ฮุนไดพัฒนาโรดสเตอร์รุ่นใหม่ การตอบรับที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการออกแบบเป็นฮุนไดยุคใหม่
ดังตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอีกครับ สำหรับ ฮุนได เวโลสเตอร์ เนื่องจากโลกของการสื่อสารที่รวดเร็ว ย่อโลกมาไว้ในจอได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าฮุนไดพัฒนาโรดสเตอร์รุ่นใหม่ ก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการออกแบบ เป็นฮุนไดยุคใหม่อย่างแท้จริง
ในบ้านเรา เมื่อฮุนได นำเวโลสเตอร์เข้ามาเผยโฉมในงานแสดงรถ ก็มีเสียงเชียร์กันมากมายให้ฮุนไดเปิดตลาดรถรุ่นนี้ ซึ่งก็ไม่นานนัก ค่ายรถอันดับ 1 ของเกาหลี ก็จัดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่จะทำยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน กับรถที่มีค่าตัว 1.29 ล้านบาท ในรุ่นธรรมดา และขยับขึ้นเป็น 1.73 ล้านบาท ในรุ่นเทอร์โบ คงต้องรอดูอีกสักพัก
สำหรับที่มาของชื่อ ฮุนไดบอกว่าเป็นการเอาคำ 2 คำมาสนธิกัน คือ Velocity ซึ่งหมายถึงความเร็ว กับ Roadster โดยหวังสื่อให้เห็นถึงความเร็ว สปอร์ต ขับสนุก ทั้งนี้ฮุนไดวางให้เวโลสเตอร์มีภารกิจสำคัญคือ การยกระดับภาพลักษณ์ของยี่ห้อฮุนไดให้เป็นรถที่มีความทันสมัย และมีชีวิตชีวา
และหลังจากเปิดตัวไม่นานฮุนไดตัดรถมา 5 คัน จัดกิจกรรมทดสอบ เลือกเส้นทางขับข้ามประเทศกรุงเทพ สระแก้ว กัมพูชา ปลายทางเมืองเสียมราฐ
การขับรถไปกัมพูชาไม่ยาก เหมือนขับไปต่างจังหวัดนี่แหละครับ แค่ปรับความรู้สึกเล็กน้อยกับระบบจราจรที่ต่างกัน เราชิดซ้าย เขาชิดขวา ซึ่งถนนหนทางเดี๋ยวนี้ก็มีสภาพดี แม้จะเล็ก แต่ปริมาณรถที่ยังไม่มากนัก ก็ทำให้ขับง่ายคล่องตัว คนที่ใช้รถร่วมทางก็ดูว่ามีน้ำใจดีครับ มีหลบให้ และยังใช้สัญญาณไฟเลี้ยวได้ดีกว่าหลายคนในบ้านเราด้วยซ้ำไป
เข้ากัมพูชา วีซ่า ไม่ต้องขอ ระยะเวลาในการเดินทางไปเสียมราฐก็ไม่นาน เรียกว่าไปเช้าเย็นกลับก็ยังได้ เพราะระยะทางจากกรุงเทพไปก็แค่ประมาณ 400 กม.เท่านั้น
ช่วงนี้คนไทยเข้าไปในกัมพูชากันเยอะพอควร แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าไปลึกแค่ไหน ไปถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างนครวัด นครธม ตาพรม บันทายสรี หรือเปล่า หรือว่าโดนแหล่งเสี่ยงโชคที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังด่านผ่านแดนดึงตัวเอาไว้หมด
เวโลสเตอร์ มีรูปร่างหน้าตาสวยดีครับ เป็นรถที่ดึงดูดสายตาได้ทันทีที่เห็นมัน อย่างน้อยก็ต้องมอง จากนั้นจะชอบหรือไม่ชอบค่อยว่ากันอีกที แต่มุมมองของผมเห็นว่าสวยดีครับ ดูสปอร์ต ดุดัน กระจังหน้าขนาดใหญ่ ซุ้มล้อตีโป่งช่วยให้รถมีกล้ามเนื้อ กันชนหน้าออกแบบให้เกิดมิติมีส่วนเว้าส่วนโค้ง ส่วนกันชนท้ายมีส่วนที่เรียกว่า แบล็คเอาท์ ซึ่งทำให้มุมมองด้านหลังดูไม่แน่น เป็นแผ่นปื้นใหญ่ๆ ทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น
ฮุนไดเรียก เวโลสเตอร์ว่าเป็นรถ 2 +1 ประตู ซึ่งก็เข้าใจได้ง่ายดีครับ โดยด้านซ้ายมี 2 ประตูคือด้านหน้า และประตูด้านหลัง ซึ่งเล็กกว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้นั่งเบาะหลัง ไม่ต้องปีนลอดหลังเบาะที่ต้องพับเข้าไป เหมือนรถ 2 ประตูทั่วไป
เมื่อเข้าไปนั่งข้างในรถก็จะเห็นได้ชัดครับว่าการออกแบบซ้ายขวาเป็นแบบอสมมาตร กระจกสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้านซ้ายจะใหญ่กว่าด้านขวา และประตูหน้าด้านขวา ก็ใหญ่กว่าประตูหน้าด้านซ้าย
ซึ่งภายในห้องโดยสาร แม้ว่ามองจากด้านนอกแล้ว มันจะเป็นรถขนาดกะทัดรัด แต่ว่าออกแบบพื้นที่ภายในได้ค่อนข้างดีครับ เบาะหลังแน่นอนมันเล็กกว่ารถซีดานทั่วไป แต่ผู้ใหญ่ก็นั่งได้ ไม่อึดอัด ส่วนหลังคาที่ลาดลง อยู่ห่างจากศีรษะไม่มากนัก อาจจะทำให้คนนั่งหลังรู้สึกอึดอัดได้ วิศวกรผู้ออกแบบ ก็จัดการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มพื้นที่กระจกด้านหลังให้ยาวขึ้นไป แสงที่เข้ามา หรือเมื่อเหลือบตาขึ้นไป ก็จะเห็นทะลุไปถึงท้องฟ้า ดวงดาว หรือว่าต้นไม้ใบไม้ ช่วยให้ดูโปร่งโล่งขึ้นได้มาก
แต่แนะนำว่านั่งเบาะหลังควรจะคาดเข็มขัดทุกครั้ง เพราะหากรถตกหลุม หรือวิ่งในถนนที่เป็นคลื่นเป็นลอน จังหวะกระโดดจะทำให้หัวกระแทกกับหลังคาได้เหมือนกัน
การออกแบบคอนโซล ได้แรงบันดาลใจจากบิ๊กไบค์ ซึ่งก็รู้สึกได้ตามนั้นครับ คอนโซลกลางที่ติดตั้งเครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศมีรูปทรงตัว วี ล้อรับกับก้านพวงมาลัยที่เป็นตัว วี เช่นเดียวกัน
เมื่อนั่งหลังพวงมาลัย การปรับตำแหน่งต่างๆ ให้ถนัดทำได้ไม่ยาก อุปกรณ์ต่างๆอยู่ในตำแหน่งที่ดี และน่าแปลกใจไม่น้อย กับรถรูปทรงนี้ที่ทัศนวิสัยในการขับขี่อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องคอยขยับตัวเมื่อต้องการมองมุมใดเป็นพิเศษ
รุ่นที่ผมขับเป็นรุ่นธรรมดาครับ แต่ต้องร่วมทางกับพวกเทอร์โบ ทำให้ต้องเค้นแรงกันพอควรในบางช่วง เช่น ออกตัว หรือเมื่อสลัดพ้นรถที่ขวางหน้าอยู่ ให้ได้ความเร็วในระดับ 150-160 กม./ชม. กับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ซึ่งให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 157 นิวตันเมตรที่ 4,850 รอบ/นาที แต่ถ้าขับแบบปกติ ค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไป ก็ค่อนข้างลื่นไหลดีครับ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความต่อเนื่องนุ่มนวล
พวงมาลัยให้น้ำหนักที่ดี ช่วงล่างก็ทำงานได้ดี รถยังนิ่งที่ความเร็วในระดับที่ว่า และเมื่อผ่านเส้นทางโค้ง ก็รับรู้ถึงการเกาะถนนที่ดี และให้อารมณ์แบบโรดสเตอร์ คือ ผู้ขับจะรับรู้ถึงสถานการณ์ของรถ และเส้นทางได้แบบเรียลไทม์
จุดอ่อนเล็กน้อยก็คือกำลังของเครื่องยนต์ช่วงต้องการกำลังเป็นพิเศษ อาจจะไม่ทันอกทันใจมากนัก ถ้ามองว่าเป็นรถโรดสเตอร์ แต่ถ้ามองว่าเป็นเครื่อง 1.6 ลิตร ไม่มีตัวช่วยอย่างเทอร์โบ ก็ถือว่าทำงานได้น่าพอใจ และถ้ากล้าๆ คิกดาวน์ มันก็ตอบสนองได้ดี ซึ่งผมว่าคิกดาวน์ ตอบสนองดีกว่าการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองครับ
โดยรวมถือว่าเป็นรถที่ขับได้สนุกครับ และที่สำคัญคือขับทางไกล ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อย และคล่องตัวกับการขับขี่ในสภาพจราจรที่หนาแน่นครับ





