วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อทิ้งรถคันแรก1.23แสนคัน สต็อกบาน

สรรพสามิตเตรียมส่งเอสเอ็มเอสไปยังผู้จองรถที่ยังไม่ขอใช้สิทธิกว่า 1.3 แสนราย ยืนยันการใช้สิทธิ ค่ายรถโวยสต็อกบาน ดอกเบี้ย ค่าดูแลรักษาพุ่ง

โครงการรถยนต์คันแรก หนึ่งในนโยบายประชานิยมของรัฐ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนี้ครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น จนถึงขณะนี้กรมสรรพสามิตยังอยู่ในกระบวนการคืนเงินภาษี จากจำนวนรถที่เข้าร่วมโครงการ 1.25 ล้านคันที่เข้าร่วมโครงการ ในจำนวนนี้ 1.3 แสนคัน หรือคิดเป็น 10% ที่ยังไม่ยืนยันการใช้สิทธิ ภายใต้สถานการณ์กำลังซื้อซบเซา แคมเปญเดือดรถป้ายแดง จูงใจให้เกิดการทิ้งใบจองโครงการรถคันแรก

นายจุมพล ริมสาคร ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถยนต์คันแรกว่า ปัจจุบันกรมสรรพสามิตได้ทยอยคืนเงินภาษีให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิในโครงการรถยนต์คันแรกแล้วจำนวนประมาณ 5 แสนราย เป็นเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่า จะทยอยคืนได้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2557-2558

ทั้งนี้ จากยอดผู้ขอใช้สิทธิรถยนต์คันแรกราว 1.25 ล้านราย วงเงิน 9 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังเหลือยอดใบจองที่รอการแสดงขอใช้สิทธิหรือรอรับรถอีกจำนวน 1.3 แสนราย ส่วนยอดขอยกเลิกการใช้สิทธิมีจำนวน 2 หมื่นราย และมีผู้ขอใช้สิทธิที่กระทำผิดเงื่อนไขถือครองรถยนต์ไม่ครบ 5 ปี โดยกรมฯได้รับเงินคืนจากผู้ร่วมโครงการแล้วกว่า 20 ราย ในจำนวนนี้กรมสรรพสามิต ได้ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วจำนวน 3 ราย

นายจุมพล กล่าวว่า ยอดใบจองที่ยังรอการใช้สิทธิจำนวน 1.3 แสนรายนี้ มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะกำลังรอรับรถ หรือไม่ก็ทิ้งใบจอง เพราะบางรายอาจจองรถไว้หลายแห่ง เมื่อรับรถจากค่ายใดค่ายหนึ่งไปแล้ว ก็ไม่ได้แจ้งยกเลิกใช้สิทธิได้ ซึ่งในส่วนนี้กรมสรรพสามิต จะเข้าไปตรวจสอบจำนวนความต้องการขอใช้สิทธิที่แท้จริงว่า มีเหลืออยู่เท่าใด โดยจะใช้วิธีการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เพื่อยืนยันการใช้สิทธิทางโทรศัพท์ เพื่อกรมฯ จะได้ตั้งงบประมาณในการจ่ายคืนเงินก่อนปิดโครงการได้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขของโครงการรถยนต์คันแรก คือ เมื่อผู้ใช้สิทธิรับรถเรียบร้อยแล้ว จะต้องยื่นเอกสารขอใช้สิทธิภายใน 90 วัน

"ตัวเลขใบจองที่ค้าง ยังไม่มาใช้สิทธิ ยังไม่น่าตกใจ แต่กรมฯ ต้องเร่งติดตามคนกลุ่มนี้ว่ายังประสงค์จะใช้สิทธิต่อหรือไม่ เพื่อจะได้ตั้งงบประมาณจ่ายคืนภาษีได้ชัดเจน เพราะโครงการจะเป็นปลายเปิด ระยะเวลาปิดโครงการไม่ได้มีมติ ครม.รองรับ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า โครงการดังกล่าว จะมีระยะเวลาต่อจากนี้อีกไม่นานนัก เพราะสิ้นปีนี้จะหมดรุ่นของการจองรถ” นายจุมพลกล่าว และว่า ในแง่การจ่ายเงินนั้น สรรพสามิตได้เตรียมวงเงินไว้เต็มจำนวนสำหรับผู้ที่ขอใช้สิทธิทั้งหมด แต่หากว่า ต้องใช้เงินในจำนวนที่น้อยกว่าเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ก็จะทำให้กรมฯใช้งบประมาณที่กันไว้ลดลง

ปี 2556 รายได้เกินเป้า 5% ภาษีรถยนต์นำ

สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2556 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายจุมพล กล่าวว่า กรมฯสามารถจัดเก็บได้จำนวนประมาณ 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท หรือ ประมาณ 5% โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ยังคงเป็นรายได้หลัก แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากภาษีสุราจากการปรับขึ้นภาษีในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น ยังไม่เห็นผลในทันที อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน

"ทุกๆ ครั้ง ในช่วงรอยต่อของการปรับขึ้นภาษีมักจะมีผลต่อการจัดเก็บรายได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการชำระภาษีในอัตราใหม่ อย่างไรก็ดี สำหรับการปรับขึ้นภาษีสุราในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้ประกอบการได้เริ่มทยอยชำระภาษีในอัตราใหม่ ซึ่งก็จะมีผลต่อราคาขายปลีกของสินค้าที่กำลังทยอยปรับเพิ่มขึ้น"

ส่วนเป้าหมายจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2557 ตั้งไว้ที่ 4.66 แสนล้านบาท บนฐานที่ยังไม่มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันดีเซล

เขายังกล่าวด้วยว่า กรมฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารยูโอบี เปิดให้บริการชำระภาษีสรรพสามิตผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จากเดิมที่มีธนาคารเข้าร่วมโครงการกับกรมฯ จำนวน 8 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารมิซูโฮ ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น และ ธนาคารดอยช์แบงก์ เอจี สาขากรุงเทพฯ

"การใช้บริการชำระภาษีสรรพสามิตผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมฯ เป็นแบบ Real-time พร้อมอำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะรายใหญ่ เข้ามายืนชำระภาษีผ่านช่องทางนี้มากขึ้น"

ทั้งนี้ ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีผ่านช่องทางนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 400-500 ล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบรายย่อยและผู้ประกอบการยานยนต์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-80% ของผู้

ประกอบการทุกอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการยิ่งขึ้น ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการน้ำมัน กำลังพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ เพื่อเข้ามาใช้บริการ เช่น กลุ่มไทยออยล์ และ บริษัท ปตท. เป็นต้น

ไม่กำหนดเวลารับรถ-แบกสต็อกอ่วม

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รถยนต์ในโครงการรถคันแรกที่ยังไม่ได้ส่งมอบประมาณ 1.3 แสนคัน ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการสต็อกรถ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย และค่าดูแลรักษา

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไม่มารับรถ และส่งผลให้เกิดสต็อกตามมาก็คือ การที่โครงการนี้ไม่ได้กำหนดระยะเวลารับรถ สามารถรับเมื่อไรก็ได้ที่พร้อม ทำให้ลูกค้าในจำนวน 1.3 แสนราย ขอเลื่อนการรับรถออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากยังไม่มีความพร้อม

"ปัญหาคือ ลูกค้าบางส่วนขอเลื่อนการรับรถออกไป ไม่ได้ขอยกเลิก ดังนั้นค่ายรถก็ยังจำเป็นที่จะต้องสำรองรถเอาไว้ ไม่สามารถขายให้กับลูกค้ารายอื่นได้ เพราะกลัวว่าถ้าขายไปแล้ว ลูกค้าตัดสินใจมารับรถภายหลังแล้วไม่มีให้ จะเกิดการฟ้องร้องกันได้"

ส่วนการที่ยังต้องเก็บรถไว้ เพราะรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ไมเนอร์เชนจ์ หรือเปลี่ยนรุ่นใหม่ ดังนั้นหากขายรถในสต็อกออกไป แต่ถึงเวลาลูกค้าตัดสินใจรับรถ อาจจะได้รถที่มีรายละเอียดไม่เหมือนที่จองไว้ อาจเกิดปัญหาได้ ค่ายรถจึงต้องลดความเสี่ยงปัญหาที่จะตามมา

เขากล่าวว่า ทางออกที่ทุกค่ายพยายามดำเนินการในตอนนี้คือ การติดต่อกับลูกค้า เพื่อขอความชัดเจนว่าต้องการยกเลิกการใช้สิทธิหรือไม่ หากต้องการยกเลิกก็จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันปัญหา

"ปัญหาเกิดตรงที่โครงการนี้กำหนดระยะเวลาใช้สิทธิถึง 31 ธ.ค. 2555 แต่ไม่ได้กำหนดเวลารับรถ ทำให้มีปัญหาต่อเนื่องทั้งด้านการผลิต การสต็อกรถปัจจุบันยอดขายรถเฉลี่ยเดือนละกว่า 9 หมื่นคัน ดังนั้นสต็อก 1.3 แสนคัน หากชัดเจนก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากที่จะจัดการ"

กำลังซื้อรถเล็กหมด - รถใหม่กระตุ้นปลายปี

นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดจองรถจากโครงการรถคันแรกในส่วนของฮอนด้า ขณะนี้ส่งมอบได้เกือบหมดแล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องของสต็อกมากนัก

อย่างไรก็ตามโครงการรถคันแรกที่ดึงกำลังซื้อไปจำนวนมากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเดือน ธ.ค. 2555 ที่มียอดจองเดือนเดียวกว่า 4 แสนคัน ส่งผลให้กำลังซื้อรถเล็กในช่วงต้นปีนี้หายไปอย่างมาก ค่ายรถจึงต้องพยายามสร้างกำลังซื้อใหม่ด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างรุนแรง และเชื่อว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ ก็ยังมีการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ฮอนด้าที่มีแคมเปญพิเศษกลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ สำหรับซิตี้ ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าช่วงปลายปีกำลังซื้อบางส่วนเริ่มกลับเข้ามา บวกกับจะมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวอีกจำนวนมาก จะเป็นการกระตุ้นตลาดได้อีกทางหนึ่ง และมีความเป็นไปได้ที่ยอดขายรถโดยรวมปีนี้จะอยู่ในระดับ 1.3 แสนคัน หรือมากกว่า ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 1.2 ล้านคัน

ค่ายรถแทงสูญใบจองรถคันแรก

แหล่งข่าวจาก ผู้แทนจำหน่าย รถยนต์รายใหญ่ กล่าวถึงภาวะของรถคันแรกหลังจากที่หมดโครงการของรัฐบาลแล้วพบว่า ในขณะนี้รายชื่อลูกค้าที่ไม่แอ็คทีฟหรือทิ้งใบจอง ผู้จำหน่ายส่วนใหญ่แยกลูกค้ากลุ่มนี้ออกจากลูกค้าปกติ โดยแทงเป็นลูกค้าไม่แอ็คทีฟและใช้วิธีการหาลูกค้าใหม่ทดแทนในการรับรถในสต็อก ซึ่งส่วนใหญ่ค่ายรถใช้วิธีการโทรศัพท์ ส่งจดหมายเพื่ออัพเดท ความต้องการว่ายังจะออเดอร์รถอยู่หรือไม่ โดยร่วมเคลียร์เอกสารเหล่านี้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม -กรกฎาคม และหากลุ่มลูกค้ามาทดแทนในเวลาเดียวกัน โดยวิธีการหาลูกค้าใหม่จะสะท้อนออกมาจากแคมเปญต่างๆ ของค่ายรถที่แข่งขันกันรุนแรงมากในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองของปีนี้

"ปัญหาการไม่รับรถเกิดจาก การจองหลายๆ ดีลเลอร์ พร้อมกันและการไม่พร้อมของผู้ซื้อ ที่ไม่ได้มีความต้องการที่แท้จริง ในขณะที่โครงการนี้สร้างปัญหาในการบริหารให้แก่ค่ายรถ เพราะว่า เป็นการนำเอาความต้องการซื้อในอนาคตมาใช้ ทำให้บริหารจัดการยาก ทำให้ค่ายรถต้องมาออกแคมเปญ อะไรที่ไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดขอบเขต เลยมีผลกระทบ หากจะมีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นอีกคิดว่าทุกค่ายไม่น่าจะชอบ" แหล่งข่าวกล่าว

ด้านดีลเลอร์รายใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายศุภชัย ลิ้มวัฒนาพิบูลย์ บริษัท มิตซูบิชิ แก่นยนต์ไพบูลย์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทรับออเดอร์รถคันแรกมาราว 1,500 คัน ในช่วงนั้นโชว์รูมคึกคัก แต่พอข้ามปีสถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือรถที่รอลูกค้ามารับ มีสต็อกเมื่อเดือนม.ค. 1,000 กว่าคัน ในขณะที่หาลูกค้ายากมากที่จะมารับรถ หลังปีใหม่ที่ผ่านมาบริษัทคาดการณ์ว่า จะผิดแผนแน่นอน จึงเริ่มหาทางลดสต็อก โดยทำกลยุทธ์การขายทุกอย่าง เช่น ดาวน์รถ 9 บาท หรือโฉนดแลกรถ โดยเอาโฉนดมาค้ำผ่อนหมดคืนโฉนดไปโดยไม่ต้องดาวน์ก็มี ซึ่งขณะนี้ สต็อกเริ่มปกติ คือ 1.5 เดือน ซึ่งจากข้อมูลที่รับออเดอร์มา 1,000 คัน คัดลูกค้าที่รับรถจริงแค่ 100 คัน แต่เราก็สามารถผ่านสถานการณ์นั้นไปได้