ทุ่มกว่า 1 พันล้านบาท ผลิตหัวฉีด คาดจ้างงานเพิ่ม 800 ตำแหน่ง เตรียมดึงวิศวกรไทยร่วมงานศูนย์วิจัยและพัฒนา
นายโจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการบ๊อช ประเทศไทย เปิดเผยว่าปีงบการเงิน 2558 บ๊อช ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย 1.08 หมื่นล้านบาท (285 ล้านยูโร) เติบโต 22% จากปีก่อนหน้า และเชื่อมั่นว่าไทยยังคงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับบ๊อช ที่จะมีความต้องการผลิตภัณฑ์และการบริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ
ทั้งนี้การเติบโตของผลประกอบการ แม้ว่ายอดขายในประเทศจะลในปีที่่ผ่านมา เนื่องจากการเติบโตของตลาดส่งออก แต่อย่างไรก็ตาม บางธุรกิจในไทยก็เติบโตขึ้น ส่วนใหญ่คือยอดขายของแผนกระบบแชสซี (Chassis Systems)
ส่วนแผนธุรกิจปีนี้ บ๊อชจะลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง (gasoline injection system) เป็นแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากปัจจุบันบ๊อชมีโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง 7 แห่งทั่วโลก โดยโรงงานใหมม่จะมีกำลังการผลิต 1 ล้านเครื่องต่อปีเริ่มการผลิตได้ในช่วงกลางปี2560 ซึ่งการพัฒนาธุรกิจครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 800 ตำแหน่งภายในสิ้นปีหน้า
นอกจากนั้นจะลงทุนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่นี่ด้วย เพื่อพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจด้านยานยนต์และโมบิลิตี้โซลูชั่นของบริษัท ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้จะดึงเอาวิศวกรที่มีความสามารถจากหลากหลายแขนง โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมยานยนต์และเครื่องกลให้เข้ามาร่วมงาน
นายฮง กล่าวว่า นอกจากนี้บ๊อชยังมีแผนเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมที่ทำมานาน ในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส และช่วยให้เด็กๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บริษัทได้ให้การสนับสนุน “มูลนิธิมือต่อมือ (Hand-to-Hand Foundation)” ในพัทยา ในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส นอกจากนี้ บ๊อชยังได้สนับสนุน ”มูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต (Skills for Life Foundation)” ในเชียงใหม่ โดยสนับสนุนให้เยาวชนชาวเขาสามารถพึ่งพาตนเองและหาเลี้ยงชีพอย่างพอเพียงได้ ด้วยการมอบอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็น อาทิ เตาอบ ไมโครเวฟ และตู้เย็น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานในกิจกรรมระดมทุนของมูลนิธิ
นอกจากนี้ยังเห็นว่าทักษะทางวิชาชีพต่างๆ กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน จึงร่วมกับมูลนิธิพระดาบส ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ ที่ตอบสนองต่อความต้องการในตลาด นอกจากนี้ บ๊อชยังได้ร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน–ไทยในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและการศึกษาผ่านโครงการเยอรมัน-ไทยเพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (German-Thai Dual Excellence Education program) อีกด้วย





