วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจยุคใหม่ จะปรับตัวอย่างไรให้เติบโต (หรืออยู่รอด!)

ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงและความตึงเครียดจากสถานการณ์โลก จนตลาดหุ้นร่วง การลงทุนชะลอตัว ภาษีและดอกเบี้ยถูกปรับขึ้น ส่งผลถึงการปรับตัวขึ้นของค่าครองชีพ เป็นสัญญาณสำคัญที่ชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความเสี่ยง และไม่น่าจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน

อัตราเงินเฟ้อของไทยเองในช่วง 7 เดือน แรกของปี 2565 ขยายตัวไปถึง 5.89% จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือนและต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น และหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก ประกอบกับความผันผวนของค่าเงินบาท จะยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจ สร้างภาระในการดำรงชีพให้กับประชาชน และภาคธุรกิจที่กำลังหาโอกาสฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 มากขึ้นอีก ทั้งที่วันนี้หนี้ครัวเรือนได้พุ่งขึ้นสูงกว่า 90% ไปแล้ว

จากสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ระบบเศรษฐกิจต้องปรับตัวกันใหม่ โซลูชั่นสำคัญคือการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การขนส่ง การขาย และการบริการ ด้วยแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องเร่งพัฒนากลยุทธ์และกระบวนการใหม่ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการใหม่ของผู้บริโภค

แคมเปญ Amazon Prime Day 2022 ที่ Amazon จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการขายประจำปีที่เพิ่งจบไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา สร้างยอดขายสร้างได้ 6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 7.8% จากปีที่แล้ว กลายเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในปีนี้

ซึ่งข้อมูลจากรายงานด้านดัชนีเศรษฐกิจดิจิทัล ของ Adobe พบว่า ผู้บริโภค 83% ของ Amazon รอที่จะได้ใช้ส่วนลดที่เพื่อซื้อสินค้า หลังจากที่ประสบกับราคาที่เพิ่มสูงขึ้นทางออนไลน์และออฟไลน์มาหลายเดือนจากภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุด ในรอบ 40 ปี

ซึ่งในปีนี้ Amazon มีกลยุทธ์ในการสนับสนุนผู้ค้าปลีกรายย่อยที่กำลังปรับตัวเพื่ออยู่รอด โดยเพิ่มความสะดวกในการขายสินค้าของผู้ค้ารายเล็ก เช่น ให้โบนัส 5% จากยอดขายสำหรับผู้ค้ารายย่อยหน้าใหม่ เครดิตค่าบริการส่งสินค้าขาเข้า ยกเว้นค่าธรรมเนียมบริการเก็บสินค้า ค่าจัดการล้างสต็อกสินค้าส่วนเกิน ค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าคืน และบริการปกป้องผู้ขายจากการถูกปลอมแปลงสินค้า ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจรายเล็กกว่า 100 ล้านร้านค้า สร้างยอดขายได้กว่า 3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในแคมเปญ 

นอกจากนี้ Amazon ยังมีการขยายธุรกิจให้บริการโฆษณาออนไลน์เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อื่น ๆ อย่าง Google และ Meta (Facebook) ซึ่งในไตรมาสที่สองปีนี้ รายได้จากธุรกิจโฆษณาของ Amazon แตะ 8.76 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว ในทางตรงกันข้ามธุรกิจโฆษณาของ Meta กลับหดตัวลงเหลือเพียง 1.5%

นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยข้อได้เปรียบของ Amazon เกิดจากกลยุทธ์การเก็บและใช้ Data ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ และการสร้าง Brand Awareness ซึ่งสามารถสร้างการโน้มน้าวการตัดสินใจของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้พอ ๆ กับปัจจัยเรื่องราคา

จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ e-Conomy SEA Report 2021 พบว่า e-Commerce คือแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และคาดว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในทศวรรษหน้า 

โดยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจ e-Commerce เติบโตขึ้นถึง 68% ธุรกิจการขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์เติบโตขึ้น 37% และสื่อออนไลน์เติบโตขึ้น 29% ทั้งนี้พบว่าบริการส่งอาหารออนไลน์ เป็นหนึ่งในบริการดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด โดย 76% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยสั่งอาหารออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ในปัจจุบันธุรกิจ e-Commerce ในภูมิภาคอาเซียนยังมีสัดส่วนเพียง 3-5% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจ e-Commerce ในประเทศจีนมีสัดส่วนถึง 30% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ภูมิภาคอาเซียนจะเนื้อหอม เพราะถูกมองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย ลีเซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่าอนาคตเศรษฐกิจไม่สดใส แม้เราอาจไม่เจอดอกเบี้ยต่ำแบบเดิมอีกต่อไป แต่รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศมาตรการสนับสนุนให้กับกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความยากลำบากจากสถานการณ์ดังกล่าวมากที่สุด และยังได้เตรียมแผนรับมือในระยะยาว

โดยจะสนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งประเทศ ตั้งแต่ SMEs ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ ยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มความสามารถในการผลิต เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจยุคใหม่นี้

สำหรับประเทศไทย แม้วันนี้หลายองค์กรจะตระหนักแล้วว่าช่องทางดิจิทัลคือประตูสำคัญสู่การเติบโต (หรืออยู่รอด!) ในเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมในด้านนี้ สาเหตุสำคัญหนึ่งคือปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล โดย IMD World Digital Competitiveness Ranking 2021 พบว่า แรงงานไทยยังขาดทักษะดิจิทัลอยู่ถึง 45% หรือราว 17 ล้านคน ซึ่งวันนี้หน่วยงานกำกับดูแลต้องปรับตัวโดยเน้นการ “สนับสนุน” เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยเติบโต

โดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกิจของคนตัวเล็ก ให้ความเป็นธรรมเมื่อต้องแข่งขันกับรายใหญ่ ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปสู่การแข่งขันได้ในตลาดโลก และที่สำคัญคือการวางมาตรการคุ้มครองแรงงานด้านดิจิทัลทั้งแรงงานประจำและชั่วคราว เพื่อวางรากฐานให้ยั่งยืนต่อไปครับ