วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยอีโคคาร์2หวังเงินลงทุน4หมื่นล้าน

กระทรวงอุตสาหกรรมทำหนังสือเชื้อเชิญค่ายรถร่วมอีโคคาร์ 2 คาดเงินลงทุนรวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท ดันยอดผลิตปี 2561 ทะลุ 9.3 แสนคัน

โครงการอีโค คาร์ เกิดขึ้น เนื่องจากภาครัฐต้องการสร้างโปรดักท์แชมเปี้ยนตัวใหม่ เสริมตลาดปิกอัพ โดยมีการอนุมัติอย่างเป็นทางการในปี 2550 มีผู้เข้าร่วมโครงการ 5 ค่าย โดยทำแล้ว 4 ค่าย คือ นิสสัน ฮอนด้า ซูซูกิ และ มิตซูบิชิ ส่วนโตโยต้าเตรียมเปิดตัวเป็นค่ายสุดท้ายเดือนหน้า ส่วนการผลิตล่าสุดเดือนม.ค.-ส.ค. มีจำนวน 2.37 แสนคัน คาดว่าสิ้นปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 3 แสนคัน สูงกว่าปีที่แล้วที่ผลิต 2.58 แสนคัน

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้รายงานถึงการออกประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่สนใจทุกราย สามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนตามโครงการดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 มี.ค. 2557

โดย บีโอไอ ได้ส่งหนังสือเชิญให้เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ 2 ไปยังบริษัทรถยนต์ต่างๆ แล้ว 10 ราย คาดจะมีผู้สนใจเข้าร่วม 5-6 ราย มีทั้งรายเก่าที่ได้รับสิทธิอีโคคาร์ 1 ไปแล้ว และรายใหม่ ซึ่งคาดว่ารถยนต์อีโคคาร์ 2 จะออกสู่ตลาดได้ภายในต้นปี 2558 เนื่องจากผู้ผลิตอีโคคาร์ 1 ลงทุนไลน์ผลิตไม่มาก ก็พร้อมที่จะเดินหน้าโครงการอีโคคาร์ 2 ได้ทันที

เมื่อรวมยอดการผลิตรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ 1 และ 2 ในปี 2561 จะมียอดการผลิตรถอีโคคาร์ประมาณ 9.3 แสนคันต่อปี และถ้ารวมกับรถยนต์ชนิดอื่นๆ จะมีกำลังการผลิตรถยนต์สูงกว่า 3 ล้านคัน โดยจะเป็นการส่งออก 70% และขายในประเทศ 30% ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันที่มีการส่งออก 50% และขายในประเทศ 50%

เปิดเงื่อนไขลงทุน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯจะต้องยื่นคำขอส่งเสริมโครงการภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ได้แก่ มีมูลค่าเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการจะต้องลงทุนผลิตแบบครบวงจร ทั้งการประกอบรถยนต์และการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มีปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 แสนคันต่อปี นับตั้งแต่การผลิตปีที่ 4 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะมีเงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าโครงการอีโคคาร์ 1 ที่มีการลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

เครื่องยนต์กำหนดให้ใช้มาตรฐานยูโร 5 ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่เกิน 4.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร โดยกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาดไม่เกิน 1,300 ซีซี และเครื่องยนต์ดีเซลขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี

สำหรับผู้ค่ายรถยนต์เดิมที่เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่น ที่ 1 สามารถเลือกขยายการลงทุนได้ 3 ทาง คือ 1. สามารถยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ภายใต้เงื่อนไขใหม่ แต่มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำลดจากเงื่อนไข 6,500 ล้านบาท เหลือ 5,000 ล้านบาท 2. ยื่นขอขยายการลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 ภายใต้เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์การลงทุนเดิม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่ และ 3. ผู้ผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 สามารถยื่นขอขยายการผลิตทั้งอีโคคาร์รุ่นที่ 1 และเพิ่มการผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ได้ด้วย โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่

"โครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทุกรายที่มีความพร้อม และมีความสนใจเข้าร่วมโครงการได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันของตลาดรถยนต์อย่างเป็นธรรม เป็นไปตามเป้าหมายของการกระตุ้น อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศไทย ทั้งนี้ค่ายรถยนต์รายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 1 สามารถยื่นขอส่งเสริมการลงทุนได้ทันที ซึ่งตามกรอบเวลาของแผนกำหนดให้ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จะต้องเริ่มดำเนินการผลิตอย่างช้าในปี 2562 นี้" นายประเสริฐกล่าว

เตรียมเชิญค่ายรถรับฟังเงื่อนไข

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้มากขึ้น บีโอไอจะเชิญผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ทุกรายเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดและเงื่อนไขการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นทางการภายในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนถึงแนวทางและรูปแบบของโครงการยิ่งขึ้น

ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลเป็นเวลา 6 ปี แต่หากผู้ผลิตรายใดมีการลงทุนหรือใช้จ่าย เพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 1 ปี รวมเป็น 7 ปี และหากมีการลงทุนหรือใช้จ่ายเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี รวมเป็น 8 ปี นอกจากนี้ ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรเช่นเดียวกับอีโคคาร์รุ่นที่ 1

เชื่อรุ่น 1 พร้อมปรับเข้าเกณฑ์ใหม่

ด้าน นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า โครงการอีโค คาร์ รุ่น 2 จะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากมีการลงทุนมากขึ้น ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการรุ่นแรกทั้ง 5 ค่ายอย่างไรหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาประเมินผล ซึ่งในส่วนของโตโยต้า ก็กำลังรวบรวมข้อมูลเช่นกัน

ส่วนเงื่อนไขที่กำหนดออกมาในส่วนของสเปครถเห็นว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องของปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เตรียมปรับโครงสร้างสรรพสามิตใหม่ในปี 2559 ซึ่งจะทำให้รถอีโค คาร์ รุ่น 2 เสียภาษีสรรพสามิต 14% และหากเครื่องยนต์สามารถรองรับเชื้อเพลิงอี 85 ได้ จะเสียภาษีต่ำลงเหลือ 12% ขณะที่อีโค คาร์รุ่นแรกเสียภาษี 17% แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ผู้ที่ร่วมโครงการรุ่น 1 ก็จะมีการปรับเปลี่ยนสเปค เพื่อให้ได้สิทธิในโครงสร้างภาษีใหม่เช่นกัน

"เงื่อนไขทางเทคนิคก็ถือว่ายากพอสมควร แต่ก็ไม่ยากกว่าที่จะทำ ซึ่งก็ต้องที่การพิจารณาของแต่ละบริษัทว่าจะดำเนินการอย่างไร" นายศุภรัตน์ กล่าว

ด้าน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันในอาเซียนต้องการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไทยกับอินโดนีเซียที่ต้องการสร้างเสริมการผลิตรถเล็ก โดยอินโดนีเซียใช้ชื่อโครงการกรีนคาร์ และตั้งเป้าว่าทำราคาให้ต่ำกว่าของไทย แต่ยังมั่นใจว่าโครงการอีโคคาร์ 2 ของไทยมีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนมากกว่า เนื่องจากมีฐานการผลิตชิ้นส่วนที่เข้มแข็ง มีอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เข้มแข็ง เช่น อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ ปิโตรเคมี และกระจก เป็นต้น รวมทั้งไทยยังมีกำลังซื้อรถยนต์ภายในประเทศสูงกว่า และยังมีแผนที่ชัดเจนในการผลิตรถยนต์ให้ได้ 3 ล้านคันในปี 2560 ทำให้มีความได้เปรียบในการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น โดยขณะนี้ทุกค่ายรถยนต์ต่างมีความสนใจในโครงการอีโคคาร์ 2 และอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของโครงการ