สุพรรณี พุฒิพิสุทธิ์

ดูบทความทั้งหมด

จับกระแส

19 เมษายน 2560
1,232

เพิ่มสวัสดิการคนจนน้อยลง

นับจากวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย

เข้าลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการเพิ่มเติมจากรัฐบาล โดยยอดผู้ที่มาลงทะเบียนล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านราย ขณะที่ กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการนี้ ตั้งเป้ามียอดผู้มาลงทะเบียนราว 14-15 ล้านราย ระยะเวลาสิ้นสุดการลงทะเบียน คือ วันที่ 15 พ.ค.นี้

เมื่อพิจารณาจากยอดผู้ลงทะเบียนในระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ในขณะนี้ จะเห็นว่า เป็นยอดผู้ลงทะเบียนที่สูง เมื่อเทียบกับยอดผู้ลงทะเบียนในครั้งแรก หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50%ของยอดผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ขณะที่ ระยะเวลาการลงทะเบียนในรอบนี้ ยังเหลืออีกเกือบ 1 เดือน ฉะนั้น จำนวนผู้ลงทะเบียนก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ลงทะเบียนทั้งหมดนั้น ยังเป็นยอดที่ยังต้องคัดกรองคุณสมบัติอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ ได้มีการกำหนดคุณสมบัติที่เข้มงวดเนื่องจาก ในรอบที่แล้ว มีผู้ที่มาลงทะเบียนที่อ้างเป็นคนจนจำนวนมาก โดยพบหลายรายมีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง ขณะที่ เกณฑ์ในการกำหนดคุณสมบัติมีเพียงเงื่อนไขต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทเท่านั้นทั้งนี้ จำนวนผู้ที่ไม่มีสิทธิ์รับสวัสดิการเนื่องจากไม่ผ่านคุณสมบัติถึง 6.6 แสนรายจากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 8.37 ล้านราย

สำหรับคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อยในรอบนี้ กำหนดว่า ต้องมีสัญญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ต้องเป็นผู้ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 ไม่เกิน 1 แสนบาท ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลากออมสิน สลากธ.ก.ส. พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมไม่เกิน 1 แสนบาท

นอกจากนี้ ต้องไม่เป็นเจ้าของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โดยกรณีที่อยู่อาศัยอย่างเดียวต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา กรณีห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร กรณีเป็นที่อยู่อาศัย และ ใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ กรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ กรณีที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัยนั้น หากใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ และ กรณีใช้ที่ดินประโยชน์เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่

ด้วยการตรวจสอบคุณสมบัติที่เข้มงวดนี้ อาจทำให้ยอดผู้มีสิทธิ์ในโครงการต่ำกว่ายอดที่มาลงทะเบียน แต่ผลการคัดกรองที่เข้มงวดนี้ ก็จะทำให้รัฐบาลสามารถจัดสวัสดิการได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น เพราะเป้าหมายโครงการ นอกเหนือจากการจัดทำฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงแล้ว ก็คือ การจัดสวัสดิการที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพราะที่ผ่านมา การจัดสวัสดิการนั้น เป็นการจัดสวัสดิการที่เปิดกว้าง ทำให้คนรวยได้รับประโยชน์ไปด้วย

สำหรับสวัสดิการที่รัฐจะให้นั้น เบื้องต้น จะพิจารณาให้ได้รับส่วนลดสำหรับค่าน้ำ ค่าไฟ สินค้าที่กำหนด และ ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เป็นต้น อาจะมีของแถมเป็นเงินประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมด้วย โดยรัฐบาลจะแจกบัตรเพื่อแสดงสิทธิ์ให้แก่ผู้มีสิทธิ์ ภายในบัตรจะมีรูปถ่าย ชื่อและนามสกุล ของผู้ถือบัตรซึ่งบัตรนี้ จะมีอายุ 5 ปีนับจากวันออกบัตร คาดว่า บัตรจะเริ่มแจกได้ในเดือนต.ค.นี้ นั่นหมายความว่า รัฐบาลจะสนับสนุนสวัสดิการให้แก่คนจนเป็นระยะเวลา 5 ปี เป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้งบประมาณไป 1.75 หมื่นล้านบาท สำหรับการแจกเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ที่มีสิทธิ์สำหรับการลงทะเบียนในรอบแรกจำนวนประมาณ 7.5 ล้านราย ส่วนรอบนี้ รัฐบาลจะใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด ทางกระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสวัสดิการที่จะจัดให้บวกกับจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์ในสวัสดิการขณะที่รัฐบาลคาดหวังว่า จำนวนผู้มีรายได้น้อยจะทยอยลดลงในแต่ละปี เพราะเชื่อว่า จากนโยบายในการดูแลเศรษฐกิจ รวมถึง การจัดสวัสดิการเพิ่ม จะทำให้คนจนมีรายได้มากขึ้น ฉะนั้น เม็ดเงินที่รัฐจะใช้จัดสวัสดิการเพิ่มเติมก็จะลดลงตามไปด้วย

ดูบทความทั้งหมดของ สุพรรณี พุฒิพิสุทธิ์

แชร์ข่าว :
Tags: