ตลาดรถยนต์ปี 2556 ที่ผ่านมา มียอดขายประมาณ 1.3 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ทำได้กว่า 1.4 ล้านคัน อย่างไรก็ตามตัวเลข 1.3 ล้านคัน
ส่วนหนึ่งมาจากการส่งมอบยอดค้างจองจากโครงการรถคันแรกในช่วงต้นปี ทำให้ตลาดช่วงม.ค.-เม.ย. ยังคงเติบโตแต่ แต่ตั้งแต่ พ.ค.เป็นต้นมา ตลาดมีทิศทางที่ลดลงอย่างชัดเจน ส่วนปีนี้ค่ายรถส่วนใหญ่ประเมินว่าจะยังคงมีทิศทางขาลง
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของหลายๆส่วน เช่น การรายงานยอดจำหน่ายของบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ช่วง ม.ค.-พ.ย.2556 ที่พบว่าตลาดรวมหดตัว 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 และหดตัวลง 36.9% ในเดือน พ.ย.เทียบกับเดือน พ.ย.ปีก่อนหน้า แต่พบว่ากำลังซื้อในตลาดรถหรูยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มียอดขายที่เติบโต ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เพิ่มขึ้น 51% ช่วง 11 เดือน และ 37% ในเดือน พ.ย. หรือ บีเอ็มดับเบิลยูที่เติบโต 30% ในเดือน พ.ย.และ 33% ในรอบ 11 เดือน
ขณะที่ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ เปิดเผยผลสำรวจการจองรถในงานล่าสุดพบว่า ค่าเฉลี่ยราคารถอยู่ที่ 1.1 ล้านบาท สูงกว่าปี 2555 ทีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ 8 แสนบาท สะท้อนภาพว่ากำลังซื้อในตลาดรถเล็กซึ่งเป็นตลาดใหญ่ยังมีปัญหา
อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาถือว่ารถเล็กมีบทบาทสำคัญในตลาดยานยนต์ แต่ก็ดูเหมือนว่าผลพวงจากรถคันแรกที่ส่งผลมากว่า 1 ปีนั้น ฝุ่นควันยังไม่จางหาย ทำให้ยังมองภาพปีนี้ได้ไม่ชัด
นายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รถเล็ก รวมถึงอีโค คาร์ ที่มีบทบาทสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ยังมองภาพได้ไม่ชัดเจนว่าปีนี้ กำลังซื้อลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร เนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถระบุได้ว่ากำลังซื้อของลูกค้ามาจากตลาดที่แท้จริง หรือว่าเป็นเพราะแรงจูงใจจากโครงการรถคันแรก
แต่รถที่เชื่อว่าจะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องก็คือ รถปิกอัพที่ยังคงมีบทบาทสำคัญ ด้วยสัดส่วนการขาย 45-50% เนื่องจากยังตอบสนองการใช้งานตรงตามที่ลูกค้าต้องการ และผู้ผลิตนำเสนอสินค้าใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ความคิดนี้อาจจะสอดคล้องกับสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชื่อว่า ตลาดรถเล็กทั้ง บี และซี เซ็กเมนต์ ยังคงได้รับผลกระทบจากการที่กำลังซื้อถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าจากโครงการรถคันแรก ทำให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องหามาตรการกระตุ้นการขาย ผ่านแคมเปญต่างๆ เพื่อดึงกำลังซื้อกลับมา และจะยังมีต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ดังนั้นตลาดรถเล็กปีนี้จึงเชื่อว่าไม่ดีนัก
แต่มุมมองของวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เห็นแตกต่างออกไป โดยเชื่อว่าปี 2557 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งทิศทางเศรษฐกิจโลก การเมือง และการส่งออกของไทยที่ลดลงอย่างมาก และทำให้กำลังซื้อ โดยรวมลดลง
สถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าความต้องการใช้รถยังมีเนื่องจากมีความจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นสถานการณ์เศรษฐกิจ จะผลักดันให้คนหันมาซื้อรถเล็กมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีราคาต่ำกว่า นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากขึ้น จากการที่ค่ายรถต่างเปิดตัวรถในกลุ่มนี้มากขึ้น
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มุมมองนักการตลาดจะเห็นแตกต่างกันไป และไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งที่แสดงความคิดเห็น ผู้บริหารของค่ายรถจะออกตัวทุกครั้งว่าขอเวลาให้เห็นภาพที่ชัดเจน ตั้งแต่ต้นปี 2556 เลื่อนมาเป็นกลางปี ปลายปี และในที่สุดก็ลามมาถึงปีนี้ก็ยังเห็นภาพไม่ชัดเจน
เป็นการยืนยันได้ว่าเรื่องของธุรกิจ เรื่องของตลาดที่มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องจนบิดเบี้ยว ก็เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิม





