วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มิตตัล'หวังรุกอุตฯ รถยนต์สหรัฐ

ลักษมี มิตตัล"ระบุว่าการเข้าซื้อโรงงานผลิตเหล็กในสหรัฐ หวังรุกอุตสาหกรรมรถยนต์

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อาร์เซลอร์มิตตัล "นายลักษมี มิตตัล" ระบุว่า การเข้าซื้อโรงงานผลิตเหล็กของ "ทิสเซิ่นครุป" บริษัทสัญชาติเยอรมนี ในรัฐแอละบามา สหรัฐ จะช่วยให้บริษัทของเขาได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์แดนอินทรี ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สดใสสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งในปัจจุบัน

โรงงานเหล็กม้วนของทิสเซิ่นครุปในเมืองคาลเวิร์ท รับแอละบามา เพิ่งเปิดดำเนินงานมาได้เพียง 3 ปีเท่านั้น โดยอาร์เซลอร์มิตตัล ซึ่งมีฐานการดำเนินการอยู่ในลักเซมเบิร์ก ได้จับมือกับนิปปอน สตีล แอนด์ สุมิโตโม เมทัล คอร์ป ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเหล็กของญี่ปุ่น ร่วมลงทุนแบบครึ่งต่อครึ่ง เพื่อซื้อโรงงานมูลค่า 1,550 ล้านดอลลาร์แห่งนี้

นายมิตตัล ระบุว่า ในฐานะเจ้าของใหม่ บริษัทของเขาสามารถพัฒนาผลการดำเนินงานของโรงงงานแห่งนี้ให้ดีขึ้น ด้วยการใช้เหล็กดิบที่ผลิตจากโรงงานในสหรัฐ และเม็กซิโก แทนที่จะพึ่งพาการจัดหาจากทางบราซิลเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา ที่ทิสเซิ่นครุปเลือกที่จะผลิตเหล็กดิบในบราซิล และขนส่งมาผลิตเป็นเหล็กสำเร็จรูปในโรงงานที่แอละบามา

อย่างไรก็ดี อาร์เซลอร์ มิตตัล และนิปปอน สุมิโตโม ได้ให้คำมั่นถึงการรักษาข้อตกลงบางส่วนไว้ รวมถึง การซื้อเหล็กดิบจากโรงถลุงเหล็กของทิสเซิ่นครุปในบราซิล ปีละ 2 ล้านตันต่อไปอีก 6 ปี "ความสามารถในการผลิตที่มากขึ้น เส้นทางโลจิสติกส์ที่สั้นลง ทั้งหมดนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงผลประกอบการให้ดีขึ้นได้ โดยระยะเวลาการจัดหาจากบราซิล มายังสหรัฐค่อนข้างจะใช้เวลานาน เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมในตลาดในทุกวันนี้"

นายมิตตัล คาดการณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ และว่าข้อตกลงนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบใด ต่อ เป้าหมายการเงินระยะกลางของบริษัท ที่รวมถึง การลดภาระหนี้สุทธิลงมาราว 15 ล้านดอลลาร์ จากระดับ 17.8 ล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ นิปปอนน สุมิโตโม ระบุว่า โรงงานที่ซื้อมาใหม่นี้ มีความสามารถในการรองรับการขยายตัวที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ที่้ต้องการเหล็กน้ำหนักเบา ที่ใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าในการผลิต

แม้ปัจจุบัน อาร์เซลอร์มิตตัล จะเป็นผู้จัดหาเหล็กราว 40% ของยอดรวมความต้องการเหล็กจากอุตสาหกรรมรถยนต์อเมริกาเหนือ แต่บริษัทเชื่อว่า การเข้าซื้อโรงงานข้างต้น จะไม่ให้ทำให้มีการตรวจสอบเรื่องผูกขาดตลาดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ซีอีโอทิสเซิ่นครุป "นายเฮนริค ฮิสซิงเกอร์" ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งในตลาดเหล็กสหรัฐ ของอาเซลอร์มิตตันแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าเจ้าหน้าที่อาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อตกลงนี้