วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐให้ทำงานสำคัญ แต่..ไม่ให้ความสำคัญ

ปัญหาการฟอกเงินเป็นปัญหาใหญ่มากของประเทศ เพราะว่าผู้ก่อการร้ายที่ได้ทรัพย์สินเงินทองมาจากการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือฐานความผิดอื่นๆ แล้วนำเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเงินสกปรกมาทำการฟอกให้สะอาดขึ้น โดยการนำเงินเหล่านั้นไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทอง รถ วัตถุโบราณ เป็นต้น และเมื่อขายกลับอีกทีก็ได้เป็นเงินสะอาดทันที สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบาย หรือนำไปใช้เป็นเงินทุนในการก่อการร้ายต่อไป อันมีผลอย่างมากต่อความมั่นคง เศรษฐกิจของประเทศ และความน่าเชื่อถือของต่างประเทศ
       

  ช่องทางหนึ่งที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มองเห็นว่าจะเป็นช่องทางให้ผู้ก่อการร้ายมีโอกาสฟอกเงิน คือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเป็นการฟอกเงินที่มีมูลค่าสูง อาจเป็นการซื้อขายโดยตรงกับเจ้าของทรัพย์ หรือเจ้าของโครงการ หรือซื้อขายผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นที่มาของมาตรา 16 (4) ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับที่ 3 ที่กำหนดให้นายหน้าฯ ต้องรายงานธุรกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีการใช้เงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานให้ ป.ป.ง. ทราบภายในเดือนถัดไป และธุรกรรมที่ชวนสงสัย ให้รายงานภายใน 7 วัน นับแต่วันสงสัย หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีความผิดและถูกปรับขั้นต้นเป็นเงิน 500,000 บาท และถูกปรับอีกวันละ 5,000 บาท จนกว่าจะรายงานถูกต้องครบถ้วน
   

 ตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้กฎหมายนี้ เมื่อ 25 ส.ค. 2554  สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับสำนักงาน ปปง.ในการวางแนวทางและชี้แจงในการปฏิบัติตนของผู้อยู่ในอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งมีการสัมมนาให้สมาชิกของสมาคมเข้าร่วมหลายครั้ง ซึ่งสมาชิกก็ให้ความสนใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้เฉพาะนายหน้าที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้นที่ต้องรายงานดังกล่าว  บุคคลทั่วไปที่ทำตัวเป็นนายหน้าฯ ไม่ต้องรายงานจนกว่าจะมีเหตุที่อาจเกี่ยวข้องจึงถูกสั่งให้รายงาน ซึ่งอาจช้าไปทำให้การควบคุมและตรวจสอบไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร  แต่อย่างไรก็ตามก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นเลย
        

 แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้กฎหมายดังกล่าวไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร
 

น่าจะอยู่ที่ประเทศเรายังไม่มี พระราชบัญญัติเกี่ยวกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ เพื่อควบคุมออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ที่จะประกอบอาชีพนายหน้าฯ ทั้งที่เป็นในรูปนิติบุคคลหรือบุคคลทั่วไป เพราะปัจจุบันไม่สามารถบ่งชี้ชัดเจนได้ว่าใครประกอบอาชีพนายหน้า แต่ในความเป็นจริงมีผู้ทำอาชีพนายหน้าฯ มากมายดังที่ได้เคยกล่าวไว้ในบทความครั้งก่อนๆ
 

แต่ถ้าหากมีพระราชบัญญัติเกี่ยวกับนายหน้าโดยเฉพาะจะสามารถบ่งชี้ ตรวจสอบได้ว่าใครมีสิทธิเป็นนายหน้าฯ ใครไม่มีสิทธิเป็นนายหน้าฯ เช่นเดียวกับที่เรามีกฎหมายที่บ่งชี้ว่า คนไหนมีสิทธิเป็นแพทย์รักษาคนได้ คนไหนเป็นวิศวกรมีสิทธิออกแบบตึกได้
 

เพราะคนที่มีสิทธิก็ต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบ และต้องมีจรรยาบรรณด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีแต่คนมีสิทธิเป็นนายหน้า แต่ไม่ทำหน้าที่ ไม่รับผิดชอบ ไม่มีจรรยาบรรณ ซึ่งยากต่อการควบคุม
         

ภาครัฐให้นายหน้าอสังหาฯ ทำงานสำคัญต่อประเทศ แต่กลับไม่ให้ความสำคัญของอาชีพนายหน้าอสังหาฯ
 

นอกจากนี้การมีพระราชบัญญัตินายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ยังมีส่วนช่วยผู้บริโภคในการใช้บริการของนายหน้าฯ ไม่ให้ถูกเอาเปรียบหรือได้รับความเสียหายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และยังมีส่วนในการควบคุมนายหน้าฯ ต่างชาติที่ปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมาก และบางส่วนก็ทำความเสียหายให้แก่ประชาชนทั้งคนไทยและคนต่างชาติด้วยกันเอง
 

ถึงเวลาหรือยังครับที่ ประเทศไทยจะต้องมีพระราชบัญญัตินายหน้าอสังหาริมทรัพย์กับเขาสักที