"เช่าซื้อ" ยัน รถคันแรกไม่น่าห่วง แม้หนี้ครัวเรือนเพิ่ม-ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่ม
ย้ำมีระบบให้สินเชื่อรัดกุม คัดกรองคุณภาพลูกหนี้ก่อนอนุมัติ ใช้ระบบเครดิตสกอริ่งเหมือนกับแบงก์ ยึดรถเป็นเรื่องปกติ หากลูกหนี้เบี้ยวหนี้ ขณะที่ลีสซิ่งกสิกรรับเข้มงวดปล่อยสินเชื่อครึ่งปีหลังเป็นพิเศษ หลังพบเศรษฐกิจขาลง
หลังจากแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอตัวลง เริ่มเห็นภาพหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น จนอาจจะมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนที่ใช้บริการสินเชื่อให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโครงการรถคันแรก เริ่มถูกจับตามองว่า จะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น หลังจากนโยบายรถคันแรกผ่านมา 1 ปี ปรากฏยอดรถถูกยึด ขายทอดตลาดแล้ว 300 คัน
นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และงานขายลูกค้ารายย่อย ธนาคารธนชาต และประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ยืนยันว่ารถยนต์คันแรกขณะนี้ ไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่า หนี้ภาคครัวเรือนเพิ่ม บวกกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวขึ้นในระยะนี้ ทำให้ ธปท. เป็นห่วงเรื่องนี้
ยึด 300 คัน สัดส่วนต่ำมาก
"ประเด็นตอนนี้ คือ มีลูกค้าที่ได้รับเงินคืนตามสิทธิรถยนต์คันแรกไปแล้ว และเป็นลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ทำให้ต้องยึดรถเพื่อนำออกประมูลขายทอดตลาด 300 คัน"
ส่วนขั้นตอนการยึดรถยนต์ขายทอดตลาด 300 คัน จะใช้เกณฑ์เดียวกันกับรถทั่วไป กรณีที่ลูกหนี้ไม่จ่ายค่างวดรถ หรือผิดนัดชำระสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อเช่า ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด โดยตั้งสำรองตามชั้นของลูกหนี้ บันทึกบัญชีเป็นลูกหนี้ที่ค้างชำระ ทำการยึดรถ จากนั้นจะนำรถออกมาประมูลขายทอดตลาด แต่กว่าที่จะถึงขั้นตอนยึดรถ สถาบันการเงินจะติดต่อทวงถามลูกหนี้ต่อเนื่องก่อน ส่วนแนวโน้มคิดว่าน่าจะมีอัตราที่เพิ่มขึ้น แต่คงเพิ่มในอัตราที่ไม่ได้กังวล และไม่ได้เป็นห่วง แต่ต้องรอดูอีก 2-3 เดือนก่อน
เมื่อนำทรัพย์ออกประมูลขายทอดตลาด จะได้เงินน้อยกว่ายอดหนี้คงค้างกับสถาบันการเงิน ส่วนที่ขาดหายไป สถาบันการเงินต้องทวงกับลูกหนี้เพิ่ม หากลูกหนี้ยังไม่ยอมจ่าย ก็ต้องสืบทรัพย์ยึดทรัพย์ประเภทอื่น หากทำทุกอย่างยังไม่ได้ ก็ต้องตัดเป็นหนี้สูญ เพราะหนี้ประเภทนี้ ต้องตั้งสำรองให้ครบ 100% ของหนี้อยู่แล้ว
ธนชาตยันสินเชื่อรถมือ2 ยังไม่เสี่ยง
นายอนุชาติ กล่าวว่า ยอดรถถูกยึด 300 คัน เป็นของธนาคารธนชาต 20 คัน ถือว่าไม่สูง เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ขอใช้สิทธิ ยังไม่เห็นสัณญาณการยึดรถเพิ่ม มีการนำระบบเครดิตสกอริ่ง หรือระบบการให้คะแนนสินเชื่อลูกค้า ถือว่าเป็นระบบบริหารความเสี่ยงระดับหนึ่งมาใช้ ซึ่งเครดิตสกอริ่งจะเป็นตัวบ่งบอกการให้สินเชื่อเบื้องต้น รวมถึงการให้สินเชื่อรถยนต์มือ 2 ก็ใช้หลักการเดียวกัน
"การเพิ่มเงินดาวน์ เป็นการป้องกันความเสี่ยงของผู้ให้สินเชื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าดาวน์ต่ำจะมีความเสี่ยงเสมอไป หากลูกค้ามีรายได้สูง ดาวน์ต่ำก็ต้องการผ่อนนานๆ มากกว่า"
ลีสซิ่งกสิกร ระวังปล่อยกู้ครึ่งปีหลัง
นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่าจากนี้ไปบริษัทจะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเป็นพิเศษ เพราะว่าศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยจากนี้ไปจะอยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับยอดขายรถยนต์ครึ่งปีหลังลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนรถคันแรกส่งมอบช่วงครึ่งปีแรกเกือบหมดแล้ว โดยประเมินว่ายอดขายครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ที่ 480,000 คัน หรือเฉลี่ย 70,000-80,000 คันต่อเดือน ขณะที่ครึ่งปีแรกยอดขายรถยนต์โตประมาณ 30% มียอดขายรถยนต์รวม 720,000 คัน เฉลี่ย 120,000 คันต่อเดือน เมื่อรวมกับยอดขายทั้งหมดปีนี้น่าจะทำได้ 1,200,000 คัน ลดลง 15-20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดเช่าซื้อทั้งระบบ น่าจะลดลง 15%
"สถานการณ์แบบนี้ ไม่เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อ ควรระมัดระวังเพิ่ม หรือ ประคองธุรกิจเอาไว้ บริษัทจึงได้เตรียมตั้งสำรองเพิ่มเพื่อรองรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาตต เป็นการปฏิบัติตามเกณฑ์ของ ธปท. แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าควรตั้งสำรองเท่าไร"
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ บริษัทจึงหันมาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ให้น้ำหนักการบริหารความเสี่ยงค่อนข้างมาก ส่งผลให้ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ทรงตัวอยู่ที่ 0.81% ปีนี้จะควบคุมไม่ให้เกินระดับนี้
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า คุณภาพของลูกค้ารถยนต์คันแรกดีมาก โดยเฉพาะในส่วนของทิสโก้ จะเข้มเรื่องเงื่อนไขต่างๆ และคิดว่าคุณภาพของรถยนต์คันแรกทั้งระบบ ไม่น่าจะต่างกัน กับ ทิสโก้ จึงไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากังวล ไม่มีเอ็นพีแอลเลย แต่คิดว่ารถยนต์คันแรกอาจส่งผลต่อสต็อกรถ สุดท้ายอาจทำให้ราคารถปีนี้อ่อนตัวลง ส่งผลต่อตลาดรถมือสอง จะทำให้ราคาลดลงมาก





