การเดินทางกลับบ้านเกิดของผมในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวต่อเนื่อง ทำให้ผมรู้ว่าคนไทยเราเดินทางออกจากกรุงเทพไปต่างจังหวัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
มากกว่าเทศกาลอื่นๆทั้งหมด และส่วนมากเลือกการเดินทางทางบก ทั้งด้วยการขับรถยนต์ส่วนตัว, การเดินทางโดยรถบัสขนส่งคนโดยสารและเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งนั่นย่อมทำให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุจากการจราจรบนท้องถนนตามมาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
นับวันปัญหาการจราจรในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่อเนื่องจะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้น เพราะจำนวนรถยนต์บนท้องถนนที่มากขึ้น ความแตกต่างด้านประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถยนต์มีช่องว่างมากขึ้น คนขาดความรู้, ขาดความเข้าใจ และขาดความชำนาญในการขับรถยนต์มีมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือคนขับรถที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายว่าด้วยการจราจร และไม่รู้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีรวมทั้งมารยาทในการใช้รถใช้ถนนที่ดีมีมากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย
ในขณะที่ปัญหาต่างๆมีมากขึ้นทุกๆวันทุกๆปี แต่การแก้ปัญหาจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังคงซ้ำซากวนเวียนอยู่กับวิธีการเดิมๆ ไม่มีการทำงานในรูปแบบใหม่, ขาดประสิทธิภาพ และไร้ซึ่งยุทธศาสตร์เชิงรุกต่อตัวปัญหาโดยตรง จำนวนสถิติรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจึงไม่มีทางที่จะลดน้อยลงไปได้ด้วยการรณรงค์ซ้ำซาก
ตรวจรถก่อนใช้, ศึกษาเส้นทางก่อนไป, เมาไม่ขับ, หลับจอดนอน, อย่าขับรถเร็ว, ใช้เข็มขัดนิรภัย ฯลฯ เป็นคำขวัญที่ได้ยินได้เห็นกันในทุกเทศกาลตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการตั้งจุดตรวจเช็กสภาพรถโดยการเกณฑ์เอาเด็กนักเรียนมาทำงานในช่วงเทศกาล และการตั้งเต็นท์บริการประชาชนผู้เดินทาง พร้อมทั้งมีน้ำเย็น, ผ้าเย็น และ กาแฟ เตรียมไว้บริการฟรี แต่มีขี้เมานั่งประจำเต็นท์อยู่สองสามคนหรือมีแต่เต็นท์เปล่าตั้งไว้ที่ริมทางข้างถนน โดยที่คนสั่งการไม่เคยประเมินผลว่ามีคนเข้าใช้บริการดังกล่าวหรือไม่ คุ้มกับค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาของคนที่ได้รับคำสั่งให้ต้องมาทำงาน ในขณะที่คนอื่นหยุดพักผ่อนไปเที่ยวเตร่เฮฮาหรือไม่ เรียกว่าสักแต่สั่งไปตามที่เคยปฏิบัติมาจะได้กล่าวอ้างได้ว่าทำผลงานแล้วมากกว่าที่จะหวังผลจริง
ด้านการบริหารจัดการจราจรก็ทำกันแบบซ้ำซากจำเจไม่คิดปรับปรุง ก่อนถึงเทศกาลก็ออกมาแนะนำเส้นทางเลี่ยงเส้นทางรอง หรือบางปีถึงขั้นเอางบประมาณมาละลายด้วยการพิมพ์แผนที่ออกแจก ตามช่องทางที่จะใช้หลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดบนเส้นทางหลัก แทนที่จะจัดทำป้ายถาวรให้เป็นกิจจะลักษณะเพราะต้องใช้งานทุกเทศกาล กลับเขียนด้วยสีลงบนแผ่นไม้บ้างแผ่นพลาสติกบ้าง เห็นแล้วรู้สึกได้ว่าป้ายบอกทางไปงานบวชของลูกชาย อบต. บางงานยังดูดีน่าเชื่อถือมากกว่าด้วยซ้ำ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะบริการจัดการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เช่น หน่วยงานที่ควบคุมการก่อสร้างซ่อมแซมผิวการจราจร ต้องเร่งคืนผิวจราจรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ก่อนที่จะถึงเทศกาล ป้ายสัญญาณป้ายเตือนต่างๆ ต้องเห็นเด่นชัดแต่ไกลทั้งกลางวันและกลางคืน และต้องมีระยะห่างจากอุปสรรคมากพอที่คนขับรถจะเตรียมการรับมือหรือชะลอความเร็วได้ทันท่วงที
พอถึงวันเวลาที่ผู้คนเดินทางกันมากๆ ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการจราจรในท้องถิ่นรายงานสภาพการจราจรตามจุดสำคัญๆที่กำหนดไว้เข้าศูนย์กลางตลอดเวลา จากนั้นศูนย์ควบคุมกลางจึงกระจายข่าวสภาพการจราจรตามเวลาที่เกิดขึ้นจริงไปยังสื่อทั้งวิทยุ, โทรทัศน์ เพื่อให้ช่วยกันเผยแพร่ทั้งการประกาศออกเสียงและเป็นอักษรตัววิ่งใต้จอภาพ คนเดินทางจะได้รู้ว่าควรเลี่ยงเส้นทางไหนไปใช้เส้นทางไหน ถึงจะลดการคับคั่งบนท้องถนนไปได้
การขับรถยนต์ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวทุกวันนี้ ไม่ต่างไปจากการเล่นการพนันหรือการแทงหวย ต้องคาดเดากะเก็งกันเอาเองว่าจะต้องแทงตัวไหนเลขใดจึงจะถูก หมายถึงต้องคาดเดาว่าผู้คนจะเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ และกลับจากปลายทางกันวันไหนเวลาใด
ตัวอย่างเช่นเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่องถึง 5 วัน หลายคนคาดเดาว่าคงจะมีคนจำนวนมาก เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพตั้งแต่ช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.จึงพากันเริ่มต้นเดินทางออกจากกรุงเทพในช่วงเช้าต่อเนื่องจนถึงช่วงสายของวันเสาร์ที่ 12 เม.ย.ผลปรากฏว่าคนส่วนใหญ่คาดเดาเหมือนกันหรือใจตรงกัน การจราจรสู่ภาคเหนือจึงติดขัดตลอดทั้งวันของวันเสาร์ที่ 12
อีกทั้งการจัดการจราจรในช่วงเทศกาลทุกครั้งจะพบว่า เจ้าหน้าที่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดกฎจราจรซึ่งเกิดขึ้นต่อหน้า หรือบางครั้งเจ้าหน้าที่กลายเป็นผู้สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎจราจรเสียด้วยซ้ำไป เช่นปัญหาการขับรถด้วยการใช้พื้นที่บนไหล่ทาง ซึ่งมีให้เห็นทุกครั้งเมื่อมีการจราจรติดขัดหรือมีจำนวนรถบนผิวการจราจรมาก
แต่ปรากฏว่าแม้การขับรถบนไหล่ทางจะเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ก็ไม่เคยมีการจับกุมหรือว่ากล่าวตักเตือนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซ้ำร้ายหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่กลับสั่งให้รถที่ขับมาในช่องทางถูกต้อง หยุดบริเวณคอสะพานเพื่อให้รถที่วิ่งมาบนไหล่ทางได้ขึ้นสะพานไปก่อน
ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลจะหมดหรือลดน้อยลงไปได้ หากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีปฏิบัติให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น และลงมือทำกันอย่างจริงจังครับ





