ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

25 กันยายน 2562
367

เคมีภัณฑ์ที่ใช้ฆ่าหญ้า เช่นพาราควอต ไกลโฟเสต เรื่องระดับโลก

นั่งดูรายการ The Debate ทางช่อง France 24 ซึ่งเป็นการโต้กันระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายคัดค้านการใช้เคมีภัณฑ์ประเภทไกลโฟเสตในพืชเกษตร

ซึ่งเป็นการโต้กันในฝั่งยุโรป คาดว่าจะเป็นประเด็นหาเสียงในการเลือกตั้งผู้แทนของสภาสหภาพยุโรป โดยฝ่ายที่สนับสนุนให้ใช้ไกลโฟเสต ยกข้อสนับสนุนของ EPA สหรัฐ และเน้นว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ว่า ไกลโฟเสตเป็นเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกับคนที่ใช้เคมีภัณฑ์ไกลโฟเสต พูดง่ายๆก็คือ ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเป็นเหตุที่ทำให้เกิดผล (cause/effect) ให้เห็นชัดๆ มีก็แต่ข้อสงสัยว่าจะมีความสัมพันธ์กัน (association) ในระดับหนึ่ง จึงไม่สามารถใช้เป็นข้อยุติให้เลิกใช้ไกลโฟเสตกับการเพาะปลูกพืชในเชิงเกษตร

ทางฝ่ายคัดค้าน ยืนยันว่าการที่ Monsanto ถูกฟ้องนับหมื่นคดีว่าเป็นเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งกับผู้เกี่ยวข้อง และคณะลูกขุนก็มีมติให้บริษัทต้องรับผิดคิดเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านเหรียญนั้น แสดงว่าเคมีภัณฑ์ประเภทนี้เป็นอันตรายกับเกษตรกรและผู้ใช้ในพืชผลทางการเกษตร และผลการวิจัยจำนวนมากก็ออกมาว่ามีผลโดยตรงต่อการเกิดมะเร็ง แต่ที่ยังไม่สามารถยกเลิกการใช้เคมีภัณฑ์นี้ก็เพราะบริษัทใช้เงินมหาศาลล้อบบี้นักการเมืองไม่ให้ออกกฎหมายยกเลิกทั้งๆที่ความสูญเสียและเสียหายเกิดขึ้นชัดเจนอยู่แล้ว

มีบางประเด็นที่เป็นรายละเอียดว่าทำไมบริษัท Bayer ของเยอรมัน ถึงได้ไปซื้อ Monsanto ที่มีปัญหา เหตุผลก็คือ Bayer ต้องการรุกธุรกิจยาที่ไม่ใช้กับมนุษย์ และ Monsanto ก็เป็นเจ้าตลาด การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ราคาหุ้นของ Bayer ตกลงเกือบ 50% แต่ Bayer มองว่าต่อไปเรื่องพืช GMO จะขยายตัวมากขึ้น และ Monsanto เป็นเจ้าแห่งพืช GMO มีเทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมที่ก้าวหน้าที่สุด Bayer ต้องการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้

ผลการโต้วาทีครั้งนี้ไม่มีข้อสรุป เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็มีจุดยืนของตัวเอง แต่ที่อาจจะมีผลก็คือประเด็นหาเสียงของผู้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา EU ซึ่งถ้าผู้ได้รับการเลือกตั้งมาจากฝั่งใดเป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็อาจมีผลเรื่องการให้ใช้ไกลโฟเสตต่อ หรือยกเลิก

หลายเรื่องที่โต้แย้งกันก็เป็นประเด็นที่บ้านเราโต้แย้งตลอดช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่มติของที่ประชุมออกมาในลักษณะที่ยังไม่ยกเลิกทันที แต่ทอดเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

แต่บ้านเรา เรื่องมันยุ่งมากกว่านี้อีก เพราะพวกร้านขายเคมีภัณฑ์ประเภทนี้เป็นคนปล่อยเครดิตให้เกษตรกรเอาของไปใช้ก่อน มันผูกกันไว้หลายตอน เหมือนตกเขียว เวลาไปต่างจังหวัดพบร้านพวกนี้ทำมาค้าขายรุ่งเรืองมาก ลองเปิดรายการวิทยุท้องถิ่นจะมีแต่ร้านพวกนี้เป็นสปอนเซ่อร์รายการเพลงรายการชาวบ้าน

การที่ผูกกันหลายชั้นนี้ทำให้การยกเลิกการใช้เคมีภัณฑ์ประเภทนี้ในพื้นที่ทำการเกษตรบ้านเรา เป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่สหรัฐ หรือ EU เสียอีก ที่ยังมองไม่ออกว่าจะจบอย่างไรเหมือนกัน

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: