สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผม ทิพย์ ดาลาล ครับ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับของหนังสือพิมพ์ "กรุงเทพธุรกิจ" แต่ครั้งนี้ผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดี
ที่ทีมงานกรุงเทพธุรกิจได้เชิญให้ผมร่วมเป็นหนึ่งในนักเขียน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้สนใจในเรื่องโลจิสติกส์ ฉบับนี้จะเป็นตอนแรกครับ ขอให้ชื่อคอลัมน์ Logistics Upload ซึ่งจากนี้ไปผมจะนำเรื่องราวความเคลื่อนไหวในวงการโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศมาอัพเดท และเกาะติดสถานการณ์ทุกเดือนครับ ขอนำเสนอตอนแรกด้วย "เปลี่ยนต้นทุนเป็นรายได้... โจทย์ใหม่ของ Logistics ไทย"
น่าดีใจนะครับที่ใครๆ ก็เห็นความสำคัญของ LOGISTICS ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ทั้งในภาคส่วนอุตสาหกรรมและธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้หลายภาคส่วนรวมถึงรัฐบาลได้พุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ และยังมีแผนการพัฒนาอย่างชัดเจน แต่มุมมองส่วนใหญ่ทั้งของภาครัฐ และเอกชน ยังเป็นการมองเพียงมิติเดียว นั่นคือ การลดต้นทุน LOGISTICS แน่นอนว่าคงไม่มีใครคัดค้าน แต่ยังเห็นด้วย และสนับสนุน 100%
ประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าก็ คือการเปลี่ยนแปลงปรับมุมมองและวิสัยทัศน์ด้าน LOGISTICS ของประเทศ
อย่าลืมว่า LOGISTICS ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องต้นทุนสินค้าหรือต้นทุนของประเทศเท่านั้น ?
แต่ทำอย่างไร ..? ที่จะทำให้ LOGISTICS นำไปสู่การสร้างรายได้ของประเทศ และก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่สามารถทำรายได้จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักต่อไปในอนาคต
ผมเห็นว่า เมื่อประเทศไทยมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาโลจิสติกส์ ดังนั้นจากนี้ไป เราคงต้องโฟกัส ตั้งโจทย์และตีโจทย์ให้แตก แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการขยับก้าวให้ประเทศไทยมีพัฒนาด้าน LOGISTICS อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือสามารถช่วยในการลดต้นทุนธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีพัฒนาการที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เราก็จะสามารถกำหนดวิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์ด้าน LOGISTICS ใหม่ ให้สอดคล้องกับจุดแข็ง จุดอ่อน ของประเทศรวมถึงโอกาสที่จะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศตลอดจน สร้างงานและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องต่างๆ อีกมากมายก่ายกอง
เป็นเรื่องระดับชาติครับ เป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ แต่ผมเชื่อมั่นว่า ขณะนี้แผนการเพิ่มขีดความสามารถของรัฐบาลกำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ แผนใหญ่ของรัฐบาลด้านการบริหารต้นทุนและโลจิสติกส์ กำลังจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและกำลังเดินยุทธศาสตร์ต่อเนื่องต่อเนื่องจาก “แผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ของประเทศไทย พ.ศ. 2550-2554” ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงกรอบและพื้นฐานการลดต้นทุนและการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ LOGISTICS ด้านต่างๆ เท่านั้น
แต่สิ่งที่น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ก็คือ การยกระดับวิสัยทัศน์ของการวางยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ที่เข้มข้นขึ้น
กลับมาที่โจทย์หลักที่จะเปลี่ยนมุมมอง LOGISTICS จากต้นทุนให้เป็นรายได้ของประเทศ ซึ่งรายได้และธุรกรรมด้านต่างๆ ของ LOGISTICS ในมุมมองของผมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ DOMESTIC LOGISTICS, INTERNATIONAL LOGISTICS และ TRANSHIPMENT (หรือ TRANSIT) ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมี “MODE OF TRANSPORT” ในทุกๆ ด้าน ทั้งทางรถ ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศเหมือนกัน ซึ่งผู้กำหนดยุทธศาสตร์ต้องเข้าใจถึงโครงสร้าง องค์ประกอบต่างๆ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่สำคัญ คือลูกค้าหรือผู้ใช้บริการในแต่ละส่วน ทั้งส่วน DOMESTIC, INTERNATIONAL และ TRANSHIPMENT นั้น มีใครและอะไรบ้าง
ซึ่งถ้าจะให้มีโอกาสสำเร็จและเป็นจริงได้ คงต้องมีการบูรณาการขนานใหญ่ เพราะเกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม มากมาย โดยเฉพาะ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น
เล่ามาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านก็คงเห็นภาพของขนาดและความซับซ้อนของอุตสาหกรรม LOGISTICS ได้ชัดเจนมากขึ้น และท่านคงจินตนาการต่อได้ว่าแต่ละ “MODE OF TRANSPORT” จะมีผู้เกี่ยวข้องมากมายขนาดไหน
ครั้งต่อๆ ไป เราคงจะได้เจาะลึกกันทีละด้านว่า เราจะสร้างรายได้เข้าประเทศจาก LOGISTICS ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ TRANSHIPMENT หรือ TRANSIT ซึ่งประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ ซึ่งมีขนาดของ DOMESTIC LOGISTICS เล็กมากเมื่อเทียบกับเรา เขาสร้างความร่ำรวยมหาศาล และเกิดธุรกรรมต่อเนื่องมากมาย จนเป็นศูนย์กลางระดับต้นของโลก ก็จาก TRANSHIPMENT หรือ TRANSIT นี่ละครับ









