ชัชวนันท์ สันธิเดช

ดูบทความทั้งหมด

ดีกรีแฟนพันธุ์แท้แห่งปี 2008 หัวข้อ สามก๊ก , นักลงทุนเน้นมูลค่า หรือ วีไอ และ นักเขียน ,นักแปลด้านการลงทุน และ ประวัติศาสตร์จีน

7 กรกฎาคม 2563
2,567

วอร์เรน บัฟเฟตต์ สอน DCF

มูลค่าของเงินสดในวันนี้และในอนาคตมีความแตกต่างกัน

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้เปิดตัวหลักสูตร Valuation & DCF ของ Club VI ในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก และได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ในที่นี้จึงอยากถ่ายทอดคำแนะนำของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเกี่ยวกับการทำ DCF เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครอยากลุกขึ้นมาหามูลค่าหุ้นด้วยตัวเองบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

บัฟเฟตต์เคยบอกใบ้ไว้ในหลายโอกาส ถึงวิธีหา 'มูลค่าโดยเนื้อแท้' หรือ intrinsic value ของแก อาทิ ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อปี 1998 'ปู่' บอกว่า มูลค่าโดยเนื้อแท้ของกิจการ คือ 'มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด (stream of cash) ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากสินทรัพย์ทางการเงินใดๆ นับจากวันนี้ถึงวันสิ้นโลก'

แม้จะมีนักลงทุนบางส่วนหลีกเลี่ยงการทำ DCF เพราะมองว่าถึงทำไปก็ไม่แม่น จึงหันไปใช้วิธีง่ายๆ อย่างการดูค่า P/E หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ แต่เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮาชี้ชัดว่า การหามูลค่าโดยเนื้อแท้นั้นลึกซึ้งกว่าค่า P/E เยอะ และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวชนิดที่กดปุ่มแล้วได้ตัวเลขออกมาเป็นจุดทศนิยม

ปู่บอกว่า ในการหามูลค่าโดยเนื้อแท้ คุณต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเชิงปริมาณเพราะจริงๆ แล้ว 'คณิตศาสตร์ของมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน' จุดที่ยากจึงไม่ใช่การเอาตัวเลขไปเข้าสูตร ซึ่งใครๆ ก็ทำได้ แต่คือการคาดการณ์ตัวแปรต่างๆ

ปู่เคยเปรียบเทียบไว้ในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อปี 2007 ว่า มันเหมือนกับการพยายามจับนกในพุ่มไม้ สมมุติคุณคิดว่ามีนกในพุ่มไม้สองตัว คำถามแรกคือ คุณแน่ใจแค่ไหนว่ามีนกอยู่สองตัว ไม่ใช่ตัวเดียวหรือไม่มีเลย? และคำถามที่สองคือ เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจมีนกมากกว่าที่คุณคิด?

ท้ายที่สุด หลังจากหากระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทออกมาได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการ 'คิดลด' (discount) มันกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน โดยใช้ 'อัตราคิดลด' ที่เหมาะสม ทั้งนี้เพราะมูลค่าของเงินสดในวันนี้และในอนาคตมีความแตกต่างกัน ตามหลัก time value of money หรือ 'มูลค่าของเงินตามเวลา'

ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจที่เสี่ยงมาก บัฟเฟตต์จะใช้อัตราคิดลดที่สูงกว่า และสำหรับธุรกิจที่มั่นคงและเสี่ยงน้อย ก็จะใช้อัตราคิดลดที่ต่ำกว่า

ผมขอปิดท้ายบทความนี้ ด้วยข้อคิดคมๆ ที่ปู่เคยฝากไว้ว่า ในการลงทุนนั้น ประเด็นสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่ว่า เขา 'รู้' อะไรต่ออะไรมากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า เขาจะนิยามสิ่งที่เขา 'ไม่รู้' ออกมาได้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากเพียงใดต่างหาก

ขอเป็นกำลังใจให้ 'วีไอพันธุ์แท้' ไม่ว่ามือใหม่หรือเก่า ที่กำลังไล่ล่าหามูลค่าหุ้นใน 'เวลาแห่งโอกาส' นี้ทุกท่านนะครับ

ดูบทความทั้งหมดของ ชัชวนันท์ สันธิเดช

แชร์ข่าว :