล้วจากนั้น ก็สูบติดต่อเนื่องนานนับรวบกันถึง 13 ปีติดต่อกัน โดยสูบบุหรี่มวนกับสูบไปป์ด้วย แต่ได้เลิกสูบได้กว่า 32 ปีที่ผ่านมา
สถิติการสูบต่อวันของผม คือ วันละ 3 ซองครึ่ง และบางกรณียังมีการสูบไปป์สลับกัน จำได้ว่าเช้าตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาก็สูบไปจนถึงมืดค่ำ และดึกจนถึง 1 นาฬิกาของวันใหม่ นั่นคือ พฤติกรรมการติดบุหรี่ของผมนั้น หนักมาก โดยต้องสูบในทุกครั้งที่มีงานยุ่งมาก บุหรี่ จึงคล้ายกับสิ่งที่เข้ามาอยู่กับเราในขณะที่ต้องมีการใช้สมองขบคิด หรือเมื่อมีการต้องถกเถียงกันในที่ประชุม เป็นต้น
ไม่ว่าจะอย่างไร ผมต้องยอมรับว่า ผมสูบบุหรี่ จนติด เพราะแพ้ใจของตัวเอง คือ ใจอ่อน เหงาและคิดถึงบ้าน ขณะเรียนอยู่เมืองนอก แล้วเมื่อกลับมาทำงาน ก็ยิ่งบานปลายมากขึ้น คือ สูบหนักติดต่อกันทั้งวัน สูบจนชาที่ปากและลิ้น และมีกลิ่น นิโคตินออกมากับเหงื่อตามรูเหงื่อ
แต่ขณะนั้น อายุไม่มาก ด้วยวัยยี่สิบกว่าถึงสามสิบกว่า ร่างกายยังแข็งแรง จึงไม่รู้สึกอะไร ไม่กลัว และไม่เสียดายเงินด้วย จนเมื่ออายุมากขึ้น ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อยเมื่อต้องเดินขึ้นบันไดสูง 4-5 ชั้น แต่ก็เข้าข้างตัวยังคงสูบต่อ โดยไม่เคยคิดจะเลิก
ผลเสียที่ตามมามีนับไม่ถ้วน คือ สุขภาพไม่ดี เหนื่อยง่าย และร่างกายสะสมพิษเอาไว้มากมาย รวมไปถึงผลกระทบที่มีไปถึงสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องถูกกระทบ ทั้งในบ้าน และ ในรถยนต์ที่ไปพร้อมกัน ปรากฏตามหลังมาว่า ลูกบางคนมีภูมิแพ้
อยู่มาวันหนึ่ง ผมไม่สบายและได้คิด จึงเลิกบุหรี่ได้ ตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้ ผมเลิกบุหรี่มาได้แล้วนานถึง 33 ปี เหตุที่เลิกบุหรี่ได้นั้น ก็เช่นเดียวกับที่ติดบุหรี่ คือ การแพ้ในตัวเอง คือ สติ ทำให้กลัว และได้คิด โดยในเย็นวันหนึ่งที่ได้กินข้าว ดื่มเบียร์ กับสูบบุหรี่กับเพื่อนสนิท พอตกค่ำ ปรากฏว่า จุกหน้าอก หายใจอ่อนเบา ขณะที่ลูกคนเล็กยังเล็ก อายุแค่ขวบเดียว
เหตุที่กลัว เพราะ หัวใจเต้นอ่อน กลัวเป็นโรคหัวใจ อ่อนเพลียจนลุกไม่ขึ้น และเมื่อจะเอามือยกขึ้นมาอุ้มลูกก็ยกไม่ไหว ในเวลานั้นเอง ทำให้ได้คิด และหลังจากพักฟื้นอยู่นาน (ตรวจแล้วไม่ได้เป็นโรคหัวใจ) ก็มีอาการกระวนกระวายอยากสูบ เมื่อใดที่เห็น “มือก็จะไปคว้า” ต้องห้ามใจตัวเอง ไม่นานนักก็เลิกได้
ข้อคิดที่ทำให้ผมเลิกบุหรี่ คือ ผมจ้างพี่เลี่ยงผู้ช่วยพยาบาล เลี้ยงลูกคนเล็ก ปรากฏว่า เงินเดือนค่าเลี้ยงเฉลี่ยต่อวันและเมื่อรวมยอดแล้ว ปรากฏว่า ค่าจ้างคนเลี้ยงลูกอย่างมีระดับ ยังถูกกว่าเงินค่าบุหรี่ที่ผมสูบเสียอีก ส่วนอีกเหตุผลก็ คือ การเริ่มคิดถึงสุขภาพ ทั้งของตนเอง ของครอบครัว และของสังคม
เมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายแล้ว การเลิกบุหรี่ทำให้ผมมีเงินเหลือ ประหยัดงบไปใช้จ่ายสิ่งอื่นได้มากมาย โดยเฉพาะข้ออ้างว่า ถ้าไม่สูบบุหรี่แล้วหัวไม่แล่นคิดไม่ออกนั้น ผมยืนยันว่า ไม่จริง เพราะหลังจากเลิกบุหรี่มาในช่วงสามสิบกว่าปี หัวสมองก็ยังแล่น ใช้ได้ “คิดได้-เขียนออก” ซึ่งผมเขียนตำราไว้มากถึง 27 รายการและเขียนบทความต่อเนื่องกว่ายี่สิบปีแล้ว โดยไม่เกี่ยวกับบุหรี่เลย
แต่ที่ภูมิใจสุดๆ คือ การได้ออกกำลังกาย กลายเป็นคนมีเกียรติที่จะไปเข้าที่ไหนได้ ทุกที่ แม้ที่มีการห้ามสูบบุหรี่ก็ตาม ส่วนที่ดีใจมาก คือ ผมได้ชี้ชวนคนรู้จักผ่านภรรยาเขาให้เลิกสูบบุหรี่ได้อีก 2 คน ซึ่งทุกครั้งที่พบ เขาจะขอบคุณเรื่องที่ผมแนะจนสามีเขาเลิกบุหรี่ได้
วิธีการเลิกบุหรี่ ตามแนวผม คือ ก่อนอื่นขอให้ยอมรับกันว่า เราใจอ่อน จึงสูบบุหรี่ จนติด แล้วตั้งมั่นแน่วแน่ว่า จะเลิกสูบให้ได้ ซึ่งวิธีการไม่ยาก หากเพียงได้คิดถึง 2 อย่างคือ ทุกวันนี้ คุณภาพชีวิตของเราและคนใกล้ตัวมีค่ายิ่ง ขณะที่สิ่งแวดล้อมเลวลง แล้วทำไมเราไม่หันมารักตัวและรักษาสุขภาพให้ดี โดยเลิกบุหรี่แล้วหันมาออกกำลังกาย คิดถึงตรงนี้แล้ว เหตุผลจะทำให้เราเลิกบุหรี่ได้ และเมื่อเริ่มเลิก ให้พยายามหาสิ่งสนใจที่ชอบทำเพื่อให้ลืม แล้วเมื่อผ่านไปเลิกได้ ท่านจะกลายเป็นคนมีเกียรติที่ทุกคนจะรักนับถือ กับมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายสิ่งจำเป็น เป็นรางวัลชีวิตได้ปีละชิ้น
ผมขอชี้ชวนให้ท่านคิดและเลิกสูบบุหรี่เพื่อคนใกล้ตัว เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเท่ากับคืนคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีให้เราด้วยในตัว แล้วการออกกำลังกายจะทำให้สุขภาพเราดีขึ้นยามสูงอายุ






