มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การอยู่ร่วมกันจึงมีบทบาทแตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์
ซึ่งไม่ว่าจะซับซ้อนเพียงใด บทบาทหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเมื่อมีมนุษย์อยู่รวมกัน 3 คนขึ้นไป คือความเป็น “ผู้นำและผู้ตาม” ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
บทบาทความเป็นผู้นำขั้นพื้นฐานคือหัวหน้าครอบครัวที่มีหน้าที่คอยดูแลครอบครัวทุกๆ ด้าน ที่โรงเรียนหนีไม่พ้นหัวหน้าห้องดูแลเพื่อนนักเรียนในชั้น ซึ่งจะเห็นผู้นำเช่นนี้ทุกระดับ ทั้งธุรกิจ อุตสาหกรรม การปกครอง การบริหารประเทศ ฯลฯ ที่บทบาทจะสำคัญลดหลั่นกันไป แต่ทุกระดับมักถูกมอบหมายให้ “ตัดสินใจ” แทนผู้อื่นทั้งหมด และการตัดสินใจให้ถูกใจคนหมู่มากไม่ใช่เรื่องง่าย
การตัดสินใจมีตั้งแต่เรื่องง่ายๆ เช่น เรื่องการทำกิจกรรมในชั้นเรียน หรือกำหนดอนาคตอุตสาหกรรม ไปจนถึงชี้ชะตาการปกครองประเทศ เพราะการตัดสินใจทุกระดับถือเป็นการกำหนดทิศทางให้กลุ่มก้าวเดินไปในแนวทางที่ต้องการได้
บางครั้งอาจต้องเผชิญการตัดสินใจที่ยุ่งยาก เพราะมีตัวแปรซับซ้อนมากมาย แน่นอนว่าผู้นำก็คือคนปกติธรรมดาไม่ได้หยั่งรู้ หรือเชี่ยวชาญทุกๆ เรื่อง การตัดสินใจที่ได้ผลดีที่สุดจึงต้องอาศัยกระบวนการคิดที่เป็นระบบ และมี Logical Thinking ที่เยี่ยมยอด
Logical Thinking คือวิธีการคิดที่มีระบบ ไม่เกิดความขัดแย้งในตัวเอง และทำให้ผู้ตามรับรู้และเข้าใจง่าย รวมถึงรู้ว่าต้องปฏิบัติตามอย่างไร แต่การจัดกระบวนความคิดจากข้อมูลที่มากมายมหาศาลเช่นปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเทคนิคเบื้องต้นดังนี้
1. ต้องจับประเด็นให้ได้ เพราะเมื่อพบเรื่องราวที่เป็นปัญหา ต้องตัดสินใจ เรามีข้อมูลที่หลากหลายจนจับต้นชนปลายไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องจับประเด็นให้ได้ และหาทางนำประเด็นมาคิดต่อให้ได้
2. การจะมี Logical Thinking ได้จำเป็นต้องมีรูปแบบทางความคิดที่เป็นระบบ นั่นคือ ต้องรู้จักแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากข้อมูลดิบ โดยอาศัยการสำรวจ วิจัย การทำสถิติตัวเลขต่างๆ เพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงนอกจากนั้นต้องใช้วิชาความรู้ที่มีวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเหล่านั้น เพื่อหาคำตอบที่ต้องการ
ที่สำคัญต้องใช้องค์ความรู้ที่มีสอนผู้อื่นได้ด้วยว่าความจริงคืออะไร เกิดจากอะไร และมีคำตอบที่เหมาะสมให้ผู้อื่นเพื่อสร้างความมั่นใจได้ และท้ายที่สุดคือต้องมีทางออกซึ่งก็คือข้อสรุปให้ทุกคน
ทั่วไปเรามักจะพบกับโจทย์ที่มีข้อมูลให้ตัดสินใจมากมาย แต่หาข้อสรุปไม่ได้ว่าปัญหาคืออะไร และจะใช้วิธีไหนแก้ สุดท้ายแล้วปัญหาก็ไม่ได้แก้ไข เราจึงควรต้องรู้ที่มาของปัญหา ไม่ว่าจะโดย Common Sense หรือ Logical Thinking และรู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรเพื่อให้เกิดข้อสรุปที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
3. อย่าคิดเพียงมิติเดียว ต้องคิดทุกมุม เพราะบางเรื่องมีมิติมากกว่า 1 หรือ 2 วิธีการคิด ต้องมองภาพรวมเชิงโครงสร้างของปัญหาเหล่านั้น และต้องจัดสรรข้อมูลมากมายที่มีอยู่ให้เป็นหมวดหมู่ เป็นเรื่องราว เพื่อไม่ให้ปัญหาเดียวกันเกิดซ้ำขึ้นอีก
ที่สำคัญต้องแยกองค์ประกอบต่างๆ ของปัญหาออกมาให้ได้ เพราะบางปัญหามีหลายองค์ประกอบซ้ำซ้อนกันอยู่ การแก้ปัญหาได้จึงต้องจัดการองค์ประกอบทั้งหมดได้ไปพร้อมๆ กัน และต้องถามตัวเองว่านอกจากสิ่งที่เข้าใจแล้ว มีอะไรอีกหรือไม่ที่ยังไม่เข้าใจ
มิติการมองปัญหาต้องครบวงจร เพราะเมื่อมีวิธีคิดที่ครบวงจรก็จะมีโอกาสที่หาคำตอบได้ครบวงจรเช่นกัน









