ประเมินปัจจัยกระทบตลาดรถ ศก.การเมืองป่วน-สต็อกคลี่คลาย

ประเมินปัจจัยกระทบตลาดรถ ศก.การเมืองป่วน-สต็อกคลี่คลาย

ตลาดรถยนต์ปีนี้มีการคาดการณ์ที่หลากหลาย ในแต่มุมมองของแต่ละคน แต่ละค่าย แต่ว่าที่เหมือนกันก็คือ เชื่อว่าตลาดจะหดตัวลงจากปีที่แล้วอย่างแน่นอน

ตัวเลขที่มีการพูดถึงกันขณะนี้ มีตั้งแต่ 1.1 ไปจนถึง 1.2 ล้านคัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

ในส่วนของฮอนด้า มีการประเมินกันว่า ตลาดน่าจะอยู่ในระดับ 1.13 ล้านคัน แต่ว่าเมื่อผ่านเดือนแรกของ ยอดขายตกลงมาอยู่ในระดับ 6 หมื่นคัน ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่น่าตกใจพอควร เพราะช่วงที่ผ่านมา เราชินกับตัวเลขขายรายเดือนที่สูงกว่า 1 แสนคัน

ซึ่งประเด็นนี้ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่เพิ่งหมดวาระไปเมื่อไม่นานมานี้ โนบุยูกิ มูราฮาชิ เคยพูดไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วว่า สิ่งที่คนในวงการรถยนต์ หรือวงการธุรกิจ เศรษฐกิจของไทย จะต้องพยายามหลุดกับดักให้ได้ ก็คือ กับดักตัวเลข 1 แสนคัน เพราะเชื่อว่าตลาดรถยนต์ในนี้รายเดือนจะไม่ถึง 1 แสนคันอย่างแน่นอน และเห็นว่าตัวเลขในระดับ 9 หมื่นคัน/เดือน น่าจะเหมาะสมกับตลาดเมืองไทย

อย่างไรก็ตามแม้คนในวงการจะประเมินแล้วว่า ปีนี้ยอดจะตกลงตั้งแต่ต้นปี เพราะโดยปกติ เดือน ม.ค.ของทุกปี ตลาดจะชะลอตัวลง หลังจากเร่งการซื้อช่วง ธ.ค. แต่ครั้งนี้มุมมองของ สมภพ ปฏิภาณธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่าเดือน ม.ค.มันต่ำมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 15% หรือพูดง่ายๆก็คือ ตกหนักกว่าที่ทำใจเอาไว้แล้ว

ส่วนสาเหตุของการตก ยากที่จะระบุได้แน่ชัดว่ามาจากปัจจัยลบตัวไหน เนื่องจากมีหลายตัว ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และมีส่วนเกี่ยวพันกันไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากโครงการรถคันแรก ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนพุ่ง สินค้าพืชผลการเกษตรไม่ดี การเมืองวุ่นวาย และที่สำคัญคือดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มีทิศทางถดถอยลงมาโดยตลอดในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีปัจจัยลบตัวใดตัวหนึ่งคลี่คลาย จะส่งผลดีกับตลาดรถยนต์อย่างรวดเร็ว เพราะธรรมชาติของตลาดรถยนต์นั้นเห็นได้ชัดในประวัติศาสตร์ว่าลงเร็ว ขึ้นเร็ว ลักษณะเป็นแบบวี เชฟ แต่จะวีคว่ำ หรือวีหลายเท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต ยอดขายรถยนต์จะร่วงลงค่อนข้างแรง บางครั้งแรงจนน่าตกใจ เช่นปี 2541 ที่ลดลงจากเกือบ 6 แสนคัน เหลือ 1.4 แสนคัน แต่หลังจากนั้นก็กลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนพัฒนามาเลยระดับ 1 ล้านคัน

การที่เชื่อว่าตลาดจะดีดกลับได้รวดเร็ว เพราะเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันของผู้บริโภคนั้นยังมีกำลังซื้อที่ดี แต่ไม่มีอารมณ์ที่จะจับจ่ายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูงอย่างเช่นรถยนต์ ดังนั้นหากปัจจัยบวกเข้ามาสักตัว เช่น อาจจะเป็นการเมืองคลี่คลาย ก็เชื่อว่าคนพร้อมที่จะกลับมาซื้อ

ดังนั้นหากว่าปัจจัยลบคลี่คลายได้รวดเร็ว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ยอดรวมตลาดรถยนต์ปีนี้จะไม่ตกลงไปแบบรุนแรงมากนัก

และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยพยุงตลาดได้ก็คือ การมีรถใหม่เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่านรถใหม่ที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมากนั้น มีผลทำให้ยอดขายตกลงต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ คือ ทำได้กว่า 1.3 ล้านคัน จากที่ประเมินจะอยู่แค่ 1.2 ล้านคันเท่านั้น

ปัจจัยบวกอีกประการ มาจากค่ายรถเอง นั่นก็คือการบริหารสต็อกทำได้สมดุลมากกว่าปีที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาสต็อกล้นจำนวนมาก ทำให้ปีนี้นักการตลาดสามารถใช้เวลากับการสร้างตลาดมากกว่าปีที่แล้วที่สมาธิอยู่ที่การพยายามระบายสต็อกมากกว่า

อย่างน้อยรูปแบบการจัดแคมเปญส่งเสริมปีนี้ก็จะสามารถเลือกเวลาหรือโอกาสที่เหมาะสมได้มากกว่า เช่น กระตุ้นในช่วงตลาดไม่เดิน หรือรุ่นรถที่มีอายุมาก เป็นต้น

มุมมองของสมภพจึงค่อนข้างมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ปีนี้จะไม่เลวร้ายมากนัก และในส่วนของฮอนด้าเองก็จะเดินหน้าตามแผนการที่กำหนดไว้ รวมถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่

แต่ทั้งนี้ก็พร้อมสำรองแผน หากว่าสถานการณ์ต่างๆ แย่กว่าที่ประเมินไว้ในวันนี้