“เลกซัส อาร์ซี 200t” อารมณ์สปอร์ต ของคนชอบหรู

“เลกซัส อาร์ซี 200t”  อารมณ์สปอร์ต ของคนชอบหรู

เลกซัส จัดกิจกรรม “LEXUS RC THE CHARISMATIC NIGHT DRIVE” ชวนลูกค้าไปลองขับรถ RC 200t F-Sport ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

     การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เลกซัส เพิ่มบรรยากาศที่แตกต่างเล็กน้อย และเข้ากับสภาพอากาศ คือ เป็นการลองขับกันยามค่ำคืน

     จะว่าไปแล้วก็กึ่งๆ งานปาร์ตี้เล็กๆ ที่จัดกับลูกค้า คือมีทั้งการลองรถ ทานอาหารค่ำด้วยเมนูพิเศษ จากเชฟกะทะเหล็ก เป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ร่วมกับลูกค้าเก่า และว่าที่ลูกค้าในอนาคต

     แต่งานนี้เลกซัสเชิญผมและเพื่อนพี่น้องในวงการอีกสองสามคนไปร่วมด้วย ซึ่งก็ด้วยความยินดีครับ เพราะว่าโอกาสขับรถรุ่นนี้ก็ไม่ง่ายนัก และยังเป็นการขับในสนามที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งแม้จะเคยขับรถอื่นๆ มาแล้วหลายครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเป็นการขับกลางคืน

     RC ถือว่าเป็นรถที่ออกแบบได้ดึงดูดใจ เห็นแล้วอยากขับ ด้วยเส้นสาย และรูปทรงของคูเป้ ที่ให้อารมณ์สปอร์ตค่อนข้างมาก และยิ่งเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดๆ มองไม่เห็นอะไร ยกเว้นในพื้นที่แสงไฟส่องลงมา ยิ่งทำให้พระเอกของเราคืนนี้ ดูเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

     แต่ว่าแม้จะดูสปอร์ตมาก แต่ในมุมมองของผมเห็นว่าเป็นสปอร์ตที่ออกแนวสุภาพ ไม่ได้ออกแนววัยรุ่นใจร้อน

     RC 200t F-Sport เป็นคูเป้ 2 ประตู แบบ 2+2 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์ตัวใหม่ของเลกซัส ที่พัฒนาให้เล็กลง แต่มีสมรรถนะดีขึ้น และใช้กับตระกูล อาร์เอ็กซ์ ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน -เมตร ที่ 1,650-4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งประสานงานกันได้ดี การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลไม่สะดุด

     อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามข้อมูลของบริษัทอยู่ที่ 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.

     ช่วงล่างด้านหน้าหน้า เป็นแบบปีกนกสองชั้น ช่วงล่างหลังมัลติลิงค์ ช็อคแอบซอร์เบอร์ปรับไฟฟ้าทั้งหน้าและหลัง สำหรับตอบสนองการขับขี่ในโหมดต่างๆ ที่เลือกโดยผู้ขับขี่เอง ส่วนยางขนาด 235/45 R18

      อุปกรณ์ต่างๆ ใส่มาครบครัน เช่น Pop Up Hood (PUH) ลดการบาดเจ็บของคนเดินเท้าหากถูกชน ด้วยการที่ฝากระโปรงหน้าจะถูกยกขึ้นมาจากระดับปกติ ทำให้มีระยะยืดหยุ่นมากขึ้น

     LDA ระบบเตือนการเปลี่ยนเลนผ่านจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ,RCTA ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ ด้วยสัญญาณเรดาร์, AHS ระบบปรับไฟหน้าอัตโนมัติ, ถุงลมรวม 8 แหน่ง ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม เป็นต้น และเติมความบันเทิงด้วยเครื่องเสียง มาร์ค เลวินสัน พร้อมลำโพง 17 ดอก 

     ค่าตัว 5.49 ล้านบาท แต่ก็เป็นราคาที่เลกซัส เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ชอบรถสปอร์ต หรูหรา และแตกต่างจากรถบนท้องถนนทั่วไป

      ขณะที่ภายในก็มีแนวคิดที่ผสมผสานกัน คือ มีทั้งความสปอร์ต และหรูหรา ผสมกันไป เบาะนั่งทรงสปอร์ต นั่งกระชับ ช่วยในการควบคุมรถได้ดี แป้นเบรก คันเร่ง ก็ให้อารมณ์สปอร์ตเช่นกัน ขณะที่การออกแบบคอนโซลหน้า แผงประตู ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหรือเรื่องของดีไซน์ ก็เห็นได้ชัดว่าเน้นหรูหรา แถมยังเติมด้วยนาฬิกาแบบเข็ม คลาสสิค อยู่ตรงกลางคอนโซลหน้า

     จริงๆ แล้วผมก็มีเวลาชื่นชมกับการออกแบบต่างๆของรถไม่มากนักหรอก เพราะว่ามีผู้ที่อยากจะลองรถคันนี้จำนวนมาก ทำให้มีเวลาลองขับแค่ 2 รอบ แต่ก็เอาเถอะครับ พอจะได้อารมณ์อยู่บ้าง เพราะอย่างที่รู้กันว่าสนามนี้ มีเส้นทางทั้งทางตรง ทางโค้งให้ได้ลองกันไม่น้อย

     หลังจากนั่งไปกับทีมงาน เพื่อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับรถและสนาม ก็ถึงเวลาที่จะไปนั่งควบคุมพวงมาลัยเอง

     รูปทรงของเบาะ ตำแหน่งท่านั่งแบบขายื่นไปข้างหน้า เติมความรู้สึกสปอร์ตได้ดี

     การขับเริ่มกันที่โหมดสปอร์ต พลัส เพื่อรีดสมรรถนะเครื่องยนต์ การตอบสนองคันเร่ง ช่วงล่าง ซึ่งเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี อัตราเร่งเร้าใจใช้ได้ เสียงเครื่องคำรามต่ำ เพราะหูทีเดียว

     พวงมาลัยน้ำหนักดี ช่วยให้ควบคุมได้ง่าย ส่งรถเข้าในโค้งได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ช่วงล่างก็จัดการกับเส้นทางได้ดี คุมตัวรถให้อยู่ในเส้นทาง และเมื่่อถึงกลางโค้ง ผมกดคันเร่งเพื่ออกจากโค้ง รถก็ยังคงนิ่ง หนีออกไปได้ง่ายๆ

     ส่วนที่ทางตรงมีเวลากดคันเร่งบ้าง ความเร็วไล่ขึ้นไปได้รวดเร็ว ไปอยู่ระดับ 150 กม./ชม.

     รอบสอง ทีมงาน ให้ทดสอบปิดระบบช่วยการทรงตัว และขับเหมือนเดิม ซึ่งการขับรอบนี้ ในช่วงทางโค้งจะรู้สึกได้ว่ารถมีอาการท้ายออกนิดๆ ไม่มากนัก และก็ไม่ยากที่จะแก้อาการ โดยไม่เส่ียจังหวะรถ และไม่เส่ียเวลา ซึ่งก็คงสรุปได้ว่าตัวช่วงล่างเองออกแบบมาได้ดี ช่วยในการทรงตัวได้ แม้จะตัดการทำงานของระบบช่วยเหลือออกไป

     แต่ก็น่าเสียดายครับที่ได้ขับแค่ 2 รอบ เพราะแม้ว่าจะเคยขับในสนามนี้แล้ว แต่ก็ยังต้องทำความคุ้นเคยกับรถก่อน ซึ่งเมื่อผ่านไป 2 รอบ ผมรู้สึกว่าเราเริ่มรู้จักกันดีขึ้นแล้ว แต่ก็ถึงเวลาที่จะต้องหักหัวรถออกเพื่อเข้าพิท ไปยังที่มีอีกหลายคนยืนรออยู่ครับ

     ด้วยเวลาไม่มากนัก แต่ผมก็ได้ข้อสรุปว่า RC 200t F-Sport เป็นรถที่ให้อารมณ์สปอร์ต แต่เลือกที่จะอยู่ในมุมของเลกซัสเอง คือยังมีความนุ่มสบายอยู่มาก ไม่กระชากกระชั้น

     RC เป็นรถที่ผู้บริหารที่มีไฟ สามารถใส่สูทออกไปวาดลวดลายบนท้องถนนได้ นั่นแหละครับ