วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัมผัสแรก ซูบารุ “โกลบอล แพลทฟอร์ม”

ทดสอบ ซูบารุ อิมเพรสซ่า รถคันแรก ที่สร้างขึ้นจากแพลทฟอร์มใหม่ ที่เรียกว่า "โกลบอล แพลทฟอร์ม"

     สองสามสัปดาห์ก่อนที่ผมเดินทางไปสิงคโปร์ ร่วมงานมอเตอร์โชว์ และร่วมงานกับซูบารุที่นำเสนอแพลทฟอร์มใหม่ ที่เรียกว่า “ซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม” รวมถึงยลโฉมรุ่นแรกที่ใช้แพลทฟอร์มใหม่ ก็คือ “อิมเพรสซ่า” รหัสรถที่คนไทยคุ้นเคยกันดี 

     อย่างไรก็ตามในบ้านเราช่วงนี้ไม่ใช่ตลาดของอิมเพรสซ่า รถที่ขายหลักๆ คือ เอ็กซ์วี และที่สิงคโปร์ เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทแม่ของ บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายซูบารุในไทย บอกว่าตลาด 9 ประเทศที่ได้สิทธิ์ทำตลาดนั้น อิมเพรสซ่าจะเริ่มเปิดตัวที่สิงคโปร์ จากนั้นตามด้วยไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ส่วนไทยยังไม่มีแนวคิดที่จะทำตลาด เนื่องจากเห็นว่าตลาด ซี-เซ็กเมนต์ อยู่ในช่วงที่กำลังหดตัว แต่ต่อไปในอนาคตถ้าตลาดฟื้นตัว ก็ค่อยมาว่ากันใหม่

     แต่ไทยก็จะได้ใช้แพลทฟอร์มใหม่ในปีนี้เช่นกัน นั่นคือ เอ็กซ์วี ใหม่ ที่มีแผนเปิดตัวช่วงงานมหกรรมยานยนต์

       อย่างไรก็ตาม ซูบารุ ก็อยากจะให้ได้รู้รส รู้อารมณ์ของแพลทฟอร์มใหม่และอิมเพรสซ่าใหม่บ้าง จึงจัดคิวให้สื่อจากไทยได้ทดสอบกันพอหอมปากหอมคอ เทียบกับรถคู่แข่งในตลาดเดียวกัน คือ กลุ่ม ซี เซ็กเมนต์ ทั้งจากญี่ปุ่น และยุโรป 

     อิมเพรสซ่า มี 2 รูปแบบตัวถัง คือ 4 ประตู และ 5 ประตู มี 2 ขนาดเครื่องยนต์ คือ เบนซิน 1.6 ลิตร และเบนซิน 2.0 ลิตร 

     เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น 2.0 ลิตร เป็นแบบฉีดตรง หรือ ได้เร็ค อินเจ็คชั่น ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที 

     เกียร์ ลิเนียร์โทรนิค ซีวีที ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังดับเบิล วิชโบน

     รุ่น 1.6 ลิตร แบ่งออกเป็น 1.6i กับ 1.6s แตกต่างกันที่อุปกรณ์มาตรฐาน ด้านเทคนิคจะต่างกันเล็กน้อย ก็ตรงที่ใช้ล้อและยางต่างกัน โดย 1.6i ใช้ยาง 205/55 R16 ส่วน 1.6s ใช้ขนาดเท่ากับ 2.0s คือ 205/50 R17

     วิศวกรที่ไปนั่งคุยกันริมสนามทดสอบบอกว่า อิมเพรสซ่า ใหม่ ที่ได้แพลทฟอร์มใหม่นี้พัฒนาขึ้นหลายเรื่องจากรุ่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นทัศนวิสัยโดยรวมที่ดีขึ้น 15% ซึ่งรวมถึงการออกแบบกระจกมองข้างที่ค่อนข้างใหญ่ ไฟด้านหน้าที่เลี้ยวตามพวงมาลัย ความสามารถดูดแซับแรงปะทะของตัวถังเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และผ่านการทดสอบการชนด้วยมุมเอียงด้านหน้า ด้วยวัตถุหนัก 2.5 ตัน ที่ความเร็ว 90 กม./ชม. และความเงียบที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย 

       ทีมงานจัดทำแทรคชั่วคราวในพื้นที่อดีตสนามไดรฟ์กอล์ฟ ที่กลายเป็นลานปูนไปแล้ว ส่วนสาเหตุใดก็ไม่ทราบ เพราะพยายามถามทีมงานที่ดูแลกิจกรรม ก็ดันเป็นทีมจากมาเลเซียซะอีก

      ทีมงานกำหนดเป็น 3 สถานีหลัก สถานีแรก คือ การเปลี่ยนช่องทางกะทันหันบนพื้นเปียกและพื้นแห้ง สถานีที่ 2 การขับสลาลอม เบรกในโค้ง และขับบนทางขรุขระ สถานีที่ 3 เลี้ยวเป็นวงกลม 1 รอบ และเปลี่ยนช่องทางกะทันหันขวาแล้วตามด้วยซ้าย โดยแต่ละสถานีมีพื้นที่ไม่มากนัก ตามข้อจำกัดของพื้นที่โดยรวม

     สถานีแรกจากจุดออกตัวเหยียบคันเร่งให้สุดถึงจุดที่จะเปลี่ยนช่องทางจะได้ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. จากนั้นหักรถเข้าช่องทางขวา แล้วหักกลับมาทางซ้ายและตามด้วยขวา ซึ่งจุดเลี้ยวที่ 2 และที่ 3  นี้ทีมงานนำแผ่นเหล็กที่ฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลาปูไว้ให้เกิดความลื่น

      ซึ่งรถจะเกิดอาการเสียการทรงตัวให้รู้สึกได้ แต่จุดเด่นคือ สามารถแก้อาการได้ง่าย ด้วยการใช้พวงมาลัย กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบช่วยเหลือการทรงตัวของรถ รวมถึงการออกแบบให้ศูนย์ถ่วงต่ำกว่ารุ่นเดิมอีก 5 มม.

     สถานีที่ 2 ขับสลาลอมผ่านกรวยสองสามตัวจากนั้นเมื่อส่งรถเข้าโค้งซ้ายมือ ถึงเกือบกลางโค้งเบรกเต็มที่ให้รถหยุดสนิทในโค้ง ซึ่งอิมเพรสซ่ายังมีการทรงตัวที่ดี รถสนิทอยู่ในช่องทาง จากนั้นขับบนทางขรุขระ ซึ่งเห็นได้ว่าออกแบบช่วงล่างมาเน้นความสบายในการขับขี่มากขึ้นดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ความกระด้างน้อยกว่าคู่แข่งอีกรุ่นหนึ่งที่เน้นอารมณ์สปอร์ต 

     สถานี่ที่ 3 การขับวนรอบกรวย อิมเพรสซ่าก็ทำได้ดีเช่นกัน สถานีนี้เห็นถึงความแตกต่างชัดเจนกับคู่แข่งที่สุด คือ การเลี้ยงตัวเป็นวงกลมทำได้ง่ายกว่า รถเชื่องกว่าและเมื่อออกจากวงกลม พร้อมเปลี่ยนเลนกะทันหัน ท้ายรถกวาดออกด้านนอกน้อยกว่าคู่แข่งยี่ห้อหนึ่ง

     การลองขับครั้งนี้เป็นเพียงแค่การรู้จักกันเบื้องต้นเล็กน้อย แต่ก็พอสรุปได้ว่า อิมเพรสซ่า ใหม่ ออกแบบมาให้นั่งสบาย ห้องโดยสารกว้างขวาง ขับขี่สบาย ดูดซับแรงสั่นสะเทือนดี การควบคุมรถ และการแก้ไขสถานการณ์ทำได้ไม่ยาก แต่อารมณ์สปอร์ตจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ในช่วงออกตัวไม่จัดจ้าน ซึ่งทีมวิศวกรบอกว่าเป้าหมายหนึ่งของการออกแบบคือ ต้องการให้เป็นรถที่ประหยัดน้ำมัน ดังนั้นทังการเลือกเกียร์ซีวีที หรือว่าการเซ็ทการทำงานของเครื่องยนต์พยายามให้ออกมาตามเป้าหมายนั้น ส่วนอัตราเร่งช่วงกลาง หรือติดลมบนแล้ว ทีมงานยืนยันว่าขับได้สนุก 

     แต่ว่าผมยังไม่มีพื้นที่ให้ลองได้ถึงขนาดนั้น ต้องรอลุ้นกันว่าท้ายที่สุดจะเปลี่ยนใจนำเข้ามาขายหรือไม่ ถ้ามาก็จะได้ลองกันอีกทีครับ