วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การทำการตลาดแบบยั่งยืน

เทรนด์ที่มาแรงใน 3-5 ปีให้หลัง คงจะเป็นกระแสที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในความเป็นอยู่ของตนเอง

และความเป็นไปต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการสื่อสารการตลาดหลากหลายมิติเลยทีเดียว ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการทำแคมเปญรูปแบบใหม่ๆ ที่อิง "ความดี" เป็นหลักเพื่อความเป็นแบรนด์ที่พัฒนาอย่างยั่งยืน นั่นคืออยู่ในใจของผู้บริโภคในมุมมองความรู้สึก "บวก" ได้ต่อไปในอนาคต
 

จริงๆ แล้วปัจจัยหลักๆ ที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดกระแสนี้คงหนีไม่พ้น เหตุการณ์รุมเร้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวผู้บริโภค เริ่มมาตั้งแต่โรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ ที่รักษาไม่ได้ จนถึงภัยพิบัติธรรมชาติต่างๆ ที่ย้อนกลับมาให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงผลกระทบของสิ่งต่างๆ ที่อุปโภคและบริโภค และส่งผลต่อตนเองและต่อโลก
 

ในมุมมองของการทำการตลาดเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคนี้ บทบาทของแบรนด์ถูกปฏิวัติครั้งใหญ่ ก้าวพ้นจากเพียงซื้อขาย มาเป็นมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการสร้างสรรค์พัฒนาสังคมแบบยั่งยืน
 

กรณีที่มีให้เห็นหนาตาขึ้น คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่หันมามุ่งเน้นคุณค่าและความสดใหม่ของส่วนผสม ที่มีความเป็นธรรมชาติ และออร์แกนิค นั่นคือ ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม หรือไม่มีการใส่สารกระตุ้นการเติบโตหรือสารเคมีต่างๆ รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปในการผลิตกว่าจะมาถึงมือผู้บริโภค
 

ในกลุ่มเครื่องใช้ส่วนตัวและในบ้าน การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ที่ลดการใช้วัตถุดิบ ย่อยสลายได้เอง และสูตรที่ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง รวมไปถึงการคิดค้นวิธีการใช้ใหม่ๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอื่น
 

ในแง่การสื่อสารในภาพรวม การทำ "ซีเอสอาร์" เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ ถูกจับตามองมากขึ้นในรูปแบบแคมเปญใหญ่ไม่ใช่เพียงเพื่อ "พีอาร์"
 

นอกจากนี้การทำการตลาดเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับผู้บริโภคในแต่ละวันก็มีให้เห็นกันมากขึ้นในยุคที่ผู้บริโภคมองหาความผ่อนคลายและแรงบันดาลใจเชิงบวกในการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน
 

พูดง่ายๆ ในยุคที่อะไรก็ยังไม่แน่นอน การทำการตลาดแบบยั่งยืนยังมาแรงอย่างแน่นอน