"ค่ายรถ"ชี้ตลาดรถชะลอตัวครึ่งปีหลังแต่ไม่กระทบเป้าปี"56 หลังจากต้นปีทำยอดสูงเกินคาดช่วยพยุงตัวเลขทั้งปี "โตโยต้า"ปรับแผนส่งออก-ลดผลิต
ตลาดรถยนต์ผ่านครึ่งปี 2556 ด้วยอัตราการเติบโตจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 22% ด้วยยอดจำหน่ายรวม 740,795 คัน ซึ่งเกิน 50% ของเป้าหมายปีนี้ที่ตั้งไว้ช่วงต้นปี 1,200,000 คัน อย่างไรก็ตามตลาดเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา
นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรกมียอดจำหน่ายสูงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากมียอดค้างจองจากโครงการรถคันแรกในปี 2555 ขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์ก็สามารถบริหารจัดการเพิ่มยอดการผลิตได้ดี ส่งผลให้มีการส่งมอบเพิ่มขึ้นจำนวนมาก
เมื่อหมดโครงการรถคันแรก พบว่า ตลาดเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวมาตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดขายลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า ส่วนล่าสุดเดือนมิ.ย. ลดลง 14% ด้วยยอดขาย 106,018 คัน ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่า จะมียอดขายเฉลี่ยลดลงจากครึ่งแรกอยู่ในระดับ 1 แสนคันต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ในด้านภาพรวมตลาดปีนี้ เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ โดยแต่เดิมโตโยต้าคาดว่า ปีนี้ยอดขายจะลดลง 10% เหลือ 1,200,000 คัน ก็คาดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านั้น คือ อยู่ในระดับ 1,300,000 คัน
"แม้ว่าตลาดเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ว่าตัวเลขครึ่งปีแรกที่ทำได้สูงกว่าคาดการณ์ จะทำให้ยอดทั้งปีสูงกว่าที่เคยคาดไว้"
โตโยต้าปรับแผนเพิ่มส่งออก
ในส่วนของโตโยต้า ซึ่งผ่านไปครึ่งปีมียอดขาย 237,318 คัน ลดลง 1.6% คาดว่าจะมียอดขาย 450,000 คัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ที่ 500,000 คัน ซึ่งเป็นเพราะ โตโยต้าเห็นสัญญาณชะลอตัว จึงเตรียมการรองรับ ทั้งการลดการผลิตลง และเพิ่มสัดส่วนการส่งออกจากเดิม 45% เป็น 50% และคาดว่าทั้งปีนี้ จะมีการส่งออก 438,000 คัน โดยขณะนี้เตรียมขยายส่งออกรถวีออส ไปยังตลาดนอกอาเซียน เป็นครั้งแรกด้วย
แม้โตโยต้าจะปรับลดการผลิต แต่ยังมีการทำงานล่วงเวลาหรือโอที เนื่องจากปัจจุบัน ความสามารถในการผลิตของโตโยต้าทั้ง 3 โรงงานที่ พระประแดง สมุทรปราการ เกตเวย์และบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา ทำได้รวมทั้งสิ้น 800,000 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายการขายทั้งในประเทศและส่งออก
บริหารสต็อกฝ่าตลาดซบเซา
นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า การที่ตลาดมีแนวโน้มลดลง โตโยต้าจึงต้องปรับตัวเลขให้สอดคล้อง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารสต็อก ที่ใช้นโยบาย ลีน สต็อก (lean stock) โดยปัจจุบันโรงงานมีระยะสต็อก 0.3 เดือน
ด้านนายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลส์ จำกัด กล่าวว่า ช่วงที่ตลาดหดตัว การบริหารสต็อกเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะไม่ทำให้ต้นทุนการบริหารงานเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่ตลาดรถยนต์เริ่มถดถอย จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีรถในสต็อกมากเกินไป ทำให้ต้องเร่งระบายออกมา ขณะที่ค่ายที่อาจจะไม่มีสต็อกมาก ก็จำเป็นจะต้องมีแคมเปญเช่นกัน เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง
"ก่อนหน้านี้บางค่ายอาจประเมินว่าตลาดจะขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้เร่งการผลิต และสต็อกรอส่งมอบจำนวนมาก แต่เมื่อไม่เป็นไปตามคาด ก็ต้องพยายามหาทางระบายออกมาให้เร็ว"
ทั้งนี้ อีซูซุ ประเมินว่า ตลาดรถยนต์ปีนี้จะอยู่ในระดับ 1,100,000-1,200,000 คัน
กังวลปัจจัยลบฉุดตลาด
นายนาคางาวะ กล่าวว่า ตัวเลขเป้าหมายการขายปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะต่ำกว่าปี 2555 ก็ตามเนื่องจากปีที่แล้ว ตลาดขยายตัวผิดปกติ จากการส่งเสริมของภาครัฐในโครงการรถคันแรก
อย่างไรก็ตาม อีซูซุ ยังกังวลต่อปัจจัยลบ ที่จะต้องจับตามองทั้งภายในและภายนอก ก็คือ ราคาพืชผล
ส่วนปัจจัยภายนอก คือ เศรษฐกิจของหลายประเทศยังไม่ดี และยังไม่รู้จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อไร ขณะที่จีนก็เริ่มชะลอตัว ขณะที่ปัญหาการเมืองของอียิปต์ ก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจได้
ด้านนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่กังวลว่าจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาด คือ ค่าเงินบาทหากแข็งค่าจะส่งผลต่อการส่งออก ราคาน้ำมันที่ยังคงมีความผันผวน และอีกปัจจัยหนึ่งคือ พลังงานในประเทศ ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่เพียงพอ
"เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ได้รู้ว่าการผลิต กับความต้องการนั้นใกล้เคียงกัน แต่ในอนาคตเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น แต่การผลิตไม่พอ ก็จะส่งผลกระทบที่รุนแรงแต่อุตสาหกรรมได้เช่นกัน"นายนินนาท กล่าว
16 ค่ายรถร่วมฟาสต์ ออโต้ โชว์
ขณะเดียวกัน บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ได้เปิดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2013 ที่ไบเทค บางนา วานนี้ (17 ก.ค.) ซึ่งมีผู้ผลิตรถยนต์เข้าร่วมงาน 16 ค่าย นอกจากนี้ยังมีผู้จำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่ง และเต็นท์รถมือสองอีกจำนวนหนึ่ง
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน กล่าวว่า หลังจากที่ตลาดรถยนต์ซบเซา เนื่องจากหมดรถคันแรก เชื่อว่าครึ่งปีหลัง กำลังซื้อจากผู้ที่ต้องการใช้รถจริงๆ จะกลับมา และทำให้มียอดขายที่ดีขึ้น ดังนั้นค่ายรถต่างๆ จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ดีในงานนี้ โดยในส่วนของบริษัทก็กระตุ้นด้วยการเพิ่มงบจัดงานอีก 10 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์ดึงกลุ่มลูกค้าพื้นที่ตะวันออกและสมุทรปราการ ซึ่งเชื่อว่ามีกำลังซื้อที่ดี รวมไปถึงการจัดแคมเปญ เช่น รางวัลบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 100,000 บาท หรือชิงรางวัลทีวีตลอดงาน เป็นต้น
โดยบริษัทคาดว่างานซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 21 ก.ค.นี้จะมีผู้เข้าชมงาน 400,000 คน มียอดจำหน่ายรถใหม่ 4,000 คัน และยอดจำหน่ายรถมือสอง 2,000 คัน
สำหรับ ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2013 จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่งปีนี้มีพันธมิตรจากหลายส่วนทั้งค่ายรถ สถาบันการเงิน รวมถึงสื่อ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี





