กรณีอื้อฉาวที่ "โฟล์คสวาเกน" ค่ายรถดังของเยอรมนีโกงการทดสอบวัดมลพิษรถเครื่องยนต์ดีเซลในสหรัฐ สั่นคลอนภาคธุรกิจของเยอรมนีอย่างหนัก
กรณีอื้อฉาวที่ “โฟล์คสวาเกน” ค่ายรถดังของเยอรมนีโกงการทดสอบวัดมลพิษรถเครื่องยนต์ดีเซลในสหรัฐได้สั่นคลอนภาคธุรกิจของเยอรมนีอย่างหนัก ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าวิกฤติครั้งนี้อาจบานปลายเป็นภัยคุกคามครั้งเลวร้ายที่สุดต่อเศรษฐกิจของเยอรมนีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทไอเอ็นจีนายคาร์สเทน เบอร์เซสกีเปิดเผยว่า โฟล์คสวาเกนได้กลายเป็นความเสี่ยงขาลงต่อเศรษฐกิจของเยอรมนีมากกว่าวิกฤติหนี้กรีซไปแล้ว หากยอดขายโฟล์คสวาเกนในอเมริกาเหนือร่วงลงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อาจไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมด้วย
รัฐบาลเยอรมนีแถลงเมื่อวานนี้ (23 ก.ย.) ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ แม้ว่าจะเกิดวิกฤติกับโฟล์คสวาเกนก็ตาม ซึ่งในปีที่แล้ว ภาคยานยนต์ของเยอรมนีจ้างงานราว 775,000 คน หรือเกือบ 2% ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ นอกจากนี้ ภาคยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์สร้างรายได้จากการส่งออกให้ประเทศได้มากที่สุด อยู่ที่กว่า 200,000 ล้านยูโรในปีที่แล้ว หรือเกือบ 1 ใน 5 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเยอรมนี
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมยานยนต์จากสถาบันดีไอดับเบิลยูนายมาร์ติน กอร์นิก เตือนว่า การพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์อาจบั่นทอนตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโต1.8% ในปีนี้ ผนวกกับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เยอรมนีกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้





