ดารบุษป์ ปภาพจน์

ดูบทความทั้งหมด

รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าสถาบัน

20 กุมภาพันธ์ 2563
501

โรคอุบัติใหม่ กับการลงทุน

การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีจุดกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

และแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆกว่า 25 ประเทศทั่วโลกในขณะนี้ ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้คนทั่วโลก ทั้งต่อชีวิตตนเองและครอบครัว ผลกระทบที่จะมีต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ รวมไปถึงการลงทุนที่ตนเองมีอยู่ด้วย

อันที่จริงแล้วโลกใบนี้ได้เคยผ่านโรคระบาดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งก็รวมถึงไทยด้วย โดยโรคระบาดที่มีการบันทึกไว้ในเอกสารทางวิชาการของไทยนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2461 โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาผู้ล่วงลับ ได้รวบรวมข้อมูลไว้ในการประชุม The Global 9th  Training Programs in Epidemiology and Public Health Interventions Network (TEPHINET) Conference เมื่อพ.ศ. 2560 ไว้ว่า โรคระบาดในครั้งนั้น เรียกว่า ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish Flu) ซึ่งคร่าชีวิตประชากรโลกไปมากถึง 50 - 100 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อประมาณ 500 ล้านคน โดยที่ประชากรทั่วโลกในขณะนั้น คาดว่าจะมีเพียงประมาณ 1,800 ล้านคนเท่านั้น เรียกได้ว่าอัตราการเสียชีวิตนั้นเกือบจะเท่ากับหนึ่งในสามของประชากรโลกเลยทีเดียว

สำหรับในไทยนั้น จากงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์สำราญ วังศพ่าห์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งตีพิมพ์ไว้ในสารศิริราช เมื่อพ.ศ. 2510 ได้บันทึกไว้ว่า  ไข้หวัดใหญ่สเปนแพร่ระบาดเข้ามาในไทย จากทหารอาสาซึ่งกลับจากการร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรในฝรั่งเศส เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเริ่มจากหัวเมืองชายทะเลทางใต้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2461 และแพร่ไปทั่วทั้งประเทศในเดือนถัดมา ก่อนที่จะสงบไปในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2462 โดย ณ เวลานั้นประชากรไทยคาดว่ามีประมาณ 8,478,566 คน มีผู้ติดเชื้อ 2,317,633 คน หรือ 36.6% ของประชากร และเสียชีวิตทั้งสิ้น 80,263 คน หรือคิดเป็นอัตรา 1% ของประชากรทั้งหมด

หลังจากนั้นก็เกิดไข้หวัดใหญ่เอเซีย (Asian Flu) ขึ้นในปีพ.ศ. 2500 – 2501 ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค โดยในไทยนั้นได้รับการแพร่ระบาดมาจากประเทศสิงคโปร์ โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 1,081,677 คน จากประชากรในขณะนั้นที่ 22,811,701 คน จากนั้นในพ.ศ. 2511 – 2512 ได้เกิดไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง (Hong Kong Flu) ซึ่งไม่มีรายงานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคดังกล่าว

ในปีพ.ศ. 2547 ได้เกิดการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu – H5N1) หลังจากที่โรคดังกล่าวได้อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกบนเกาะฮ่องกง เมื่อพ.ศ. 2540 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตในไทยทั้งสิ้น 17 คน ต่อมาในปีพ.ศ. 2553 เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 (Swine Flu – H1N1) ซึ่งมีต้นกำเนิดในเม็กซิโก โดยในไทยนั้นมีการระบาดไปทั่วประเทศ และมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 76 ราย

หากพิจารณาข้อมูลการระบาดของโรคต่างๆในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะพบว่าอัตราการเสียชีวิตในประเทศไทยมักอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจด้วยเหตุผลที่ว่าไทยอยู่ในเขตร้อน และร้อนมากแทบจะตลอดทั้งปี รวมถึงมีระบบและบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ดีเยี่ยมในระดับโลก จึงช่วยให้เราสามารถผ่านวิกฤติการระบาดของโรคต่างๆที่เกิดขึ้นมาตลอดได้ โดยมีอัตราความสูญเสียที่น้อยกว่าในหลายๆประเทศ

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงโรคที่ระบาดในไทยเท่านั้น ที่จริงแล้วยังมีโรคระบาดอีกมากที่เกิดขึ้นในโลก โดยหลายๆโรคนั้น เราคนไทยอาจเคยได้ยินแต่ชื่อ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบางโรคนั้นเคยมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมาก่อน ซึ่งโรคระบาดที่เกิดขึ้นมักก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ไม่เพียงต่อชีวิตของตนเองและครอบครัว แต่รวมไปถึงผลกระทบที่ตลาดเงินตลาดทุนจะมีต่อเงินลงทุนของตนด้วย ซึ่งหากพิจารณาดัชนีหุ้นทั่วโลก หลังการเกิดโรคระบาดแต่ละครั้ง จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วตลาดหุ้นก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงจากปัจจัยที่ว่านี้มากอย่างที่คิดกัน และหลายครั้งยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายลงอีกด้วย

158211204187

ที่มา: ข้อมูลดัชนี Bloomberg ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020, MSCI All Country World Index ประกอบด้วยหุ้นที่จดทะเบียนในประเทศพัฒนาแล้ว 23 ประเทศ และประเทศตลาดเกิดใหม่ 24 ประเทศ             * จำนวนประเทศอาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากการระบาดยังคงดำเนินอยู่

หมายเหตุ: อัตราผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันถึงอัตราผลตอบแทนในอนาคต

 โรคระบาดเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งแม้ข้อมูลข้างต้นอาจช่วยให้เราลดความตื่นตระหนกด้านการลงทุนไปได้บ้าง แต่ทุกท่านต้องไม่ลืมที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รวมถึงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด เพื่อที่เราจะสามารถก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปให้ได้อีกครั้งหนึ่ง

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดารบุษป์ ปภาพจน์

แชร์ข่าว :
Tags: