มหกรรมยานยนต์ เผยยอดจองรถยนต์ลดลง17%จากปีที่แล้ว เหตุผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะโศกเศร้า และค่ายรถเลื่อนเปิดตัวรถใหม่
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด ประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33” ระหว่างวันที่1-12ธ.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ยอดจองรถโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์สามารถสร้างสถิติสูงสุด ส่วนยอดจองรถยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น3.24หมื่นคัน ลดลงจากงานปีที่แล้ว 17.1% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ยังอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้า ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังไม่มีอารมณ์ในการซื้อรถ ขณะที่ค่ายรถเองที่มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในปีนี้ ได้ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวออกไป
“แต่ว่าในส่วนของตลาดรถหรู ซึ่งมีรถรุ่นใหม่มาแนะนำ พบว่ายอดจองเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดย เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจองรวม 1,722 คัน บีเอ็มดับเบิลยู 979 คัน วอลโว่206 คัน เลกซัส 106 คัน ปอร์เช่ 70 คัน แลนด์โรเวอร์ 15 คัน จากัวร์ 11 คัน แอสตัน มาร์ติน 2 คัน และ โรลสรอยซ์ 2 คัน”
สำหรับยอดจองรถยนต์สูงสุด 5 อันดับแรก อันดับ1โตโยต้า 5,124 คัน ,อันดับ 2ฮอนด้า4,902 คัน ,อันดับ 3 อีซูซุ3,620 คัน ,อันดับ 4 มาสด้า 3,434 คัน และอันดับ 5 ฟอร์ด2,441 คัน
ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายของงานปีนี้ ทางผู้จัดตั้งเป้าไว้ก่อนเริ่มงาน5หมื่นคัน ก่อนจะปรับลงเหลือ4หมื่นคัน เมื่อผ่านไปครึ่งงาน หลังจากเห็นสัญญาณชะลอตัวเกิดขึ้น
นายธีร์ เพิ่มพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เลื่อนการเปิดตัวรถยนต์นั่งมาสด้า3ออกไปเป็นปีหน้า กล่าวว่า การเลื่อนเปิดตัวเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคที่อยู่ในภาวะเศร้าโศก
ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านา มาสด้ามียอดขายที่เติบโตมาโดยตลอด แต่ในเดือน ต.ค.พบว่ายอดลดลงจำนวนมาก เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าขอชะลอการรับรถออกไป
“ยอดจองช่วงเดือน ต.ค.ก็ไม่ได้ลดลง แต่การรับรถลดลงมาก เพราะลูกค้าขอเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งเราก็เข้าใจสถานการณ์นี้ได้ดี”
นายขวัญชัย กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ที่มีการจองในปีนี้ พบว่ามีราคาเฉลี่ยต่อคันที่สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้ผู้บริโภคให้ความสนใจรรยนต์นั่งหรู รถเอสยูวี และรถกระบะ เพิ่มมากขึ้นโดยมีค่าเฉลี่ย1.17 ล้านบาท
ส่วนเงินหมุนเวียนภายในงานปีนี้อยู่ที่ 4.5หมื่นล้านบาท และผู้เข้าชมงานจำนวน 1.19 ล้านคน ลดลง 19.3%
ส่วนยอดจองรถจักรยานยนต์ที่สร้างสติสูงสุด 7,942 คัน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 98.6% อันดับ 1 ปรากฎว่า รถจีพีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นจักรยานยนต์สัญชาติไทยมียอดจองรวม 1,109 คัน อันดับ 2เวสป้า1,059 คัน อันดับ 3ยามาฮ่า1,040 คัน อันดับ 4ฮอนด้า791 คัน และ อันดับ 5สตาเลียน722 คัน
ทั้งนี้ยอดจองรถจักรยานยนต์ จะเห็นได้ว่าตลาดให้ความสนใจกับรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ มากกว่าการใช้งาน ทำให้รถอย่างเวสป้า สามารถสร้างยอดจองได้เป็นอันดับี่2ส่วน จีพีเอ็กซ์ ก็เป็นรถที่ออกแบบมาตอบสนองกลุ่มไลฟ์สไตล์เช่นกัน และมีจุดเด่นคือ ราคาที่ค่อนข้างต่ำกว่าคู่แข่งจากต่างประเทศ
ขณะที่ค่ายจักรยานยนต์ที่ทำตลาดแมส ซึ่งในตลาดรวม เอ.พี.ฮอนด้า เป็นผู้นำตลาดอยู่นั้น พบว่าในงานนี้ยามาฮ่า มียอดจองที่สูงกว่า ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ คือ แอร็อกซ์ เครื่องยนต์155ซีซี ซึ่งเป็นรถอาเซียน โมเดล และเปิดตัวครั้งแรกที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองงประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทคาดหวังกับรถรุ่นนี้พอสม เนื่องจากเป็นรถที่ออกแบบมาตรงกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังใช้กลยุทธ์ด้านมอเตอร์สปอร์ตเข้ามาใช้
“ช่วงที่ผ่านมา ยอดขายยามาฮ่าเพิ่มขั้น ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก15%เป็น18%ซึ่งเป็นผลจากการประสบความสำเร็จจากกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ หรือว่าระดับโลก ที่ยามาฮ่าชนะหลายรายการ และเราก็จะยึดแนวทางการใช้มอเตอร์สปอร์ตนำการตลาดต่อไป”
นายขวัญชัย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมบรรยากาศการจัดงานปีนี้ ได้รับคำชมจำนวนมากว่าสร้างบรรยากาศที่ดี
“ผมรู้สึกภาคภูมิใจและขอขอบคุณทุกคำชมเชยเกี่ยวกับการจัดงาน โดยเฉพาะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า งานนี้แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของอาเซียน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งชื่นชมการแต่งกายของพริททีในงาน มีความเรียบหรู สวยสง่า เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองและวัฒนธรรมที่งดงามของไทย”
นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังมีหนังสือขอบคุณและชื่นชมบริษัท สื่อสากล จำกัด ที่เอาใจใส่กวดขันการแต่งกายของพริททีในงาน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง





