กินข้าวร้านโจรสลัดที่ Santo Domingo

ขนมหม้อแกง ที่นี่เรียกว่า ขนมฝรั่งเศส ตามภาษาชาวบ้านท้องถิ่น
ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมลุงเฟรดดี้ที่ Santo Domingo ประเทศสาธารณรัฐโดมินิกันรีพลับบิก ลุงเป็นลูกค้าร้านอาหารไทย และรู้จักกันมานานสิบกว่าปี พูดจาโผงผางแต่จิตใจดี ทุกครั้งที่เข้าร้านอาหาร ลุงจะเป็นคนที่ชอบคุยกับลูกค้ารอบโต๊ะ สนุกสนานและเป็นกันเอง หากคุยกับสาวเสิร์ฟไทยแล้วถูกใจ ลุงเฟรดดี้จะวางทิปเป็น 3-4 เท่าทุกครั้ง
อีกหนึ่งแรงดลใจที่อยากไป มาจากประวัติศาสตร์ที่โคลัมบัสได้เดินทางเข้าไปในประเทศนี้ ถึง 4 ครั้ง ก่อนที่จะเป็นประเทศในปัจจุบัน และในเขตเมืองเก่าแห่งนี้ยังมีโบราณสถาน อาคารบ้านช่อง ต้นโพธิ์ มะม่วงสด และเฟื่องฟ้า ที่ปลูกสร้างมาแล้วเป็นเวลากว่า 4-5 ร้อยปี บางโบสถ์สร้างในปี 1495 และบางอาคารสร้างในปี 1523 อาคารเก่าที่ทำการปรับปรุงบูรณะขึ้นมาใหม่ให้ดูงดงาม ขณะที่บางอาคารก็ถูกปล่อยปละละเลย เพราะขาดเงินงบประมาณ
ช่วงอาหารเที่ยง แวะไปที่ร้าน Brasserie Pat’e Palo ร้านนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน เฉพาะฝาผนังและพื้นของอาคาร อายุราว 500 ปี แต่ไม้ยังมีความแข็งแรง เดินไปนึกว่าเป็นพื้นหิน อาหารที่นี่มีให้เลือกพอประมาณ ระดับสี่ดาวครึ่ง โดยมีเชฟหนุ่มชื่อดัง Saverio Stassi โตที่เวเนซุเอลา เดินตามความฝันที่จะเป็นเชฟไปฝึกและเรียนรู้เรื่องอาหารจากหลายประเทศ รวมถึงอาหารจีน
ปี 2006 เขาได้รับรางวัล 7mo Concurso Gastronómico de Carne Americana in Mexico in the area of Nutrition. ในปีเดียวกันนี้เอง เขายังออกเดินทางแสวงหาความเป็นเลิศในอาชีพของเขา เขาไปหลายๆ รัฐ ใน สหรัฐอเมริกา รวมทั้งมายังนิวยอร์ก แวะเยี่ยม spicy market เพื่อเรียนรู้งานจากเชฟระดับโลก Jean
Georges ร้าน Brasserie Pat’e Palo มีความเป็นมาน่าสนใจตั้งแต่การค้นพบทวีปใหม่ เรื่องราวของผู้ว่าการรัฐ อุปราช ทหารเรือ และที่พลาดไม่ได้ คือ โจรสลัด หนึ่งในโจรสลัดเป็นถึง เซอร์ คือ ฟราสซิส แดรก ชาวอังกฤษ นำกำลังเข้ายึดเกาะที่งดงามนี้ ต่อมาโจรสลัดกัปตันเรือชาวดัตช์ โจฮันเนส เฟรเดอริกซูน ที่เบื่อชีวิตกลางทะเล ละทิ้งเรือและสมบัติของเขา เขาเหลือตาเพียงข้างเดียว และก็เดินไม่ปกติ เขาพักในโรงแรมเล็กๆ บนเกาะแห่งนี้ ถูกละทิ้งจากพวกโจรสลัด โดยทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้ด้วย
เขาได้รับน้ำใจที่ดีงามจากคนที่นี่ ในที่สุดจึงลงหลักปักฐานอยู่ที่เกาะแห่งนี้ เปิดโรงเตี๊ยม-ร้านอาหารในโลกใหม่ ในบรรยากาศของ ความวุ่นวาย โกลาหล เสียงดังเอิกเกริก อาหารรสชาติยอดเยี่ยม พนักงานเสิร์ฟทุกคนล้วนแต่งเป็นโจรสลัดผูกผ้าแดง แต่มีอัธยาศัยใจดี คอยต้อนรับผู้คนที่มาอยู่ตลอดเวลา ผมเห็นนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวฝรั่งเศสเข้ามา 8 คนเป็นผู้สูงอายุ ทุกคนล้วนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และส่งเสียงกันเป็นภาษาฝรั่งเศสไปกับเจ้าของร้าน รวมถึงโต๊ะรอบข้างก็ล้วนคุยกันแบบมีอัธยาศัยที่ดี
ช่วงที่ไปถึงเป็นวันศุกร์ประเสริฐและวันอีสเตอร์ ผู้คนเตรียมตัวมาเที่ยวริมทะเล มีทั้งการจัดคอนเสิร์ตของทางหน่วยราชการ ร้องรำทำเพลงตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ริมชายทะเล ผู้คนหนาแน่นทั่วรอบเกาะ นักท่องเที่ยวต่างถิ่นชอบเดินเที่ยวเมืองเก่าโคลัมบัส ส่วนคนท้องถิ่นออกเที่ยวสูดอากาศตามท้องทะเล ดูการเต้นรำแต่ละจังหวะช่างน่าสนุกสนานและเร้าใจให้อยากเต้นตาม ตั้งแต่เพลงที่มีจังหวะตามท้องถิ่นไปจนถึงจังหวะแทงโก้
พอตกช่วงเย็นไปนั่งร้าน Cafeteria El Conde ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ตรงข้ามกับเมืองเก่าโบราณ ซึ่งเป็นโบสถ์ สร้างเสร็จปี 1523 เห็นนักท่องเที่ยวแทบทุกรายที่เป็นชาติประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน รีพลับบิก ที่พาเพื่อนฝูงมาท่องเที่ยว ก็ต้องพามานั่งร้านในแถบนี้
ขนมหม้อแกง ที่นี่เรียกว่า ขนมฝรั่งเศส ตามภาษาชาวบ้านท้องถิ่นที่นั่น พนักงานเสิร์ฟที่เป็นคนท้องถิ่นมีความเป็นกันเองอย่างมาก อาหารในร้านนี้มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่อาหารประจำชาติจนถึงอาหารท้องถิ่น
ชั้นบนของร้านเป็นโรงแรม บรรยากาศเหมือนนอนอยู่ตรงถนนข้าวสาร ตึกเก่าแก่แต่มาทำเป็นของใหม่และมีอาหารขึ้นชื่ออีกอย่างที่นำมารับประทานเป็นของเล่น คือ ขาหมูรมควัน จากสเปน ก็เป็นอาหารขึ้นชื่อลือชาของร้านนี้
การเดินทางท่องเที่ยวในหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนครั้งนี้ ทำให้รู้ว่าประเทศมีความเป็นมาอันยาวนาน ประวัติของชาติไหน เขาก็ภูมิใจของเขาในชาตินั้น จะไปดูถูก กล่าวหา พูดลอยๆ คงไม่ดี หากไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว อย่าพูดขึ้นมาให้คนท้องถิ่นในชาตินั้นๆ ได้ยิน คำสุภาพที่ต้องพูดมากที่สุด ไม่ว่ารวยหรือจน ทุกหนทุกแห่งต้องกล่าว ขอบคุณ ขอบคุณ ยิ่งมากยิ่งดี







