แนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในปี 2558
ยิ่งทำให้เสถียรภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้มีความโดดเด่นและมีการเติบโตในเกณฑ์ที่สูง ทำให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ จากทั่วโลกให้ความสนใจในภูมิภาคนี้ และไทย อย่างมาก รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ปัจจุบันพบว่ามีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาหลายราย รวมถึง แอสตัน มาร์ติน รถหรูจากอังกฤษ
นายสุทธิพงษ์ วรรณาวานิช ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แอสตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในเครือบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่แอสตัน มาร์ติน เข้ามาทำตลาดในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศจีนและญี่ปุ่น ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี และเป็นตลาดที่เติบโตสูงสุดในภูมิภาคนี้ ขณะที่อาเซียนก็พบว่ามีศักยภาพตลาดที่ดี โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่มีการเติบโตสูงสุด รองมาคืออินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตามลำดับ
ขณะที่ไทยเป็นตลาดใหม่ที่เข้ามาเปิดตลาดในช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และเห็นว่าเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยมีแรงขับเคลื่อนที่ดี และมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเป็นเจ้าของรถแอสตัน มาร์ติน
แอสตัน มาร์ติน ตั้งเป้าหมายว่าในอนาคตไทยจะเป็นเบอร์ 1 หรือศูนย์กลางของอาเซียน โดยที่ผ่านมาได้เปิดโชว์รูมแห่งแรก ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน และยังเตรียมงบประมาณการลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการย่านพระราม 3 พื้นที่ให้บริการรวมกว่า 500 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด State of the art คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในช่วงปี 2557
ส่วนแผนการทำตลาดในประเทศไทยนั้นจะอาศัยการทำตลาดผ่านงานอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงโรดโชว์ และกิจกรรมต่างๆ ในหัวเมืองใหญ่ รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ รวมถึงพันธมิตรสินค้ากลุ่ม เครื่องเสียง หรือ นาฬิกา เป็นต้น
"ส่วนลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแอสตัน มาร์ติน อายุระหว่าง 30-50 ปี โดยเราตั้งเป้ายอดขายปีหน้าไว้ที่ตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้ เพราะตลาดมีศักยภาพ และตลาดรถหรูของไทยที่ผ่านมา เห็นได้ว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนแบ่งเป็นลักซูรี่ สปอร์ต 8,000 คัน และไฮลักซูรี่ สปอร์ต 400 คัน" นายสุทธิพงษ์กล่าว
ปูพรม 4 รุ่น เพิ่มทางเลือกรถหรู
แอสตัน มาร์ติน ตัดสินใจนำรถเข้ามาเปิดตลาดพร้อมกัน 4 รุ่น เพื่อสร้างความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ประกอบไปด้วย แวนควิช (Vanquish ) หรือรถประเภทแกรนด์ทัวริง 573 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 4.1 วินาที ราคา 24.9 ล้านบาท
แรพพิด เอส (Rapide S) หรือไฮ ลักชัวรี่ สปอร์ต 4 ประตู 558 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 4.9 วินาที ราคา 19.5 ล้านบาท
รุ่น ดีบี 9 (DB9 )รถสปอร์ตจีที 517 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.4.6 วินาที ราคา 18.5 ล้านบาท





