วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอสเอ็มอีมีโอกาส

การหาทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดของธุรกิจทุกประเภท

เกริ่นไว้ในตอนที่แล้วถึงทางรอดของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในรอบทศวรรษอันเป็นผลมาจากโควิด-19 รวมถึงภาวะสงคราม ซึ่งอาจทำให้หลายธุรกิจซบเซาแต่ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจกำลังเติบโตเพราะปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้ทัน

เริ่มจากธุรกิจด้านสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มมาหลายปีและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจิต เพราะคนยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับปัญหาที่สลับซับซ้อนจึงต้องการคนดูแลในหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน

ต่อกันในธุรกิจที่สามคือ ธุรกิจ “อัจฉริยะ” หลายหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Farming) เฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะ (Smart Furniture) สำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) ฯลฯ เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเช่นเอไอ ไอโอที บิ๊กดาต้า เครือข่าย 5 จี เข้ามายกระดับการใช้ชีวิตและการทำงานของเรา การหาทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดของธุรกิจทุกประเภท

แม้กระทั่งภาคเกษตรกรรมที่ดูเหมือนต้องพึ่งพาสภาพดินฟ้าอากาศมากกว่าภาคธุรกิจอื่น แต่เราก็จะเห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในรูปแบบสมาร์ตฟาร์มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยฉพาะการใช้ไอโอทีที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพดิน วัดความชื้น วัดอุณหภูมิ ฯลฯ ร่วมกับเครือข่าย 5 จีเพื่อให้เกษตรกรมีข้อมูลที่จำเป็นมากที่สุด

เช่นเดียวกับการใช้โดรนเพื่อการเกษตรซึ่งมีความก้าวหน้าไม่แพ้การใช้โดรนทางการทหาร โดยผู้นำอย่าง dji ก็มีโดรนจำนวนมากประยุกต์ใช้เพื่อการนี้ ไม่ว่าจะบินสำรวจสภาพแวดล้อมหรือใช้โดรนเพื่อพ่นปุ๋ยและยาฆ่าแมลงซึ่งมีความแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิมหลายเท่า

หรือจะเป็นการบริหารโรงแรมยุคปัจจุบันที่สามารถใช้ระบบโรงแรมอัจฉริยะจัดการได้หลายอย่าง จนแทบจะไม่ต้องพึ่งพาพนักงานเคาน์เตอร์ที่ทำงานง่ายๆ อย่างรับคืนกุญแจ การเช็คอิน เช็คเอาท์ ฯลฯ เพราะลูกค้าสามารถบริการตัวเองผ่านแอพพลิเคชันได้ทั้งหมด

สี่คือธุรกิจ “ความสวยงาม” ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นหรือเครื่องสำอางค์ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้าหลายแห่งที่เริ่มกลับมามีลูกค้าเข้าคิวเหมือนในภาวะปกติ ส่วนแบรนด์ระดับกลางแม้ในเคาน์เตอร์อาจไม่มีลูกค้าคึกคักเหมือนเดิม แต่การตอบรับที่ได้จากช่องทางออนไลน์นั้นเติบโตกว่าเดิมหลายเท่า

ทุกวันนี้เราจึงเห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากที่สอนการแต่งหน้า การแต่งตัว สอนพัฒนาบุคลิกภาพ ฯลฯ มีจำนวนคนติดตามหลายแสนจนถึงหลายล้านคน เพราะความสวยงามถือเป็นค่านิยมของสังคมสมัยใหม่ที่ใส่ใจเรื่องบุคลิกภาพมากขึ้น

ที่สำคัญการใช้ชีวิตในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้คนจำนวนมากต้องเก็บตัวอยู่กันบ้านเป็นหลัก เมื่อทุกอย่างเริ่มผ่อนคลายจึงมีความต้องการซื้อหาเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์และสินค้าแฟชั่นเพื่อชดเชยความรู้สึกที่ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นระยะเวลานานหลายปี

ธุรกิจด้านนึ้จึงไปได้ดีและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอีกมากที่มองเห็นแนวโน้มดังกล่าว โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภคซึ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กก็สามารถต่อกรกับบริษัทใหญ่ๆ ได้

ยังเหลือธุรกิจอะไรบ้างนั้น ...ติดตามในตอนหน้าครับ