"ประเสริฐ"คาดอีโคคาร์ 2 มีค่ายรถยนต์สนใจ 5-6 ราย คาดจะมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาท กำลังผลิตอีโคคาร์ได้ 9.3 แสนคันในปี 2561
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รายงานถึงการออกประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2 ) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่สนใจทุกราย สามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนตามโครงการดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557
โดยบีโอไอได้ส่งหนังสือเชิญให้เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ 2 ไปยังบริษัทรถยนต์ต่างๆแล้ว 10 ราย คาดว่าจะมีบริษัทรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯประมาณ 5-6 ราย มีทั้งรายเก่าที่ได้รับสิทธิอีโคคาร์ 1 ไปแล้ว และรายใหม่ ซึ่งคาดว่ารถยนต์อีโคคาร์ 2 จะออกสู่ตลาดได้ภายในต้นปี 2558 เนื่องจากผู้ผลิตอีโคคาร์ 1 ลงทุนไลน์ผลิตไม่มาก ก็พร้อมที่จะเดินหน้าโครงการอีโคคาร์ 2 ต่อทันที
ทั้งนี้เมื่อรวมยอดการผลิตรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ 1 และ 2 ในปี 2561 จะมียอดการผลิตรถอีโคคาร์ประมาณ 9.3 แสนคัน และถ้ารวมกับรถยนต์ชนิดอื่นๆ จะมีกำลังการผลิตรถยนต์สูงกว่า 3 ล้านคัน โดยจะเป็นการส่งออก 70% และขายในประเทศ 30% ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันที่มีการส่งออก 50% และขายในประเทศ 50%
นายประเสริฐ กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯจะต้องยื่นคำขอส่งเสริม โครงการภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ได้แก่ มีมูลค่าเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการจะต้องลงทุนผลิตแบบครบวงจร ทั้งการประกอบรถยนต์และการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มีปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 แสนคันต่อปี นับตั้งแต่การผลิตปีที่ 4 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าในโครงการอีโคคาร์ 2 จะมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าโครงการอีโคคาร์ 1 ที่มีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับอีโคคาร์รุ่นที่ 2 จะต้องเป็นเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 ที่มีมาตรฐานในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และต้องมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 4.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สำหรับขนาดเครื่องยนต์ของอีโคคาร์ 2 หากเป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องมีขนาดไม่เกิน 1300 ซีซี ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลต้องมีขนาดไม่เกิน 1500 ซีซี
ส่วนผู้ประกอบการค่ายรถยนต์รายเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์รุ่น ที่ 1 สามารถเลือกขยายการลงทุนได้ 3 ทาง คือ 1. สามารถยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ภายใต้เงื่อนไขใหม่ แต่มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำลดจากเงื่อนไข 6,500 ล้านบาท เหลือ 5,000 ล้านบาท 2. ยื่นขอขยายการลงทุนผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 ภายใต้เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์การลงทุนเดิม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่ และ 3. ผู้ผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 1 สามารถยื่นขอขยายการผลิตทั้งอีโคคาร์รุ่นที่ 1 และเพิ่มการผลิตอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ได้ด้วย โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับจำนวนปีที่เหลืออยู่





