ซีพี-เซี่ยงไฮ้ออโต้โมทีฟฯทุ่มลงทุน9พันล.

ซีพี-เซี่ยงไฮ้ออโต้โมทีฟฯทุ่มลงทุน9พันล.

ซีพีสบช่องอุตสาหกรรมยานยนต์โตต่อเนื่อง จับมือเซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟฯ ลงทุน 9 พันล้านบาท ผุดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยภายใต้แบรนด์เอ็มจี

นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธานกรรมการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน เพื่อจัดตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โดยเซียงไฮ้ออโต้โมทีฟฯ ถือหุ้น 51% และซีพีถือหุ้น 49% โดยจะลงทุนผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ MG ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษ พร้อมจัดตั้งบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดูแลการขาย การตลาด บริการหลังการขาย และการจัดจำหน่ายในไทย

"ในช่วงที่ผ่านมาบริษัททุ่มงบลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์พวงมาลัยขวาในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ระยอง เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบรนด์ MG และส่งออกไปยังอาเซียน และประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อังกฤษ"

ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวจะผลิตรถยนต์ขนาด 1,200-1,800 ซีซี ได้ประมาณ 10% ของยอดการผลิตในระยะแรกที่ 5 หมื่นคันต่อปี โดยจะผลิตรถยนต์รุ่นแรกคือ MG 6 เน้นจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก จะเปิดตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปลายเดือนพ.ย.นี้ และจะเริ่มผลิตล็อตแรกในเดือนก.พ. 2557 เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งตั้งเป้ายอดขาย 2,000 คันในช่วงไตรมาส 4 ปี 2557 ส่วนในระยะต่อไปมีแผนขยายโรงงานระยะที่ 2 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 2 แสนคัน

ด้านนายหวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทสนใจตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา โดยใช้โรงงานในไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยไลน์การผลิตจะอาศัยชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ 40% ขณะที่โรงงานในจีนยังคงผลิตรถยนต์พวงมาลัยซ้ายต่อไป

ส่วนแผนการตลาดในไทยนั้น เบื้องต้นได้จัดตั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี 300 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 60% ส่วนอีก 40% จะกระจายอยู่ในหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ และจะขยายตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะเซกเมนต์ บี-คาร์ และซี-คาร์ ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ระหว่างการศึกษาตัวรถและกลุ่มลูกค้า คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6 แสนบาท จนถึง 1.6 ล้านบาท